ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 245 (เล่ม 40)

ทางนี้ก่อน งดการรับใช้ไว้. จงลาตั่ง ล้างเท้า ทาน้ำมัน ปูที่นอน ให้
บุตรของเรา จึงทำการรับใช้ภายหลัง." นางได้กระทำการตามสั่งแล้ว.
ครั้งนั้น ลูกสาวของเศรษฐี ได้ดุหญิงรับใช้นั้นผู้มาช้า. ทีนั้น หญิงคน
ใช้นั้นเรียนกะนางว่า "แม่เจ้า อย่าเพิ่งโกรธดิฉัน. บุตรเศรษฐีชื่อโฆสกะ
มาแล้ว, ดิฉันทำสิ่งนี้ ๆ แก่เขาแล้ว ไปในตลาดนั้นแล้วจึงมา." เพราะ
ฟังชื่อว่า "โฆสกะ" ผู้บุตรเศรษฐีนั้น ความรักเฉือนผิวหนังเป็นต้น
จดถึงเยื่อในกระดูก ตั้งขึ้นแก่ลูกสาวเศรษฐีแล้ว.
ลูกสาวเศรษฐีแปลงสาสน์
แท้จริง ลูกสาวเศรษฐีนั้น เป็นภรรยาของนายโฆสกะนั้นในเวลา
ที่เขาเป็นนายโกตุหลิก ได้ถวายข้าวสุกทะนานหนึ่ง แก่พระปัจเจกพุทธเจ้า
ด้วยอานุภาพแห่งผลทานนั้น นางจึงมาเกิดในตระกูลเศรษฐีนี้. ความรัก
ในปางก่อน ได้ท่วมทับยึดลูกสาวเศรษฐีนั้นไว้ ด้วยประการฉะนี้.
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า
"ความรักนั้น ย่อมเกิดด้วยเหตุ ๒ ประการ
อย่างนี้ คือ ด้วยความอยู่ร่วมกันในกาลก่อน ๑
ด้วยการเกื้อกูลกันในกาลปัจจุบัน ๑ เหมือนอุบล
(อาศัยเปือกตมและน้ำ) เกิดในน้ำฉะนั้น."
ทีนั้น นางจึงถามหญิงสาวใช้นั้นว่า " (เดี๋ยวนี้) เขาอยู่ที่ไหน
จ๊ะ ? แม่."
หญิงสาวใช้. เขานอนหลับอยู่บนที่นอน (เจ้าค่ะ) แม่เจ้า.
ธิดาเศรษฐี. ก็ในมือของเขา มีอะไรอยู่หรือ ?

245
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 246 (เล่ม 40)

