ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 315 (เล่ม 40)

นางสนม ปลอบว่า " จักทำอย่างไรได้เล่า ? พ่อ ฉันไม่อาจ
ห้ามเด็ก ๆ ที่คุ้นเคยได้, ช่างเถอะ, อย่าวุ่นวายไปเลย, นายจักไปไหน ?
ในเวลานี้" ดังนี้แล้ว เรียกธิดามา บอกว่า " แม่หนู เจ้าจงทำโอกาส
สำหรับเป็นที่นอนแห่งพี่ชายของเจ้า."
กุมภโฆสกได้ลูกสาวของนางสนมเป็นภรรยา
ธิดานั้นนอนที่ข้างหนึ่งแล้ว พูดว่า " นายคะ เชิญนายมา
(นอน) ที่นี้." แม้นางสนมก็กล่าวกะกุมภโฆสกนั้นว่า "เชิญพ่อไป
นอนกับน้องสาวเถิด พ่อ." เขานอนบนเตียงเดียวกับธิดานางสนมนั้น
ได้นำความเชยชิดกันในวันนั้นเอง.
นางกุมาริการองไห้แล้ว. ทีนั้น มารดาจึงถามเขาว่า "เจ้าร้องไห้
ทำไมเล่า ? แม่หนู."
ธิดา. กรรมชื่อนี้เกิดแล้ว แม่.
มารดาพูดว่า "ช่างเถอะ แม่หนู เรา อาจทำอะไรได้, เจ้าได้
สามีคนหนึ่งก็ดี กุมภโฆสกนี้ได้หญิงผู้บำเรอเท้าคนหนึ่งก็ดี๑ ย่อมสมควร"
ดังนี้แล้ว ได้ทำกุมภโฆสกนั้นให้เป็นบุตรเขยแล้ว. เขาทั้งสองอยู่ร่วม
กันแล้ว.
กุมภโฆสกต้องจ่ายทรัพย์เพราะอุบายของนางสนม
โดยกาลล่วงไป ๒-๓ วัน นางสนมนั้น ก็ส่งข่าว (กราบทูล)
แด่พระ.ราชาว่า "ข้าแต่สมมติเทพ ขอฝ่าละอองธุลีพระบาท จงรับสั่ง
๑. ภรรยา.

315
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 316 (เล่ม 40)

ให้ทำการโฆษณาว่า ' ขอทวยราษฎร์จง (จัด) ทำมหรสพใน (ย่าน)
ถนนแห่งคนรับจ้างอยู่, ก็คนใด ไม่จัดทำมหรสพในเรือน, สินไหมชื่อ
ประมาณเท่านี้ ย่อมมีแก่คนนั้น."
พระราชารับสั่งให้ทำอย่างนั้น. คราวนั้น แม่ยายพูดกะเขาว่า
" พ่อเอ๋ย เราจำต้องจัดทำมหรสพในถนนแห่งคนรับจ้างตามพระราชาณัติ,๑
เราจะทำอย่างไร ?"
กุมภโฆสก. แม่ ฉันแม้ทำการรับจ้างอยู่ ก็แทบจะไม่สามารถเป็น
อยู่ได้ จักจัดทำมหรสพอย่างไรได้เล่า ?
แม่ยาย. พ่อเอ๋ย ธรรมดาบุคคลผู้อยู่ครองเรือนทั้งหลาย ย่อม
รับเอา๒แม้หนี้ไว้, พระเจ้าอยู่หัวทรงบังคับ จะไม่ทำ ( ตาม) ไม่ได้,
อันเราอาจพ้นจากหนี้ได้ด้วยอุบายอย่างใดอย่างหนึ่ง, ไปเถิดพ่อ จงนำ
กหาปณะ ๑ หรือ ๒ กหาปณะ แต่ที่ไหน ๆ ก็ได้.
นางสนมส่งทรัพย์ของกุมภโฆสกไปถวายพระราชา
เขาตำหนิติเตียนพลางไปนำกหาปณะมาเพียง ๑ กหาปณะ แต่ที่ฝั่ง
ทรัพย์ ๔๐ โกฏิ นางก็ส่งกหาปณะไป (ถวาย) แด่พระราชาแล้ว (จัด )
ทำมหรสพด้วยกหาปณะของตน, โดยกาลล่วงไป ๒-๓ วัน ก็ส่งข่าวไป
(ถวาย) อย่างนั้นนั่นแลอีก.
พระราชาก็ทรงบังคับอีกว่า " ทวยราษฎร์จงจัดทำมหรสพ เมื่อ
ใครไม่ทำ มีสินไหมประมาณเท่านี้" กุมภโฆสกนั้น ถูกแม่ยายกล่าวรบเร้า
อยู่เหมือนครั้งก่อนนั่นแล จึงไปนำกหาปณะมา ๑ กหาปณะ แม้อีก
๑. การบังคับของพระพระราชา. /๒. ต้องเป็นหนี้พระราชา.

