ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 81 (เล่ม 41)

ที่พวกฉันวิ่งไป เหยียบชายผ้านุ่งหรือลื่นล้มลงบนพื้นดิน มือหรือเท้า
ก็จะพึงหัก, พวกฉันก็จะพึงเป็นภาระของตระกูลนั่นแล, ส่วนเครื่อง
แต่งตัว เปียกแล้วก็จะแห้ง; ดิฉันกำหนดเหตุนี้ จึงไม่วิ่งไป พ่อ.
พราหมณ์สวมมาลัยทองให้
พวกพราหมณ์เห็นความถึงพร้อมแห่งฟัน ในเวลานางพูด จึงให้
สาธุการแก่นางว่า "สมบัติเช่นนี้ พวกเรายังไม่เคยเห็นเลย" แล้ว
กล่าวว่า "แม่ พวกมาลัยนี้ สมควรแก่เธอเท่านั้น" ดังนี้แล้ว จึงได้
คล้องพวงมาลัยทองนั้นให้. ลำดับนั้น นางจึงถามพวกเขาว่า "พ่อ
ทั้งหลาย พวกท่านมาจากเมืองไหน ?
พราหมณ์. จากเมืองสาวัตถี แม่.
วิสาขา. ตระกูลเศรษฐี ชื่อไร ?
พราหมณ์. ชื่อมิคารเศรษฐี แม่.
วิสาขา. บุตรของท่านเจ้าพระคุณ ชื่อไร ?
พราหมณ์. ชื่อปุณณวัฒนกุมาร แม่.
นางวิสาขานั้น รับรองว่า "ตระกูลของเรา เสมอกัน" ดังนี้แล้ว
จึงส่งข่าวไปแก่บิดาว่า "ขอคุณพ่อและคุณแม่ จงส่งรถไปให้พวกดิฉัน."
ก็ในเวลามา นางเดินมาก็จริง, อย่างนั้น จำเดิมแต่กาลที่ประดับด้วย
มาลัยทองคำแล้ว ย่อมไม่ได้เพื่อจะไปเช่นนั้น. เด็กหญิงทั้งหลายผู้มีอิสระ
ย่อมไปด้วยยานมีรถเป็นต้น, หญิงนอกนี้ขึ้นยานธรรมดา (ไป), กั้นแตร
หรือใบตาลข้างบน, เมื่อฉัตรหรือใบตาล แม้นั้นไม่มี ก็ยกชายผ้านุ่ง
ขึ้นมาพาดบนบ่าทีเดียว, ส่วนบิดาของนางวิสาขานั้น ส่งรถไป ๕๐๐ คัน.

81
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 82 (เล่ม 41)

นางวิสาขานั้นกับบริวารขึ้นรถไปแล้ว แม้พวกพราหมณ์ ก็ได้ไปด้วยกัน.
ทีนั้น ท่านเศรษฐี ถามพราหมณ์เหล่านั้นว่า "พวกท่านมาจาก
ไหน ?"
พราหมณ์. มาจากเมืองสาวัตถี ท่านมหาเศรษฐี.
เศรษฐี. เศรษฐีชื่อไร ?
พราหมณ์. ชื่อมิคารเศรษฐี.
เศรษฐี. บุตรชื่อไร ?
พราหมณ์. ชื่อปุณณวัฒนกุมาร.
เศรษฐี. ทรัพย์มีเท่าไร ?
พราหมณ์. ๔๐ โกฏิ ท่านมหาเศรษฐี.
เศรษฐีรับคำ ด้วยคิดว่า "ทรัพย์เท่านั้น, เทียบทรัพย์ของ
เรา ก็เท่ากับกากณิกเดียว. แต่จะประโยชน์อะไรด้วยเหตุอื่น จำเดิม
แต่กาลที่นางทาริกาได้เหตุเพียงการรักษา." เศรษฐีนั้น ทำสักการะแก่
พราหมณ์เหล่านั้น ให้พักอยู่วัน ๒ วัน แล้วก็ส่งกลับ.
พราหมณ์กลับเมืองสาวัตถี
พวกเขา ไปกรุงสาวัตถีแล้ว เรียน (ท่านเศรษฐี) ว่า "พวก
ข้าพเจ้าได้นางทาริกาแล้ว."
เศรษฐี. ลูกสาวของใคร ?
พราหมณ์. ของธนญชัยเศรษฐี.
เศรษฐีนั้น คิดว่า "นางทาริกาแห่งตระกูลใหญ่ อันเราได้แล้ว,
ควรที่เราจะนำนางมาโดยเร็วทีเดียว " ดังนี้แล้ว กราบทูลแด่พระราชา

