จำเดิมแต่นั้น การเรียนมนต์หรือการเรียนศิลปะจึงไม่มี.
ฝ่ายพระราชาทรงถามพระธิดาเป็นนิตย์ว่า " เจ้ายังเรียนศิลปะ
อยู่หรือ ? ลูก."
พระนางตรัสว่า "ข้าแต่พระบิดา กระหม่อมฉันยังเรียนอยู่ เพคะ."
ต่อมา วันหนึ่ง พระเจ้าอุเทนตรัสกะพระนางว่า "นางผู้เจริญ
ชื่อว่าหน้าที่ซึ่งสามีพึงกระทำ มารดาบิดา พี่น้องชาย และพี่น้องหญิง
ไม่สามารถจะทำได้เลย; หากเธอจักให้ชีวิตแก่เรา, เราจักให้หญิง ๕๐๐
นางเป็นบริวาร แล้วให้ตำแหน่งอัครมเหสีแก่เธอ."
พระนางตรัสว่า " ถ้าพระองค์ จักอาจเพื่อตั้งอยู่ในพระดำรัสนี้,
หม่อมฉันก็จักถวายทานนี้แด่พระองค์."
พระเจ้าอุเทนตรัสตอบว่า "พระน้องหญิง เราจักอาจ."
พระนางทรงรับพระดำรัสว่า "ตกลง เพคะ" ดังนี้แล้วก็เสด็จ
ไปสู่สำนักพระราชบิดา ถวายบังคมแล้ว ได้ยืนอยู่ข้างหนึ่ง. ลำดับนั้น
ท้าวเธอตรัสถามพระนางว่า " ศิลปะสำเร็จแล้วหรือ ? ลูกหญิง."
วาสุลทัตตา. ข้าแต่พระบิดา ศิลปะยังไม่สำเร็จก่อน เพคะ.
ลำดับนั้น พระเจ้าจัณฑปัชโชต ตรัสถามพระนางว่า " ทำไมเล่า
ลูกหญิง ?"
วาสุลทัตตา. ข้าแต่พระบิดา กระหม่อมฉันควรจะได้ประตูประตู ๑
กับพาหนะตัว ๑.
จัณฑปัชโชต. นี้ เป็นอย่างไรเล่า ลูกหญิง ?
วาสุลทัตตา. ข้าแต่พระบิดา ทราบว่า มีโอสถขนานหนึ่งจะต้อง
เก็บในเวลากลางคืน ด้วยสัญญาดวงดาว เพื่อประโยชน์เป็นอุปการะแห่ง