316
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 317 (เล่ม 40)

นางก็ส่งกหาปณะแม้เหล่านั้นไป (ถวาย) แด่พระราชา, โดยกาลล่วง
ไป ๒-๓ วัน ก็ส่งข่าวไป (ถวาย) อีกว่า ' บัดนี้ขอฝ่าละอองธุลี
พระบาท ทรงส่งบุรุษมา ' รับสั่งให้เรียกกุมภโฆสกนี้ไป (เฝ้า)."
พระราชาทรงส่งบุรุษไปแล้ว.
กุมภโฆสกถูกฉุดตัวไปเฝ้าพระเจ้าอยู่หัว
พวกบุรุษไปยังถนนที่คนรับจ้างนั้นอยู่แล้ว ถามหาว่า " คนไหน
ชื่อกุมภโฆสก" เที่ยวตามหาพบเขาแล้ว บอกว่า " มาเถิด พ่อมหา-
จำเริญ พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งให้หาพ่อ (ไปเฝ้า)."
เขากลัวแล้ว พูดคำแก้ตัวเป็นต้นว่า " พระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงรู้จัก
ตัวฉัน " แล้วไม่ปรารถนาจะไป. ทีนั้น พวกบุรุษ จึงจับเขาที่อวัยวะ
ทั้งหลาย มีมือเป็นต้น ฉุดมาด้วยพลการ.๑
หญิงนั้น เห็นบุรุษเหล่านั้นแล้ว จึง ( ทำที) ขู่ตะคอกว่า "เฮ้ย
เจ้าพวกหัวดื้อ พวกเจ้าไม่สมควรจับลูกเขยของข้าที่อวัยวะทั้งหลายมีมือ
เป็นต้น " แล้วปลอบว่า " มาเถิด พ่อ อย่ากลัวเลย, ฉันเฝ้าพระเจ้า
อยู่หัวแล้ว จักทูลให้ตัดมือของพวกที่จับอวัยวะมีมือเป็นต้นของเจ้าทีเดียว"
แล้วพาบุตรีไปก่อน ถึงพระราชมณเฑียรแล้วเปลี่ยนเพศแต่งเครื่องประ-
ดับพร้อมสรรพ ได้ยืนเฝ้าอยู่ ณ ส่วนข้างหนึ่ง. ฝ่ายกุมภโฆสก ถูกเขา
ฉุดคร่านำมา ( ถวาย) จนได้.
พระราชาทรงซักถามกุมภโฆสก
ขณะนั้น พระราชา ตรัสกะเขาผู้ถวายบังคมแล้วยืนเฝ้าอยู่ว่า "เจ้า
๑. ทำด้วยกำลัง คือทำตามชอบใจ.

317
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 318 (เล่ม 40)

หรือ ? ชื่อกุมภโฆสก."
กุมภโฆสก. ข้าแต่สมมติเทพ พระเจ้าข้า.
พระราชา. เพราะเหตุไร เจ้าจึงปกปิดทรัพย์เป็นอันมากไว้ใช้สอย ?
กุมภโฆสก. ทรัพย์ของข้าพระองค์จักมีแต่ไหน ? พระเจ้าข้า
(เพราะ) ข้าพระองค์ทำการรับจ้างเลี้ยงชีวิต.
พระราชา. เจ้าอย่าทำอย่างนั้น; เจ้าลวงข้าทำไม ?
กุมภโฆสก. ข้าพระองค์มิได้ลวง พระเจ้าข้า, ทรัพย์ของข้าพระ-
องค์ไม่มี (จริง).
ทีนั้น พระราชาทรงแสดงกหาปะเหล่านั้นแก่เขาแล้ว ตรัสว่า
" กหาปณะเหล่านี้ ของใครกัน ?"
กุมภโฆสกเผยจำนวนทรัพย์
เขาจำ ( กหาปณะ) ได้ คิดว่า "ตายจริง ! เราฉิบหายแล้ว;
อย่างไรหนอ กหาปณะเหล่านี้ จึงตกมาถึงพระหัตถ์ของพระเจ้าอยู่หัว
ได้ ?" แลไปข้างโน้นข้างนี้ ก็เห็นหญิงทั้งสองคนนั้น ประดับประดา
ยืนเฝ้าอยู่ริมพระทวารห้อง จึงคิดว่า " กรรมนี้สำคัญนัก, ชะรอย
พระเจ้าอยู่หัว พึงแต่งหญิงเหล่านั้น (ไปล่อลวงแน่นอน)."
ขณะนั้น พระราชาตรัสกะเขาว่า " พูดไปเถิด ผู้เจริญ, ทำไม่ ?
เจ้าจึงทำอย่างนั้น."
กุมภโฆสก. เพราะที่พึ่งของข้าพระองค์ไม่มี พระเจ้าข้า.
พระราชา. คนเช่นเรา ไม่ควรเป็นที่พึ่ง (ของเจ้า) หรือ ?
กุมภโฆสก. ข้าแต่สมมติเทพ ถ้าสมมติเทพ ทรงเป็นที่พึ่งของ