82
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 83 (เล่ม 41)

เพื่อไปในเมืองนั้น.
พระราชา ทรงดำริว่า " ตระกูลใหญ่นั่น อันเรานำมาจากสำนัก
ของพระเจ้าพิมพิสาร แล้วให้อยู่อาศัยในเมืองสาเกต, ควรจะทำความ
ยกย่องแก่ตระกูลนั้น" ดังนี้แล้ว จึงรับสั่งว่า " แม้เรา ก็จักไป."
เศรษฐี ทูลว่า " ดีละ พระเจ้าข้า" ดังนี้แล้ว ส่งข่าวไปบอก
แก่ธนญชัยเศรษฐีว่า "เมื่อข้าพเจ้ามา, แม้พระราชาก็จักเสด็จมา, พลของ
พระราชามาก. ท่านจักอาจเพื่อทำกิจที่ควรทำแก่ชนประมาณเท่านั้น หรือ
จักไม่อาจ."
ฝ่ายเศรษฐีนอกนี้ ได้ส่งข่าวตอบไปว่า แม้ถ้าพระราชาจะเสด็จมา
สัก ๑๐ พระองค์. ขอจงเสด็จมาเถิด." มิคารเศรษฐี เว้นเพียงคนเฝ้า
เรือน พาเอาคนที่เหลือในนครใหญ่ถึงเพียงนั้นไป หยุดพักในหนทาง
กึ่งโยชน์แล้ว ส่งข่าวไปว่า " พวกข้าพเจ้ามาแล้ว."
ธนญชัยเศรษฐีกับธิดาจัดสถานที่ต้อนรับ
ธนญชัยเศรษฐี ส่งเครื่องบรรณาการเป็นอันมากไป แล้วปรึกษา
กับธิดาว่า "แม่ ได้ยินว่า พ่อผัวของเจ้า มากับพระเจ้าโกศล, เราควร
จัดเรือนหลังไหน สำหรับพ่อผัวของเจ้านั้น, หลังไหน สำหรับพระราชา,
หลังไหน สำหรับอิสรชนมีอุปราชเป็นต้น." เศรษฐีธิดาผู้ฉลาด มีญาณ
เฉียบแหลมดุจยอดเพชร ตั้งความปรารถนาไว้ตลอดแสนกัป สมบูรณ์
แล้วด้วยอภินิหาร จัดแจงว่า "ท่านทั้งหลายจงจัดแจงเรือนหลังโน้น
เพื่อพ่อผัวของเรา. หลังโน้น เพื่อพระราชา. หลังโน้น เพื่ออุปราช
เป็นต้น " ดังนี้แล้ว ให้เรียกทาสและกรรมกรมา จัดการว่า " พวกท่าน

83
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 84 (เล่ม 41)