หญิงสาวใช้. มีหนังสืออยู่ที่ชายผ้าเจ้าค่ะ แม่เจ้า.
ธิดาเศรษฐีนั้นจึงคิดว่า "นั่นจะเป็นหนังสืออะไรหนอ ?"
เมื่อนายโฆสกะนั้นกำลังหลับอยู่, เมื่อมารดาบิดาไม่แลเห็น เพราะ
มัวเอาใจส่งไปในเรื่องอื่น, ลงไปสู่สำนัก (ของเขา) แล้ว แก้เอา
หนังสือนั้น เข้าไปยังห้องของตน ปิดประตู เปิดหน้าต่าง อ่านหนังสือ
เพราะนางฉลาดในอักษรสมัย แล้วคิดว่า "ตายจริง ! คนเขลา ผูก
หนังสือสำหรับฆ่าตัวที่ชายผ้าแล้วก็เที่ยวไป. ถ้าเราไม่เห็นหนังสือแล้ว
เขาคงไม่มีชีวิตอยู่" ดังนี้ แล้ว จึงฉีกหนังสือฉบับนั้นเสีย เขียนหนังสือ
อีกฉบับหนึ่ง ตามถ้อยคำของเศรษฐีว่า " ลูกชายของข้าพเจ้านี้ ชื่อเจ้า
โฆสกะ, จงให้นำเครื่องบรรณาการมาจากบ้าน (ส่วย) ๑๐๐ บ้าน
ทำมงคลกับบุตรสาวเศรษฐีในชนบทนี้ ให้ปลูกเรือนขึ้น ๒ ชั้นในท่าม
กลางบ้านเป็นที่อยู่ของตน ทำการรักษาอย่างแข็งแรง ด้วยเครื่องล้อมคือ
กำแพงและเครื่องล้อมคือบุรุษ, และจงส่งข่าวไปให้ข้าพเจ้าว่า " การนี้
การนี้ ฉันทำเสร็จแล้ว. " เมื่อกรรมอย่างนี้ท่านทำแล้ว ฉันจักรู้สิ่งที่ควร
ทำแก่ท่านลุงในภายหลัง, ก็แลครั้นเขียนเสร็จแล้ว นางจึงพับ ลงไปผูก
ไว้ที่ชายผ้าของนายโฆสกะนั้นตามเดิม.
นายโฆสกะได้ภรรยา
นายโฆสกะนั้น นอนหลับตลอดวัน ลุกขึ้นบริโภคแล้วก็หลีกไป.
ในวันรุ่งขึ้น เขาไปสู่บ้านนั้นแต่เช้าตรู่ แลเห็นนายเสมียนทำกิจในบ้าน
อยู่ทีเดียว. นายเสมียนนั้นเห็นนายโฆสกะนั้นแล้ว จึงถามว่า " อะไร ?
พ่อ " นายโฆสกะนั้น กล่าวว่า " คุณพ่อของผม ส่งหนังสือมาถึงท่าน"

246
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 247 (เล่ม 40)

นายเสมียนจึงถามว่า "หนังสือเพื่อการอะไร ? พ่อ จงบอกมา" รับเอา
หนังสือแล้ว อ่านดูก็มีความพอใจ จึงกล่าวกะคหบดีทั้งหลายว่า " ผู้เจริญ
ทั้งหลาย ขอเชิญท่านดูความรักใคร่ในเราของนายเรา. ท่านเศรษฐีส่ง
บุตรชายมายังสำนักของเรา ด้วยแจ้งว่า 'จงทำมงคลแก่บุตรคนโตของเรา'
พวกท่านจงรีบเอาไม้เป็นต้นมาเร็ว" ดังนี้แล้ว ให้ปลูกเรือนมีประการ
ดังกล่าวแล้วในท่ามกลางบ้าน ให้นำเครื่องบรรณาการมาแต่บ้าน ๑๐๐ บ้าน
นำลูกสาวของเศรษฐีในชนบทมาการทำมงคลแล้ว จึงส่งข่าวไปแก่เศรษฐี
ว่า " การนี้ การนี้ ข้าพเจ้าทำเสร็จแล้ว."
เศรษฐีเสียใจจนเกิดโรค
เพราะได้ฟังข่าวนั้น ความเสียใจอย่างใหญ่ บังเกิดแก่เศรษฐี
แล้วว่า " เราให้ทำสิ่งใด สิ่งนั้นไม่สำเร็จ, สิ่งใดมิให้ทำ สิ่งนั้นก็กลับ
สำเร็จ." ความเศร้าโศกนั้น กับความเศร้าโศกถึงบุตร เป็นอันเดียวกัน
เทียว ยังความร้อนในท้องให้เกิดขึ้น ให้เกิดโรคอติสาร๑แล้ว. แม้ลูกสาว
ของเศรษฐี ก็บังคับพวกคนว่า " ถ้าว่าใคร ๆ มาจากสำนักของเศรษฐี,
ท่านยังไม่บอกแก่เราแล้ว อย่าบอกแก่เศรษฐีบุตรก่อน. แม้เศรษฐีเล่า
ก็คิดว่า "บัดนี้ เราจะไม่ทำบุตรชั่วชาติคนนั้นให้เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติ
ของเรา " ดังนี้แล้ว จึงบอกนายเสมียนคนหนึ่งว่า "ลุง ฉันปรารถนา
จะพบบุตรของฉัน, ท่านจงส่งคนรับใช้ไปคนหนึ่ง ให้เรียกบุตรของฉัน
มา." เขารับว่า " ได้จ้ะ" ให้หนังสือแล้ว ส่งคนผู้หนึ่งไป. ฝ่ายลูกสาว
ของเศรษฐี ทราบว่าบุรุษนั้นนายืนอยู่ที่ประตู ให้เรียกเขามาแล้ว ถามว่า
" อะไร ? พ่อ."
๑. โรคอันยังโลหิตให้แล่นไปยิ่ง, โรคลงแดง.

