ตลอดชีวิต เขาย่อมไม่รู้ธรรม เหมือนทัพพีไม่รู้
รสแกงฉะนั้น.
๖. ถ้าวิญญูชนเข้าไปนั่งใกล้บัณฑิตแม้ครู่เดียว
เขาย่อมรู้แจ้งธรรมได้ฉับพลัน เหมือนลิ้นรู้รสแกง
ฉะนั้น.
๗. ชนพาลทั้งหลาย มีปัญญาทราม มีตน
เป็นดังข้าศึก เที่ยวทำกรรมลามกซึ่งมีผลเผ็ดร้อนอยู่.
๘. บุคคลทำกรรมใดแล้ว ย่อมเดือดร้อนใน
ภายหลัง เป็นผู้มีหน้าชุ่มด้วยน้ำตา ร้องไห้เสวยผล
ของกรรมใดอยู่ กรรมนั้นอันบุคคลกระทำแล้วไม่ดี
เลย.
๙. บุคคลทำกรรมใดแล้ว ย่อมไม่เดือดร้อน
ในภายหลังเป็นผู้เอิบอิ่ม มีใจดี ย่อมเสวยผลของ
กรรมใด กรรมนั้นแล อันบุคคลทำแล้วเป็นกรรมดี.
๑๐. คนพาลย่อมสำคัญบาปประดุจน้ำผึ้ง ตราบ
เท่าที่บาปยังไม่ให้ผล ก็เมื่อใดบาปให้ผล เมื่อนั้น
คนพาลย่อมประสบทุกข์.
๑๑. คนพาลพึงบริโภคโภชนะด้วยปลายหญ้า
คาทุก ๆ เดือน เขาย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งท่าน
ผู้มีธรรมอันนับได้แล้ว.
๑๒. ก็กรรมชั่วอันบุคคลทำแล้ว ยังไม่ให้ผล
เหมือนน้ำนมที่รีดในขณะนั้น ยังไม่แปรไปฉะนั้น