เท่านี้คน จงทำกิจที่ควรทำแก่พระราชา, เท่านี้คน จงทำกิจที่ควรทำแก่
อุปราชเป็นต้น. พวกท่านนั่นแล จงดูแลแม้สัตว์พาหนะมีช้างและม้า
เป็นต้น, แม้คนผูกม้าเป็นต้น มาถึงแล้ว จักได้ชมมหรสพในงานมงคล."
ถามว่า "เพราะเหตุไร ? (นางจึงจัดอย่างนั้น)."
ตอบว่า "(เพราะ) คนบางพวก อย่าได้เพื่อพูดว่า 'เราไปสู่
ที่มงคลแห่งนางวิสาขา ไม่ได้อะไรเลย, ทำแต่กิจมีการเฝ้าม้าเป็นต้น
ไม่ได้เที่ยวตามสบาย."
เครื่องแต่งตัวนางวิสาขา ๔ เดือนจึงแล้วเสร็จ
ในวันนั้นแล บิดาของนางวิสาขา ให้เรียกช่างทองมา ๕๐๐ คน
แล้ว กล่าวว่า " พวกท่านจงทำเครื่องประดับ ชื่อมหาลดาปสาธน์
แก่ธิดาของเรา" ดังนี้แล้ว สั่งให้ให้ทองคำมีสีสุกพันลิ่ม และเงิน
แก้วมณี แก้วมุกดา แก้วประพาฬและเพชรเป็นต้น พอสมกับทองนั้น.
พระราชา ประทับอยู่ ๒-๓ วันแล้ว ทรงส่งข่าวไปแก่ธนญชัย
เศรษฐีว่า "เศรษฐีไม่สามารถทำการเลี้ยงดูพวกเราได้, ขอเศรษฐีจงรู้
กาลไปแห่งนางทาริกาเถิด."
ฝ่ายเศรษฐีนั้น ส่งข่าวไปทูลพระราชาว่า "บัดนี้ กาลฝนมา
ถึงแล้ว, ใคร ๆ ไม่อาจเพื่อเที่ยวไปตลอด ๔ เดือนได้; การที่หมู่พล
ของพระองค์ ได้วัตถุใด ๆ สมควร, วัตถุนั้น ๆ ทั้งหมด เป็นภาระ
ของข้าพระองค์; พระองค์ผู้สมมติเทพจักเสด็จไปได้ในเวลาที่ข้าพระองค์
ส่งเสด็จ." จำเดิมแต่กาลนั้น นครสาเกต ได้เป็นนครราวกะมีนักษัตร
เป็นนิตย์.

84
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 85 (เล่ม 41)

วัตถุมีพวงดอกไม้ของหอมและผ้าเป็นต้น เป็นของอันเศรษฐีจัดแล้ว
แก่ชนทั้งหมด ตั้งแต่พระราชาแล. ชนเหล่านั้นคิดกันว่า "เศรษฐี
ทำสักการะแก่พวกเราถ่ายเดียว ๓ เดือนล่วงไปแล้ว โดยอาการอย่างนี้.
ส่วนเครื่องประดับ ก็ยังไม่เสร็จก่อน. ผู้ควบคุมงานมาแจ้งแก่เศรษฐีว่า
" สิ่งอื่นที่ชื่อว่าไม่มี ก็หาไม่, แต่ฟืนสำหรับหุงต้มภัตเพื่อหมู่พล ไม่พอ."
เศรษฐี กล่าวว่า "ไปเถิดพ่อทั้งหลาย. พวกท่านจง (รื้อ) ขนเอา
โรงช้างเก่า ๆ เป็นต้นและเรือนเก่าในนครนี้หุงต้มเถิด."
แม้เมื่อหุงต้มอยู่อย่างนั้น, กึ่งเดือนล่วงไปแล้ว. ลำดับนั้น ผู้
ควบคุมงาน มาแจ้งแก่ท่านเศรษฐีอีกครั้งว่า "ฟืนไม่มี." เศรษฐีกล่าวว่า
" ใคร ๆ ไม่อาจได้ฟืนในเวลานี้, พวกท่าน จงเปิดเรือนคลังผ้าทั้งหลาย
แล้วเอาผ้าเนื้อหยาบ ทำเกลียวชุบลงในตุ่มน้ำมันหุงภัตเถิด." ชนเหล่านั้น
ได้ทำอย่างนั้น ตลอดกึ่งเดือน. ๔ เดือนล่วงไปแล้วโดยอาการอย่างนี้.
แม้เครื่องประดับก็เสร็จแล้ว.
เครื่องประกอบในมหาลดาปสาธน์
เพชร ๔ ทะนาน ได้ถึงอันประกอบเข้าในเครื่องประดับนั้น,
แก้วมุกดา ๑๑ ทะนาน, แก้วประพาฬ ๒๐ ทะนาน. แก้วมณี ๓๓
ทะนาน. เครื่องประดับนั้น ได้ถึงความสำเร็จ ด้วยรัตนะเหล่านี้และ
เหล่าอื่น ด้วยประการฉะนี้. เครื่องประดับไม่สำเร็จด้วยด้าย, การงานที่
ทำด้วยด้าย เขาทำแล้วด้วยเงิน. เครื่องประดับนั้น สวมที่ศีรษะแล้ว
ย่อมจดหลังเท้า.
ลูกดุมที่เขาประกอบทำเป็นแหวนในที่นั้น ๆ ทำด้วยทอง, ห่วง