247
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 248 (เล่ม 40)

คนรับใช้. เศรษฐี ไม่สบาย เพื่อจะพบลูกชาย ให้เรียก (เขา)
แม่เจ้า.
เศรษฐีธิดา. พ่อ เศรษฐียังมีกำลัง หรือถอยกำลัง ?
คนรับใช้. ยังมีกำลัง บริโภคอาหารได้อยู่ก่อน แม่เจ้า.
ลูกสาวเศรษฐีนั้น ไม่ให้บุตรเศรษฐีทราบเทียวให้ๆ ที่อยู่และเสบียง
เดินทางแก่เขาแล้ว กล่าวว่า "ท่านจักไปได้ในเวลาที่ฉันส่งไป จงพักอยู่
ก่อน.
มหาเศรษฐี ได้กล่าวกะนายเสมียนอีกว่า "ลุง ท่านยังไม่ได้ส่ง
หนังสือไปยังสำนักบุตรของฉันหรือ ?"
นายเสมียน. ส่งไปแล้ว นาย คนผู้ไปแล้ว ยังไม่มาก่อน.
เศรษฐี. ถ้ากระนั้น ท่านจงส่งผู้อื่นไปอีก.
นายเสมียนนั้นส่งไปแล้ว.
ลูกสาวของเศรษฐี ปฏิบัติแม้ในบุรุษนั้น อย่างนั้นเหมือนกัน.
ในกาลนั้น โรคของเศรษฐีหนักแล้ว. ภาชนะหนึ่งเข้า, ภาชนะหนึ่ง
ออก.
เศรษฐีจึงถามนายเสมียนอีกว่า " ลุง ท่านยังไม่ได้ส่งหนังสือไปยัง
สำนักบุตรของฉันแล้วหรือ."
นายเสมียน. ส่งไปแล้ว นาย แต่คนที่ไปยังไม่กลับ.
เศรษฐี. ถ้ากระนั้น ท่านจงส่งผู้อื่นไปอีก.
นายเสมียนนั้นส่งไปแล้ว. ลูกสาวเศรษฐี ถามประพฤติเหตุนั้น
แม้กะบุรุษผู้มาในวาระที่ ๓ แล้ว. บุรุษผู้นั้นบอกว่า "ข้าแต่นาย
เศรษฐีป่วยหนัก ตัดอาหารเสียแล้ว มีความตายเป็นเบื้องหน้า, ภาชนะ

248
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 249 (เล่ม 40)