318
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 319 (เล่ม 40)

ข้าพระองค์ ก็เป็นการเหมาะดี.
พระราชา. เป็นได้ซิ ผู้เจริญ, ทรัพย์ของเจ้ามีเท่าไรล่ะ ?
กุมภโฆสก. มี ๔๐ โกฏิ พระเจ้าข้า.
พระราชา. ได้อะไร ( ขน) จึงจะควร ?
กุมภโฆสก. เกวียนหลาย ๆ เล่ม พระเจ้าข้า.
กุมภโฆสกได้รับตำแหน่งเศรษฐี
พระราชา รับสั่งให้จัดเกวียนหลายร้อยเล่มส่งไป ให้ขนทรัพย์
นั้นมา ให้ทำเป็นกองไว้ที่หน้าพระลานหลวงแล้ว รับสั่งให้ชาวกรุง
ราชคฤห์ (มา) ประชุมกันแล้ว ตรัสถามว่า "ในพระนครนี้ ใคร
มีทรัพย์ประมาณเท่านี้บ้าง ?" เมื่อทวยราษฎร์กราบทูลว่า "ไม่มี
พระเจ้าข้า " ตรัสถามว่า " ก็เราทำอะไร แก่เขาจึงควร ?" เมื่อพวก
นั้นกราบทูลว่า " ทรงทำความยกย่องแก่เขา สมควร พระเจ้าข้า" จึง
ทรงตั้งกุมภโฆสกนั้น ในตำแหน่งเศรษฐี ด้วยสักการะเป็นอันมาก
พระราชทานบุตรีของหญิงนั้นแก่เขาแล้ว เสด็จไปสู่สำนักพระศาสดา
พร้อมกับเขา ถวายบังคมแล้ว กราบทูลว่า " ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอ
พระองค์จงทอดพระเนตรบุรุษนี้ ชื่อว่าผู้มีปัญญาเห็นปานนี้ ไม่มี, เขา
แม้มีสมบัติถึง ๔๐ โกฏิ ก็ไม่ทำอาการเย่อหยิ่ง หรืออาการสักว่าความ
ทะนงตัว, ( ทำ) เป็นเหมือนคนกำพร้า นุ่งผ้าเก่า ๆ ทำการรับจ้าง
ที่ถนนอันเป็นที่อยู่ของคนรับจ้าง เลี้ยงชีพอยู่ หม่อมฉันรู้ได้ด้วยอุบาย
ชื่อนี้, ก็แลครั้นรู้แล้วสั่งให้เรียกมา ไล่เลียงให้รับว่ามีทรัพย์แล้ว ให้ขน
ทรัพย์นั้นมา ตั้งไว้ในตำแหน่งเศรษฐี. (ใช่แต่เท่านั้น) หม่อมฉันยัง

319
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 320 (เล่ม 40)

