ข่าวว่า พระศาสดาเสด็จจาริกชนบทไปจากนี้ จึงหรรษาร่าเริงรีบไปเฝ้า
พระศาสดา ถวายบังคม อันพระศาสดาทรงกระทำปฏิสันถาร แล้วนั่ง ณ
ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. ลำดับนั้น พระศาสดาทรงแสดงธรรมแก่เธอ. เธอ
ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผลแล้วนิมนต์พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ถวายข้าวปายาส
๗ วัน. ในวันที่ ๗ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำอนุโมทนาแล้วเสด็จ
หลีกไป. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงชี้แจง
นายโคบาลนั้น ผู้นั่งอยู่ ณ ส่วนข้างหนึ่งแล ด้วยธรรมีกถา ฯ ล ฯ
เสด็จลุกขึ้นจากอาสนะหลีกไป.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สนฺทสฺเสสิ ความว่า พระองค์เมื่อทรง
แสดงธรรมมีกุศลเป็นต้น วิบากของกรรม โลกนี้โลกหน้า โดยประจักษ์
ในนัยมีอาทิว่า ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล ธรรมเหล่านี้เป็นอกุศล ในเวลา
จบอนุบุพพิกถา จึงทรงชี้แจงอริยสัจ ๔. บทว่า สมาทเปสิ ความว่า
ให้เธอยึดเอาธรรมมีศีลเป็นต้นโดยชอบ คือให้เธอตั้งอยู่ในธรรมมีศีล
เป็นต้นนั้น โดยนัยมีอาทิว่า เพื่อบรรลุสัจจะ เธอให้ธรรมเหล่านี้เกิด
ขึ้นในตน. บทว่า สมุตฺเตเชสิ ความว่า ทรงให้ธรรมเหล่านั้นที่สมาทาน
แล้วอบรมโดยลำดับ อันเป็นส่วนแห่งธรรมเครื่องตรัสรู้ มีความเข้มแข็ง
และสละสลวย ให้อาจหาญโดยชอบ คือให้รุ่งเรืองโดยชอบทีเดียว โดย
ประการที่จะนำมาซึ่งอริยมรรคโดยพลัน. บทว่า สมฺปหํเสสิ ความว่า
ทรงให้ร่าเริงด้วยดี โดยทำจิตให้ผ่องแผ้ว ด้วยการแสดงภาวะแห่งภาวนา
มีคุณวิเศษทั้งเบื้องต้นและเบื้องปลาย. อีกอย่างหนึ่ง ในข้อนี้ พึงทราบ
การชี้แจงด้วยบรรเทาสัมโมหะ ในธรรมที่มีโทษและหาโทษมิได้ และใน
สัจจะมีทุกขสัจเป็นต้น การให้สมาทานด้วยการบรรเทาความประมาทใน