พระสูตรนั่นแลเราได้สดับมาแล้วมิใช่ไม่ได้สดับ และไม่ใช่นำโดยสืบ ๆ
กันมาเท่านั้น. ตัวบทว่า เอกํ สมยํ นี้ พระเถระแสดงถึงกาลสมบัติ
เพราะแสดงถึงภาวะที่ประดับด้วยพุทธุปบาทกาลตรงกับสมัยพระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าประทับอยู่ที่ตำบลอุรุเวลา. ก็กาลสัมปทามีพุทธุปบาทกาลเป็นที่ยิ่ง.
ด้วยบทว่า ภควา นี้ พระเถระแสดงถึงเทสกสมบัติ เพราะแสดงถึงภาวะ
ที่พระองค์เป็นผู้วิเศษด้วยคุณเป็นผู้สูงสุดกว่าสัตว์และเป็นครู.
บทว่า อุรุเวลายํ ได้แก่ ใกล้กองทรายใหญ่ อธิบายว่า ที่กอง
ทรายใหญ่. อีกอย่างหนึ่ง ทรายท่านเรียกว่า อุรุ เขตแดนท่านเรียกว่า
เวลา. พึงเห็นเนื้อความในคำนี้อย่างนี้ว่า ทรายที่เขานำมาเพราะล่วงเขต
แดน ชื่อว่า อุรุเวลา.
เล่ากันมาว่า ในอดีตกาล เมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่เสด็จอุบัติขึ้น ดาบส
หมื่นหนึ่งอยู่ในประเทศนั้นกระทำกติกาวัตรว่า กายกรรมและวจีกรรม
ย่อมปรากฏแม้แก่ชนเหล่าอื่น ส่วนมโนกรรมไม่ปรากฏเลย เพราะฉะนั้น
ผู้ใดตรึกถึงมิจฉาวิตก ผู้นั้น ชื่อว่าจงโจทย์ตนด้วยตนเอง จงใช้ใบไม้ม้วน
ตักทรายมาเกลี่ยลงในที่นี้ นี้เป็นทัณฑกรรมของผู้นั้น. ต่อแต่นั้น ผู้ใดตรึก
ถึงวิตกเช่นนั้น ผู้นั้นจะนำทรายมาด้วยห่อที่ทำด้วยใบไม้แล้วเกลี่ยลงในที่
นั้น. เมื่อเป็นเช่นนั้น จึงเกิดเป็นกองทรายใหญ่โดยลำดับในที่นั้น. แต่
นั้น. ปัจฉิมาชนตาชน ล้อมกองทรายใหญ่นั้นสร้างเป็นเจดีย์สถาน ท่าน
หมายเอาสถานที่นั้น จึงได้กล่าวดังนี้ว่า บทว่า อุรุเวลายํ ได้แก่ ใกล้
กองทรายใหญ่ พึงเห็นความว่า ที่กองทรายใหญ่.
บทว่า วิหรติ เป็นบทแสดงความพรั่งพร้อมด้วยวิหารธรรมอย่างใด
อย่างหนึ่งบรรดาอิริยาบถวิหาร ทิพยวิหาร พรหมวิหาร และอริยวิหาร