ให้บุตรีแก่เขาด้วย ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ คนมีปัญญาเห็นปานนี้ หม่อม
ฉันไม่เคยเห็น."
คุณธรรมเป็นเหตุเจริญแห่งยศ
พระศาสดาทรงสดับเรื่องนั้นแล้ว ตรัสว่า " มหาบพิตร ชีวิต
ของบุคคลผู้เป็นอยู่อย่างนั้น ชื่อว่า เป็นอยู่ประกอบด้วยธรรม; ก็กรรม
มีกรรมของโจรเป็นต้น ย่อมเบียดเบียนบีบคั้น (ผู้ทำ) ในโลกนี้
ทั้งในโลกหน้า ชื่อว่าความสุข อันมีกรรมนั้นเป็นเหตุ ก็ไม่มี, ก็บุรุษทำ
การรับจ้างก็ดี ทำนาก็ดี เลี้ยงชีวิตในกาลเสื่อมทรัพย์นั่นแล ชื่อว่าชีวิต
ประกอบด้วยธรรม, อันความเป็นใหญ่ย่อมเจริญขึ้นอย่างเดียว แก่คนผู้
ถึงพร้อมด้วยความเพียร บริบูรณ์ด้วยสติ มีการงานบริสุทธิ์ทางทวาร
ทั้งหลาย มีกายและวาจาเป็นต้น มีปกติใคร่ครวญด้วยปัญญาแล้วจึงทำ
ผู้สำรวมไตรทวาร มีกายทวาร เป็นต้น เลี้ยงชีวิตโดยธรรม ตั้งอยู่
ในอันไม่เหินห่างสติเห็นปานนั้น." ดังนี้แล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า
๒. อุฏฺฐานวโต สตีมโต สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโน
สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฒติ.
" ยศย่อมเจริญโดยยิ่ง แก่คนผู้มีความขยัน
มีสติ มีการงานสะอาด มีปกติใคร่ครวญแล้วจึงทำ
สำรวมแล้ว เลี้ยงชีพโดยธรรม และไม่ประมาท."
แก้อรรถ
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุฏฺฐานวโต คือ ผู้มีความเพียงเป็น
เหตุลุกขึ้น.

320
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 321 (เล่ม 40)

บทว่า สตีมโต คือ สมบูรณ์ด้วยสติ.
บทว่า สุจิกมฺมสฺส คือ ประกอบด้วยการงานทั้งหลาย มีการงาน
ทางกายเป็นต้น อันหาโทษมิได้ คือหาความผิดมิได้.
บทว่า นิสมฺมการิโน ได้แก่ ใคร่ครวญ คือไตร่ตรองอย่างนี้ว่า
" ถ้าผลอย่างนี้จักมี เราจักทำอย่างนี้." หรือว่า " เมื่อการงานนี้อันเรา
ทำแล้วอย่างนี้ ผลชื่อนี้จักมี" ดังนี้แล้ว ทำการงานทั้งปวงเหมือน
แพทย์ตรวจดูต้นเหตุ (ของโรค) แล้วจึงแก้โรคฉะนั้น.
บทว่า สญฺญตสฺส ได้แก่ สำรวมแล้ว คือ ไม่มีช่อง ด้วยทวาร
ทั้งหลายมีกายเป็นต้น.
บทว่า ธมฺมชีวิโน คือ ผู้เป็นคฤหัสถ์ เว้นความโกงต่าง ๆ
มีโกงด้วยตาชั่งเป็นต้น เลี้ยงชีวิตด้วยการงานอันชอบทั้งหลาย มีทำนา
และเลี้ยงโคเป็นต้น, เป็นบรรพชิต เว้นอเนสนากรรมทั้งหลาย๑ มีเวช-
กรรม๒และทูตกรรม๓เป็นต้น เลี้ยงชีวิตด้วยภิกษาจาร๔ โดยธรรม คือโดย
ชอบ.
บทว่า อปฺปมตฺตสฺส คือ มีสติไม่ห่างเหิน.
บทว่า ยโสภิวฑฺฒติ ความว่า ยศที่ได้แก่ความเป็นใหญ่ ความมี
โภคสมบัติและความนับถือ และที่ได้แก่ความมีเกียรติและการกล่าว
สรรเสริญ ย่อมเจริญ.
ในกาลจบพระคาถา กุมภโฆสก ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล. ชน
๑. กรรมคือการแสวงหา (ปัจจัย) อันไม่ควร. ๒. กรรมของหมอหรือกรรมหรือความเป็นหมอ.
๓. กรรมของคนรับใช้ หรือกรรมคือความเป็นผู้รับใช้. ๔. การเที่ยวเพื่อภิกษา.

321
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 322 (เล่ม 40)

แม้เหล่าอื่นเป็นอันมาก ก็บรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผลเป็นต้น
แล้ว. เทศนาสำเร็จประโยชน์แก่มหาชนอย่างนี้แล.
เรื่องกุมภโฆสก จบ.