หนึ่งออก ภาชนะหนึ่งเข้า." ลูกสาวของเศรษฐีจึงคิดว่า "บัดนี้เป็นเวลา
ที่เขาควรไปได้" จึงบอกแก่เศรษฐีบุตรว่า " ทราบว่า คุณพ่อของท่าน
ป่วย." เมื่อเขากล่าวว่า " พูดอะไร ? หล่อน " จึงพูดว่า " ความไม่
สำราญมีแก่บิดาของท่านนั้น นาย."
โฆสกะ. บัดนี้ ฉันควรทำอย่างไร ?
เศรษฐีธิดา. นาย เราจักถือเครื่องบรรณาการอันเกิดจากบ้านส่วย
๑๐๐ บ้าน ไปเยี่ยมท่าน.
นายโฆสกะนั้น รับว่า " จ้ะ" แล้วให้คนนำเครื่องบรรณาการมา
เอาเกวียนบรรทุก หลีกไปแล้ว.
ครั้งนั้น ลูกสาวของเศรษฐีนั้น พูดกะโฆสกะนั้นว่า "บิดา
ของท่านถอยกำลัง, เมื่อเราถือเอาเครื่องบรรณาการมีประมาณเท่านี้ไป
จักเป็นการเนิ่นช้า, ขอท่านจงให้ขนบรรณาการนี้กลับเถิด " ดังนี้แล้ว
จึงส่งบรรณาการนั้นทั้งหมดไปสู่เรือนแห่งตระกูลของตน แล้วพูดอีกว่า
"นาย ท่านพึงยืนข้างเท้าแห่งบิดาของท่าน, ฉันจักยืนข้างเหนือศีรษะ."
เมื่อเข้าไปสู่เรือนนั่นเทียว นางก็บังคับพวกคนของตนว่า "พวกท่าน
จงถือเอาการรักษาทั้งข้างหน้าเรือนทั้งข้างหลังเรือน. ก็ในเวลาที่เข้าไป
เศรษฐีบุตรได้ยืนอยู่แล้วที่ข้างเท้าของบิดา. ส่วนภรรยาได้ยืนข้างเหนือ
ศีรษะ.
เศรษฐีทำกาละ
ในขณะนั้น เศรษฐีนอนหงายแล้ว. ส่วนนายเสมียน เมื่อนวดเท้า
ของเศรษฐีนั้น จึงพูดว่า "นาย บุตรชายของท่านมาแล้ว."

249
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 250 (เล่ม 40)

เศรษฐี. เขาอยู่ที่ไหน ?
นายเสมียน. เขายืนอยู่ที่ปลายเท้า.
ครั้งนั้น เศรษฐีเห็นบุตรชายนั้นแล้ว จึงให้เรียกนายเสมียน
มาแล้ว ถามว่า " ในเรือนของฉันมีทรัพย์อยู่เท่าไร ?" เมื่อนายเสมียน
เรียนว่า " นาย มีอยู่ ๔๐ โกฏิเท่านั้น, แต่เครื่องอุปโภคบริโภคและ
บ้าน นา สัตว์ ๒ เท้า ๔ เท้า ยานพาหนะ มีอยู่จำนวนเท่านี้ ๆ,"
ใคร่จะพูดว่า "ฉันไม่ให้ทรัพย์ มีประมาณเท่านี้แก่โฆสกะบุตรของฉัน,"
(กลับ) พูดว่า " ฉันให้." ลูกสาวเศรษฐีฟังคำนั้นแล้วคิดว่า " เศรษฐีนี้
เมื่อพูด พึงพูดคำอะไรอื่น" เป็นเหมือนเร่าร้อนด้วยความโศก สยายผม
ร้องไห้กล่าวว่า "คุณพ่อ พูดอะไรนี่, พวกเราฟังคำของท่าน ชื่อแม้นี้,
พวกเราไม่มีบุญหนอ" ดังนี้แล้ว จึงเอาศีรษะประหารเศรษฐีนั่นที่ท่าน-
กลางอก ล้มลงเอาศีรษะกลิ้งเกลือกอยู่ที่ท่ามกลางอกของเศรษฐีนั้น
แสดงอาการคร่ำครวญ จนเศรษฐีไม่อาจพูดได้อีก. แม้เศรษฐี ก็ได้ทำ
กาละในขณะนั้นเอง.
พระเจ้าอุเทนประทานตำแหน่งเศรษฐีแก่นายโฆสกะ
ชนทั้งหลายสดับว่า " เศรษฐีถึงอนิจกรรมแล้ว" จึงไปกราบทูล
พระเจ้าอุเทน. พระเจ้าอุเทน ทรงให้ทำฌาปนกิจสรีระของเศรษฐีนั้นแล้ว
ตรัสถามว่า " ก็ลูกชายหรือลูกหญิงของเศรษฐีนั้น มีอยู่หรือ ?"
ชนทั้งหลายกราบทูลว่า "มีอยู่ พระเจ้าข้า ลูกชายของเศรษฐีนั้น
ชื่อว่า โฆสกะ, เศรษฐีนั้น มอบหมายทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้แก่โฆสกะ
นั้นแล้ว ก็ถึงแก่อนิจกรรม พระเจ้าข้า." พระราชาทรงให้เรียกตัวเศรษฐี-