85
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 86 (เล่ม 41)

ทำด้วยเงิน, แหวนวงหนึ่ง ที่ท่ามกลางกระหม่อม, หลังหูทั้งสอง ๒ วง,
ที่หลุมคอ ๑ วง, ที่เข่าทั้งสอง ๒ วง, ที่ข้อศอกทั้งสอง ๒ วง, ที่ข้าง
สะเอวทั้งสอง ๒ วง ดังนี้. ก็ในเครื่องประดับนั้นแล เขาทำนกยูงตัวหนึ่งไว้.
ขนปีกทำด้วยทอง ๕๐๐ ขน ได้มีที่ปีกเบื้องขวาแห่งนกยูงนั้น, ๕๐๐ ขน
ได้มีที่ปีกเบื้องซ้าย, จะงอยปาก ทำด้วยแก้วประพาฬ, นัยน์ตาทำด้วย
แก้วมณี, คอและแววหางก็เหมือนกัน, ก้านขนทำด้วยเงิน, ขาก็เหมือน
กัน. นกยูงนั้น สถิตอยู่ท่ามกลางกระหม่อมแห่งนางวิสาขา ปรากฏ
ประหนึ่งนกยูงยืนรำแพนอยู่บนยอดเขา. เสียงแห่งก้านขนปีกพันหนึ่ง
เป็นไปประหนึ่งทิพยสังคีต และประหนึ่งเสียงกึกก้องแห่งดนตรีประกอบ
ด้วยองค์ ๕. ชนทั้งหลายผู้เข้าไปสู่ที่ใกล้เท่านั้น ย่อมทราบว่า นกยูง
นั้นไม่ใช่นกยูง (จริง ). เครื่องประดับมีค่า ๙ โกฎิ. ท่านเศรษฐีให้ค่า
หัตถกรรม (ค่าบำเหน็จ) แสนหนึ่ง.
หญิงถวายจีวรย่อมได้มหาลดาปสาธน์
ถามว่า " ก็เครื่องประดับนั่น อันนางวิสาขานั้นได้แล้ว เพราะ
ผลแห่งกรรมอะไร ?"
แก้ว่า "ได้ยินว่า ในกาลแห่งพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า นาง
ถวายจีวรสาฎก แก่ภิกษุ ๒ หมื่นรูปแล้ว ได้ถวายด้ายบ้าง เข็มบ้าง
เครื่องย้อมบ้าง ซึ่งเป็นของตนนั่นเอง นางได้แล้วซึ่งเครื่องประดับนี้
เพราะผลแห่งจีวรทานนั้น. ก็จีวรทานของหญิงทั้งหลาย ย่อมถึงที่สุดด้วย
เครื่องประดับชื่อมหาลดาปสาธน์, จีวรทานของบุรุษทั้งหลาย ย่อมถึงที่สุด
ด้วยบาตรและจีวรอันสำเร็จแล้วด้วยฤทธิ์."

