สลัดออกจากภพได้" ดังนี้ แล้วจึงรับคำ. นางได้ชำระวิหารอันเป็น
ที่อยู่ถวายแก่ภิกษุเหล่านั้น.
ภิกษุ ๖๐ รูปทำกติกากัน
ภิกษุเหล่านั้นเมื่ออยู่ในที่นั้น วันหนึ่ง ได้ประชุมกันแล้วตักเตือน
กันและกันว่า " ผู้มีอายุ พวกเราไม่ควรประพฤติโดยความประมาท
เพราะว่ามหานรก๑ ๘ ขุม มีประตูเปิด (คอยท่า) พวกเราเหมือน
อย่างเรือนของตนทีเดียว. ก็แลพวกเราได้เรียนพระกัมมัฏฐานในสำนัก
ของพระพุทธเจ้าผู้ยังทรงพระชนม์อยู่แล้วจึงมา. ก็ธรรมดาพระพุทธเจ้า
ทั้งหลาย อันใคร ๆ ผู้โอ้อวด แม้เที่ยวไปตามรอยพระบาทก็ไม่สามารถ
ให้ทรงโปรดปรานได้. (แต่ ) บุคคลผู้มีอัธยาศัยเป็นปกติเท่านั้น สามารถ
ให้ทรงโปรดปรานได้ ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ไม่ประมาทเถิด. พวกเรา
ไม่ควรยืน ไม่ควรนั่งในที่แห่งเดียวกัน ๒ รูป แต่ว่าในกาลเป็นที่บำรุง
พระเถระในเวลาเย็นแล และในกาลเป็นที่ภิกษาจารในเวลาเช้าเท่านั้น
พวกเราจักรวมกัน, (แต่) ในกาลที่เหลือจักไม่อยู่รวมกัน ๒ รูป.
ก็อีกอย่างหนึ่งแล เมื่อภิกษุผู้ไม่มีความผาสุกมาตีระฆังในท่ามกลางวิหาร
ขึ้นแล้ว พวกเราจึงจักมาตามสัญญาแห่งระฆังแล้ว ทำยาให้แก่ภิกษุนั้น."
ภิกษุมาประชุมกันด้วยเสียงระฆัง
เมื่อภิกษุเหล่านั้นทำกติกากันอย่างนี้อยู่, วันหนึ่งอุบาสิกานั้นให้
บุคคลถือเภสัชทั้งหลาย มีเนยใสและน้ำอ้อยเป็นต้น อันชนทั้งหลาย
๑. มหานรก ๘ ขุม คือ ๑. สัญชีวะ. ๒ กาลสุตะ. ๓. สังฆาฏะ. ๔. โรรุวะ. ๕. มหาโรรุวะ.
๖. ตปะ. ๗. มหาตาปะ. ๘. อเวจี.