250
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 251 (เล่ม 40)

บุตรมาแล้วในกาลอื่น. ก็ในวันนั้นฝนตก, ที่พระลานหลวงมีน้ำขังอยู่
ในที่นั้น ๆ เศรษฐีบุตรไปแล้วด้วยหวังว่า " จักเฝ้าพระราชา." พระราชา
ทรงเปิดพระแกล ทอดพระเนตรดูนายโฆสกะนั้นเดินมาอยู่ ทรงเห็นเขา
โดดน้ำที่พระลานหลวงเดินมา จึงตรัสถามเขา ซึ่งมาถวายบังคมแล้วยืนอยู่
ว่า " พ่อ เจ้าชื่อโฆสกะหรือ ?" เมื่อเขาทูลว่า " ถูกแล้วพระเจ้าข้า"
ทรงปลอบเขาว่า " เจ้าอย่าเสียใจว่า ' บิดาของเราถึงอนิจกรรมแล้ว '
เราจักให้ตำแหน่งเศรษฐีอันเป็นของบิดาของเจ้าแก่เจ้านั่นเอง" ดังนี้แล้ว
ทรงส่งเขาไปว่า " จงไปเถิด พ่อ" และพระราชาได้ประทับยืนทอด
พระเนตรดูเขาซึ่งไปอยู่เทียว. เขาไม่โดดน้ำที่เขาโดดในเวลาที่มา ได้ลง
ไปค่อย ๆ.
ครั้งนั้น พระราชาตรัสสั่งให้เรียกนายโฆสกะนั้นมาจากที่นั้นแล
แล้วตรัสถามว่า " เพราะเหตุไรหนอ ? พ่อ ท่านเมื่อมาสู่สำนักของเรา
จึงโดดน้ำมาแล้ว, เมื่อไป เดี๋ยวนี้ลงไปแล้ว จึงค่อย ๆ เดินไป."
นายโฆสกะ ทูลว่า "เป็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า ข้าพระพุทธเจ้า ยังเป็นเด็ก
ในขณะนั้น, นี้ชื่อว่า เป็นเวลาเล่น. ก็ในกาลนี้ ข้าพระพุทธเจ้า ได้รับ
ทราบตำแหน่งจากพระองค์แล้ว . เพราะฉะนั้น การที่ข้าพระองค์ไม่เที่ยว
เหมือนในกาลก่อน แล้วค่อย ๆ ไป จึงควรในเดี๋ยวนี้."
พระราชาทรงสดับคำนั้นแล้ว ทรงดำริว่า "ชายผู้นี้มีปัญญา,
เราจักให้ตำแหน่งเศรษฐีแก่เขาในบัดนี้ เถิด" ดังนี้แล้ว ประทานโภคะ
ที่บิดาบริโภคแล้ว ได้ประทานตำแหน่งเศรษฐี พร้อมด้วยสรรพวัตถุ
๑๐๐ อย่าง.