86
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 87 (เล่ม 41)

เศรษฐีจัดไทยธรรมให้นางวิสาขา
มหาเศรษฐี ทำการตระเตรียม เพื่อธิดาโดย ๔ เตือนอย่างนั้น
แล้ว เมื่อจะให้ไทยธรรมแก่ธิดานั้น ได้ให้เกวียนเต็มด้วยยกหาปณะ ๕๐๐
เล่ม, ได้ให้เกวียนเต็มด้วยภาชนะทองคำ ๕๐๐ เล่ม, เต็มด้วยภาชนะเงิน
๕๐๐ เล่ม, เต็มด้วยภาชนะทองแดง ๕๐๐ เล่ม, เต็มด้วยภาชนะสำริด
๕๐๐ เล่ม, เต็มด้วยผ้าด้ายผ้าไหม ๕๐๐ เล่ม. เต็มด้วยเนยใส ๕๐๐ เล่ม,
เต็มด้วยน้ำมัน ๕๐๐ เล่ม, เต็มด้วยน้ำอ้อย ๕๐๐ เล่ม, เต็มด้วยข้าวสาร
แห่งข้าวสาลี ๕๐๐ เล่ม, เต็มด้วยเครื่องอุปกรณ์ มีไถและผาลเป็นต้น
๕๐๐ เล่ม.
ได้ยินว่า ความคิดอย่างนี้ได้มีแก่มหาเศรษฐีนั้นว่า " ในที่แห่ง
ธิดาของเราไปแล้ว นางอย่าได้ส่งคนไปสู่ประตูเรือนของคนอื่นว่า "เรา
ต้องการด้วยวัตถุชื่อโน้น;" เพราะฉะนั้น มหาเศรษฐีจึงได้สั่งให้ให้เครื่อง
อุปกรณ์ทุกสิ่ง (แก่ธิดาของตน ). มหาเศรษฐีได้ให้รถ ๕๐๐ คัน ตั้ง
นางสาวใช้รูปงามผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการพร้อมสรรพ ไว้บนรถคันละ
๓ คน ๆ. ได้ให้นางปริจาริกา ๑,๕๐๐ คน ด้วยสั่งว่า "พวกเจ้าเท่านี้คน
จงให้ธิดาของเราอาบ เท่านี้คนให้บริโภค เท่านี้คนแต่งตัว เที่ยวไป."
ครั้งนั้น มหาเศรษฐีได้มีความคิดอย่างนี้ว่า " เราจักให้โคแก่ธิดา
ของเรา." ท่านสั่งบุรุษว่า "พนาย พวกท่านจงไป. จงเปิดประตูคอก
น้อยแล้ว ยืนถือกลอง ๓ ใบ อยู่ในที่ ๓ คาวุต, ยืนอยู่ที่ข้างทั้งสองในที่
ประมาณ ๑ อุสภะ โดยส่วนกว้าง. ถัดจากนั้นจงอย่าให้แม่โคทั้งหลายไป
ที่อื่น, พึงตีกลองสัญญาในเวลาแม้โคหยุดแล้วอย่างนี้." บุรุษเหล่านั้น
ได้ทำอย่างนั้นแล้ว. เวลาแม่โคออกจากคอกได้ ๑ คาวุต พวกเขาได้ตีกลอง
สัญญาขึ้น. ในเวลาแม่โคไปได้กึ่งโยชน์ ได้ดีกลองสัญญาอีก, แต่ในเวลา

87
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 88 (เล่ม 41)

