ตนจักเป็นผู้ปรารภความเพียร. . .ไม่ทอดธุระในกุศลธรรม ภิกษุผู้มีมิตรดี
มีสหายดี มีเพื่อนดี พึงหวังคุณข้อนี้ได้ คือ ตนจักเป็นผู้มีปัญญา . . .ให้
ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ.
[๘๙] ดูก่อนเมฆิยะ ก็แลภิกษุนั้นตั้งอยู่ในธรรม ๕ ประการนี้แล้ว
พึงเจริญธรรม ๔ ประการให้ยิ่งขึ้นไป คือ พึงเจริญอสุภะเพื่อละราคะ พึง
เจริญเมตตาเพื่อละพยาบาท พึงเจริญอานาปานสติเพื่อตัดวิตก พึงเจริญ
อนิจจสัญญาเพื่อเพิกถอนอัสมิมานะ ดูก่อนเมฆิยะ อนัตตสัญญาย่อมปรากฏ
แก่ภิกษุผู้ได้อนิจจสัญญา ผู้ที่ได้อนัตตสัญญาย่อมบรรลุนิพพานอันเป็นที่
เพิกถอนเสียได้ซึ่งอัสมิมานะในปัจจุบันเทียว.
ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทราบเนื้อความนี้แล้ว จึงทรง
เปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า
วิตกอันเลวทราม วิตกอันละเอียด เป็นไปแล้ว
ทำใจให้ฟุ้งซ่าน บุคคลผู้มีจิตหมุนไปแล้วไม่ทราบ
วิตกแห่งใจเหล่านี้ ย่อมแล่นไปสู่ภพน้อยและภพ
ใหญ่ ส่วนบุคคลผู้มีความเพียร มีสติ ทราบวิตกแห่ง
ใจเหล่านี้แล้ว ย่อมปิดกั้นเสีย พระอริยสาวกผู้ตรัสรู้
แล้ว ย่อมละได้เด็ดขาดไม่มีส่วนเหลือ ซึ่งวิตก
เหล่านี้ที่เป็นไปแล้ว ทำใจให้ฟุ้งซ่าน.
จบเมฆิยสูตรที่ ๑