251
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 252 (เล่ม 40)

นายโฆสกะรับตำแหน่งเศรษฐี
นายโฆสกะนั้นยืนอยู่บนรถ ได้การทำประทักษิณพระนครแล้ว.
ที่อันนายโฆสกะนั้นแลดูแล้ว ๆ ย่อมหวั่นไหว. แม้ลูกสาวของเศรษฐี
นั่งปรึกษากับนางกาลีสาวใช้ว่า " แม่กาลี สมบัติมีประมาณเท่านี้ สำเร็จ
แล้วแก่บุตรของท่าน ก็เพราะอาศัยเรา."
กาลี. เพราะเหตุไร ? แม่.
เศรษฐีธิดา. เพราะโฆสกะนี้ ผูกจดหมายฆ่าตัวตายไว้ที่ชายผ้า
มาสู่เรือนของพวกเรา, ครั้งนั้น ฉันฉีกจดหมายฉบับนั้นของเขา เขียน
จดหมายฉบับอื่น เพื่อให้ทำมงคลกับฉัน ทำอารักขาในเขาสิ้นกาลเท่านี้.
กาลี. แม่ ท่านรู้เห็นเพียงเท่านี้, แต่เศรษฐีมุ่งแต่จะฆ่าเขาตั้งแต่
เขาเป็นเด็ก ก็ไม่อาจเพื่อจะฆ่าได้, อาศัยนายโฆสกะนี้อย่างเดียว สิ้นทรัพย์
ไปมากมาย.
เศรษฐีธิดา. แม่ เศรษฐีทำกรรมหนักหนอ.
เศรษฐีธิดานั้นเห็นนายโฆสกะนั้น ระทำประทักษิณพระนคร เข้า
ไปสู่เรือน จึงหัวเราะ ด้วยคิดว่า " สมบัติมีประมาณเท่านี้ ๆ สำเร็จแล้ว
ก็เพราะอาศัยเรา."
ครั้งนั้น เศรษฐีบุตรเห็นอาการนั้น จึงถามว่า " ท่านหัวเราะ
ทำไม ?"
เศรษฐีธิดา. เพราะอาศัยเหตุอันหนึ่ง.
เศรษฐีบุตร. จงบอกเหตุนั้น.
เศรษฐีธิดานั้น ไม่บอกแล้ว.
เศรษฐีบุตรนั้น จึงขู่ว่า " ถ้าไม่บอก จะฟันเจ้าให้เป็น ๒ ท่อน"

252
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 253 (เล่ม 40)

ดังนี้ จึงชักดาบออกแล้ว.
เศรษฐีธิดานั้นจึงบอกว่า "ดิฉันหัวเราะ ก็เพราะคิดว่า 'สมบัติ
มีประมาณเท่านี้ นี้ ท่านได้แล้ว ก็เพราะอาศัยฉัน."
เศรษฐี. ถ้าว่าคุณพ่อของฉัน มอบมรดกของตนให้แก่ฉันแล้ว
ท่านจะได้เป็นอะไรในทรัพย์นั้น . ได้ยินว่า เศรษฐี ไม่รู้เรื่องอะไร
สิ้นกาลเท่านี้. เพราะฉะนั้น จึงไม่เชื่อถ้อยคำของเศรษฐีธิดานั้น. ครั้งนั้น
เศรษฐีธิดานั้น ได้เล่าเรื่องนั้นทั้งหมด แก่เศรษฐีบุตรนั้นว่า " บิดา
ของท่าน ให้หนังสือฆ่า (ตัว) ส่งท่านมาแล้ว. ดิฉันทำกรรมอย่างนี้ ๆ
รักษาท่านไว้แล้ว." เศรษฐีบุตรไม่เชื่อ พูดว่า " ท่านพูดไม่จริง"
จึงคิดว่า " เราจักถามแม่กาลี" ดังนั้นแล้ว จึงกล่าวว่า "ได้ยินว่า
อย่างนั้นหรือ ? แม่." นางกาลี จึงกล่าวว่า " พ่อ ตั้งแต่ท่านเป็นเด็ก
เศรษฐีประสงค์จะฆ่าท่าน แต่ไม่อาจเพื่อจะฆ่าได้, อาศัยท่าน สิ้นทรัพย์
ไปมากมาย. ท่านพ้นแล้วจากความตายในที่ ๗ แห่ง, บัดนี้ มาแล้ว
จากบ้านส่วย ถึงตำแหน่งเศรษฐี พร้อมกับด้วยสรรพวัตถุอย่างละ ๑๐๐."
เศรษฐีนั้นฟังคำนั้นแล้ว คิดว่า " เราทำกรรมหนักหนอ เรา
พ้นแล้วจากความตายเห็นปานนี้แล แล้วเป็นอยู่ด้วยความประมาท ไม่สม-
ควร, เราจักไม่ประมาท" ดังนี้ สละทรัพย์วันละพัน เริ่มตั้งทานไว้
เพื่อคนเดินทางไกลและคนกำพร้า เป็นต้นแล้ว.
กุฏุมพี ชื่อว่ามิตตะ ได้เป็นผู้ขวนขวายในการทานของเศรษฐีนั้น
แล้ว.
ความอุบัติของโฆสกเศรษฐี เป็นดังนี้.