แม่โคไปได้ ๓ คาวุต พวกเขาได้ห้ามการไปโดยส่วนกว้างอีก แม่โค
ทั้งหลายได้ยืนเบียดกันและกันในที่ยาวประมาณ ๓ คาวุต กว้างประมาณ
๑ อุสภะ ด้วยประการอย่างนี้.
มหาเศรษฐีสั่งให้ปิดประตูคอก ด้วยคำว่า " โคเท่านี้ พอแล้ว
แก่ธิดาของข้าพเจ้า, พวกเจ้าจงปิดประตูเถิด." เมื่อเขาปิดประตูคอก
แล้ว, เพราะผลบุญของนางวิสาขา โคตัวมีกำลังและแม่โคนมทั้งหลาย
ก็กระโดดออกไปแล้ว. เมื่อพวกมนุษย์ห้ามอยู่นั่นแล. โคตัวมีกำลัง
๖ หมื่นตัว และแม่โคนม ๖ หมื่นตัว ออกแล้ว, (และ) ลูกโคตัวมี
กำลัง มีจำนวนเท่านั้น ก็ออกไปแล้ว, พวกโคอุสภะของแม่นมเหล่านั้น
ก็ได้ติดตามไปแล้ว.
ถามว่า "ก็โคทั้งหลายไปแล้วอย่างนั้น เพราะผลแห่งกรรม
อะไร ? "
แก้ว่า "เพราะผลแห่งทานที่นางวิสาขาถวายแล้วแก่ภิกษุหนุ่มและ
สามเณรผู้ห้ามอยู่ ๆ."
ได้ยินว่า ในกาลแห่งพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า นางเป็นน้อง
สุดท้องของธิดาทั้ง ๗ ของพระเจ้ากิกิ มีพระนามว่าสังฆทาสี เมื่อถวาย
เบญจโครสทานแก่ภิกษุ ๒ หมื่นรูป แม้เมื่อภิกษุหนุ่มและสามเณร
ปิดบาตรห้ามอยู่ว่า "พอ พอ" ก็ยังรับสั่งว่า "นี่อร่อย นี่น่าฉัน"
แล้วได้ถวาย (อีก ). เพราะผลแห่งกรรมนั้น โคเหล่านั้น แม้เขาห้าม
อยู่ ก็ออกไปแล้วอย่างนั้น.
ในเวลาที่เศรษฐีให้ทรัพย์เท่านี้ (แก่ธิดา) แล้ว ภริยาของ
เศรษฐีได้พูดว่า "ทุกสิ่งอันท่านจัดแจงแล้วแก่ธิดาของเรา, แต่คนใช้

88
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 89 (เล่ม 41)

ชายหญิง ผู้ทำการรับใช้ ท่านมิได้จัดแจง, ข้อนั้นเพราะเหตุไร ?"
เศรษฐี ตอบว่า "(ที่เราไม่จัดแจง) เพื่อรู้คนผู้มีความรักและชังใน
ธิดาของเรา, เพราะเราจะจับคอพวกที่ไม่ไปกับธิดานั้นส่งไปไม่ได้, แต่
ในเวลาจะขึ้นยานไปนั้นแล เราจะพูดว่า ' โครอยากไปกับนางวิสาขานั่น
ก็จงไป, ผู้ไม่อยากไป ก็อย่าไป."
ลำดับนั้น เศรษฐีคิดว่า " ธิดาของเรา จักไปพรุ่งนี้" นั่งใน
ห้อง ให้ธิดานั่งในที่ใกล้แล้วให้โอวาทว่า " แม่ ธรรมดาหญิงผู้อยู่ใน
สกุลผัว รักษามรรยาทนี้และนี้ จึงจะควร. แม้มิคารเศรษฐีนี้นั่งในห้อง
ถัดไป ได้ยินโอวาทของธนญชัยเศรษฐีแล้ว .
โอวาท ๑๐ ข้อของเศรษฐี
ฝ่าย (ธนญชัย) เศรษฐีนั้น สอนธิดาอย่างนั้นแล้ว ให้โอวาท
๑๐ ข้อนี้ว่า "แม่ ธรรมดาหญิงที่อยู่ในสกุลพ่อผัวแม่ผัว ไม่ควรนำ
ไฟภายในออกไปภายนอก, ไม่ควรนำไฟภายนอกเข้าไปภายใน, พึงให้
แก่คนที่ให้เท่านั้น, ไม่พึงให้แก่คนที่ไม่ให้, พึงให้แก่คนทั้งที่ให้ทั้งที่
ไม่ให้, พึงนั่งให้เป็นสุข, พึงบริโภคให้เป็นสุข, พึงนอนให้เป็นสุข,
พึงบำเรอไฟ, พึงนอบน้อมเทวดาภายใน" ดังนี้แล้ว ในวันรุ่งขึ้น
เรียกประชุมเสนาทั้งหมดแล้ว จึงเอากุฎุมพี ๘ คนให้เป็นผู้ค้ำประกัน
ในท่ามกลางราชเสนาแล้ว กล่าวว่า " ถ้าโทษเกิดขึ้นแก่ธิดาของเรา
ในที่ที่ไปแล้ว, พวกท่านพึงชำระ" ดังนี้แล้ว ประดับธิดาด้วยเครื่อง
ประดับชื่อมหาลดาปสาธน์ ซึ่งมีค่าได้ ๙ โกฏิ ให้ทรัพย์ ๕๔ โกฏิ
เป็นค่าจุณสำหรับอาบ ให้ขึ้นสู่ยานแล้ว ให้คนเที่ยวตีกลองประกาศใน

