ฝ่ายพระราชา จึงสั่งบังคับพวกราชบุรุษ เพื่อทราบถึงผู้ที่ฆ่านาง-
สุนทรี. ลำดับนั้นแล พวกนักเลงเหล่านั้น เอากหาปณะเหล่านั้นซื้อสุรา
ดื่ม ก่อการทะเลาะกันและกันขึ้น. ก็บรรดานักเลงเหล่านั้น คนหนึ่งพูด
กับคนหนึ่งว่า เองฆ่านางสุนทรีด้วยการตีทีเดียวตาย แล้วหมกไว้ระหว่าง
กองหยากเยื่อ เอากหาปณะที่ได้จากการรับจ้างนั้นซื้อสุราดื่ม เอาดื่มสิ
พวก. พวกราชบุรุษได้ยินดังนั้นแล้ว จึงจับพวกนักเลงเหล่านั้น มอบ
ถวายแด่พระราชา. พระราชาตรัสถามพวกนักเลงเหล่านั้นว่า พวกเจ้าฆ่า
นางสุนทรีหรือ. พวกนักเลงกราบทูลว่า พระเจ้าข้า พระอาญามิพ้นเกล้า
พวกข้าพระพุทธเจ้าฆ่าเอง. พระราชาตรัสถามว่า ใครจ้างให้พวกเองฆ่า
เขา. พวกนักเลงกราบทูลว่า พวกอัญญเดียรถีย์ พระเจ้าข้า. พระราชา
รับสั่งให้เรียกเดียรถีย์มาแล้ว จึงให้รับรู้เรื่องนั้นแล้วจึงทรงพระบัญชาว่า
พวกเจ้าจงเที่ยวพูดไปทั่วพระนครอย่างนี้ว่า พวกข้าพเจ้ามีความประสงค์
จะยกโทษพระสมณโคดม จึงได้ฆ่านางสุนทรีนี้ พระโคดมไม่มีโทษ
สาวกของพระโคดมก็ไม่มีโทษเลย พวกข้าพเจ้าเท่านั้นมีโทษ. อัญญ-
เดียรถีย์เหล่านั้น ได้ทำเหมือนอย่างนั้น. มหาชนเชื่อมั่นอย่างแน่นอน
แล้ว พากันติเตียนพวกเดียรถีย์. พวกเดียรถีย์ได้รับโทษทัณฑ์เพราะฆ่า
คน. จำเดิมแต่นั้นมา พระพุทธเจ้า และพระภิกษุสงฆ์ได้มีสักการะและ
สัมมานะมากมายเกินประมาณ. พวกภิกษุเกิดความอัศจรรย์จิต จึงเข้าไป
เฝ้าพระภาคเจ้าแล้วประกาศความปลื้มใจของคนให้ทรงทราบ. ด้วย
เหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู ฯ เป ฯ อนฺตรหิโต
ภนฺเต โส สทฺโท ดังนี้เป็นต้น.
ก็เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ตรัสบอกแก่พวกภิกษุว่า