253
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑ – หน้าที่ 254 (เล่ม 40)

ทำลายฝาเรือนหนีย่อมพ้นอหิวาตก์
ในกาลนั้น เศรษฐี นามว่า ภัททวติยะ ในภัททวดีนคร ได้เป็น
อทิฏฐบุพพสหาย๑ของโฆสกเศรษฐีแล้ว. โฆสกเศรษฐี ได้ฟังสมบัติ
และวัยและประเทศของภัททวติยเศรษฐี ในสำนักของพวกพ่อค้า ซึ่ง
มาแล้ว จากภัททวดีนคร ปรารถนาความเป็นสหายกับเศรษฐีนั้น จึงส่ง
เครื่องบรรณาการไปแล้ว. แม้ภัททวติยเศรษฐี ได้ฟังสมบัติและวัยและ
ประเทศของโฆสกเศรษฐี ในสำนักของพวกพ่อค้า ซึ่งมาแล้ว จากกรุง
โกสัมพี ปรารถนาความเป็นสหายกับเศรษฐี จึงส่งเครื่องบรรณาการไป
แล้ว เศรษฐีทั้งสองนั้น ได้เป็นอทิฏฐบุพพสหายกันและกัน อยู่แล้ว
อย่างนี้.
ในกาลอื่น อหิวาตกโรคตกแล้ว ในเรือนของภัททวติยเศรษฐี
เมื่ออหิวาตกโรคนั้นตกแล้ว แมลงวันย่อมตายก่อน, ต่อนั้น ตั๊กแตน
หนู ไก่ สุกร สุนัข แมว โค ทาสหญิง ทาสชาย ย่อมตายไปโดย
ลำดับกันทีเดียว. มนุษย์เจ้าของเรือนย่อมตายทีหลังเขาทั้งหมด. ในชน
เหล่านั้น พวกใดทำลายฝาเรือนหนีไป พวกนั้นย่อมได้ชีวิต. แม้ใน
กาลนั้น เศรษฐี ภริยาและลูกสาว ก็หนีไปโดยวิธีนั้น ปรารถนาจะเห็น
โฆสกเศรษฐี จึงดำเนินไปสู่กรุงโกสัมพี. ๓ คนนั้น มีเสบียงหมดลง
ในระหว่างทาง มีสรีระอิดโรยด้วยลมและแดด และด้วยความหิวกระหาย
ถึงกรุงโกสัมพีด้วยความลำบาก อาบน้ำในสถานอันสบายด้วยน้ำแล้ว
ก็เข้าไปสู่ศาลาแห่งหนึ่ง ที่ประตูเมือง.
ในกาลครั้งนั้น เศรษฐีกล่าวกะภริยาว่า " นางผู้เจริญ ผู้มา
๑. เพื่อนที่ไม่เคยพบเห็นกัน.

254