89
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ – หน้าที่ 90 (เล่ม 41)

บ้านส่วย ๑๔ ตำบลอันเป็นของตน เท่าอนุราธบุรี รอบเมืองสาเกตว่า
" ชนผู้อยากไปกับธิดาของเรา ก็จงไป."
ชาวบ้าน ๑๔ ตำบลพอได้ยินเสียง จึงออกไปไม่เหลือใคร ๆ เลย
ด้วยคิดว่า " จักมีประโยชน์อะไรแก่พวกเราในที่นี้ ในเวลาที่แม่เจ้าของ
เราไปเสีย." ฝ่ายธนญชัยเศรษฐี ทำสักการะแด่พระราชาและมิคารเศรษฐี
แล้ว ก็ตามไปส่งธิดากับคนเหล่านั้นหน่อยหนึ่ง.
มิคารเศรษฐี นั่งในยานน้อยไปข้างหลังยานทั้งหมด เห็นหมู่พล
แล้ว จึงถามว่า "นั่นพวกไหน ?"
พวกคนใช้. ทาสหญิงทาสชาย ผู้รับใช้ของหญิงสะใภ้ของท่าน.
มิคารเศรษฐี ใครจักเลี้ยงดูคนจำนวนเท่านั้นได้; พวกท่านจง
โบยคนพวกนั้นแล้วไล่ให้หนีไป, จงฉุดพวกที่ไม่หนีออกจากที่นี้.
แต่นางวิสาขากล่าวว่า "หลีกไป, อย่าห้าม. พลนั่นแล จักให้
ภัตแก่พล."
แม้เมื่อนางกล่าวอย่างนั้น. เศรษฐีก็ยังกล่าวว่า " แม่ เราไม่มี
ความต้องการด้วยชนเหล่านั้น, ใครจักเลี้ยงคนเหล่านี้ได้" ดังนี้แล้ว
จึงให้โบยด้วยก้อนดินและท่อนไม้เป็นต้น ไล่ให้หนีไปแล้วพาพวกที่เหลือ
ไป ด้วยคิดว่า "เราพอละ ด้วยคนจำนวนเท่านี้."
นางวิสาขาถึงกรุงสาวัตถี
ครั้นเวลาถึงประตูนครสาวัตถี นางวิสาขาคิดว่า "เราจักนั่งใน
ยานที่ปกปิดเข้าไปหรือหนอ ? หรือจะยืนบนรถเข้าไป." ทีนั้นนางได้
ตกลงใจอย่างนี้ว่า "เมื่อเราเข้าไปด้วยยานที่ปกปิด, ความวิเศษแห่ง

90