322
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 323 (เล่ม 40)

๓. เรื่องพระจูฬปันถกเถระ [๑๗]
ข้อความเบื้องต้น
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเวฬุวัน ทรงปรารภพระเถระ
ชื่อว่าจูฬปันถก ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "อุฏุฐาเนนปฺปมาเทน"
เป็นต้น.
ธิดาเศรษฐีได้ทาสเป็นสามี
ดังได้สดับมา ธิดาแห่งสกุลของธนเศรษฐีในพระนครราชคฤห์
ในเวลาเขาเจริญวัย มารดาบิดารักษาไว้อย่างกวดขันที่ชั้นบนแห่ง
ปราสาท ๗ ชั้น (แต่นาง) เป็นสตรีโลเลในบุรุษ เพราะความเป็น
ผู้เมาแล้วด้วยความเมาในความเป็นสาว จึงทำสันถวะกับทาสของตนเอง
กลัวว่า " คนอื่น ๆ จะพึงรู้กรรมนี้ของเราบ้าง" จึงพูดอย่างนี้ว่า
"เราทั้งสองไม่อาจอยู่ในที่นี้ได้, ถ้ามารดาบิดาของฉันทราบความเสียหาย
นี้ไซร้ จักห้ำหั่นเราให้เป็นท่อนน้อยท่อนใหญ่; เราจะไปสู่ที่ต่างถิ่นแล้ว
อยู่." ทั้งสองคนนั้น ถือเอาทรัพย์อันเป็นสาระที่จะพึงนำไปได้ด้วยมือ
ในเรือน ออกไปทางประตูด้านเหนือแล้ว ชักชวนกันว่า " เราทั้งสอง
จักต้องไปอยู่ในสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งที่ชนเหล่าอื่นไม่รู้จัก" ดังนี้แล้ว
ทั้งสองคนได้เดินไปแล้ว.
มีบุตรด้วยกันสองคน
เมื่อเขาทั้งสองอยู่ในที่แห่งหนึ่ง นางตั้งครรภ์แล้ว เพราะอาศัย
การอยู่ร่วมกัน.

323
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 324 (เล่ม 40)

นางอาศัยความที่ครรภ์แก่เต็มที่ จึงปรึกษากับสามีนั้นว่า " ครรภ์
ของฉันถึงความแก่เต็มที่แล้ว, ธรรมดาการตลอดบุตรในที่ซึ่งเหินห่าง
จากญาติพวกพ้อง ย่อมเป็นเหตุนำความทุกข์มาให้แก่เราทั้งสอง, เรา
ทั้งสองไปสู่เรือนแห่งสกุลเดิมเถิด," เขาพูดผัดเพี้ยนว่า "วันนี้ จะไป,
พรุ่งนี้ จึงค่อยไปเถิด," ยังวันทั้งหลายให้ล่วงเลยไปเสีย เพราะกลัวว่า
" ถ้าเราไปที่นั้น, ชีวิตของเราย่อมไม่มี." นางคิดว่า " เจ้านี่ เขลา
ไม่อาจไปเพราะความที่ตนมีโทษมาก, ธรรมดามารดาบิดา มีความ
เกื้อกูลโดยส่วนเดียวเท่านั้น, เจ้านี่ จะไปหรือไม่ไปก็ตาม, เราจักไปละ."
ครั้นเมื่อเขาออกจากเรือนไปแล้ว นางเก็บงำเครื่องเรือน บอกความที่ตน
จะไปสู่เรือนแห่งสกุล แก่ชาวบ้านที่อยู่ถัดกันแล้ว เดินทางไป. ฝ่ายสามี
(กลับ) มาเรือน ไม่เห็นภริยา ถามผู้คุ้นเคย ทราบว่า. " ไปเรือน
แห่งสกุล" จึงรีบติดตามไปทันในระหว่างทาง. แม้ภริยาของเขานั้น
ก็ได้คลอดบุตรในระหว่างทางนั้นเอง. เขาถามว่า "นี่อะไรกัน ? น้อง"
ภริยา. พี่ ลูกชายคนที่หนึ่งคลอดแล้ว.
สามี. บัดนี้ เราจักทำอย่างไร ?
ทั้งสองคนคิดเห็นร่วมกันว่า " เราทั้งสองไปสู่เรือนแห่งสกุล เพื่อ
ประโยชน์แก่กรรมใด. กรรมนั้นสำเร็จแล้วในระหว่างทางเทียว, เรา
จักไปที่นั้นทำอะไร ? กลับกันเถิด" ดังนี้แล้ว ก็พากันกลับ.
เขาทั้งสองได้ตั้งชื่อเด็กนั้นแล ว่า "ปันถก" เพราะเกิดใน
หนทาง. ต่อกาลไม่นานนัก นางตั้งครรภ์แม้อีก. พฤติการณ์ทั้งปวง
พึงให้พิสดาร โดยนัยอันมีในก่อนนั่นแล.

324