แก่บุตรเหล่านั้นว่า " คนพวกนี้ไม่ทะนุบำรุงมารดาบิดา," บุตรเหล่านั้น
ย่อมบังเกิดแม้ในคูถนรก เพราะกายแตกทำลายไป; ส่วนบุตรเหล่าใด
ทะนุบำรุงมารดาบิดาโดยเคารพ, บุตรเหล่านั้นย่อมได้รับทรัพย์อันเป็น
ของมีอยู่ของมารดาบิดาเหล่านั้น ทั้งย่อมได้ซึ่งการสรรเสริญ, เพราะ
ร่างกายแตกทำลายไป ย่อมบังเกิดในสวรรค์; เพราะฉะนั้น แม้ทั้งสอง
ข้อนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า " นำความสุขมาให้ " ดังนี้.
การปฏิบัติชอบในบรรพชิตทั้งหลาย ชื่อว่า สามญฺญตา. การ
ปฏิบัติชอบในพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสาวกแห่งพระ-
พุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้มีบาปอันลอยเสียแล้วเท่านั้น ชื่อว่า พฺรหฺมญฺญตา.
ความเป็นคือการบำรุงพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าและพระพุทธสาวก
ทั้งหลายเหล่านั้นด้วยปัจจัย ๔ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วแม้ด้วยบท
ทั้งสอง. แม้ข้อนี้ พระองค์ก็ตรัสว่า ชื่อว่านำความสุขมาให้ในโลก (นี้).
บทว่า สีลํ เป็นต้น ความว่า แท้จริง เครื่องอลังการทั้งหลาย
มีแก้วมณี ตุ้มหู และผ้าแดงเป็นต้น ย่อมงดงามสำหรับชนผู้ตั้งอยู่แล้วใน
วัยนั้น ๆ เท่านั้น, เครื่องอลังการของคนหนุ่ม จะงดงามในกาลแก่ หรือ
เครื่องอลังการของคนแก่ จะงดงามในกาลหนุ่ม ก็หาไม่, อนึ่ง (เครื่อง
อลังการที่ตกแต่งไม่ถูกกาลนี้) ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายถ่ายเดียว เพราะ
ให้การครหาบังเกิดขึ้นว่า " คนนั้นชะรอยจะเป็นบ้า" ส่วนประเภทแห่ง
ศีลมีศีล ๕ และศีล ๑๐ เป็นต้น ย่อมงดงามในทุก ๆ วัย ทั้งแก่คนหนุ่ม
ทั้งแก่คนแก่ทีเดียว, ย่อมนำมาแต่ความโสมนัสถ่ายเดียว เพราะให้ความ
สรรเสริญบังเกิดขึ้นว่า "โอ ท่านผู้นี้มีศีลหนอ " เพราะฉะนั้น พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า " สุขํ ยาว ชรา สีลํ."