ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอันใด สำหรับมนุษย์ ที่เป็นทรัพย์ใช้แลกเปลี่ยน
และที่ใช้เป็นเครื่องประดับเครื่องบริโภคและเครื่องอุปโภค มี ทอง เงิน แก้ว
มุกดา แก้วมณี แก้วไพฑูรย์ แก้วประพาฬ แก้วทับทิมและแก้วลายเป็นต้น
และทรัพย์เครื่องปลื้มใจอันใด สำหรับนาคและครุฑเป็นต้น ที่อุบัติในภพ
ทั้งหลาย อันกว้างหลายร้อยโยชน์ในวิมานรัตนะ ณ ภาคพื้นดินที่ลาดด้วยทราย
แก้วมุกดาและแก้วมณี ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอันนั้น ก็เป็นอันแสดงแล้วด้วย
บททั้งสองนี้ด้วยประการฉะนี้.
บทว่า สคฺเคสุ วา ได้แก่ เทวโลกที่เป็นกามาวจรและรูปาวจร.
เทวโลกเหล่านั้น ชื่อว่า สัตตะ สวรรค์ เพราะดำเนินไป คือถึงได้ ด้วย
กรรมอันงาม. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า สัคคะ เพราะมีอารมณ์ดีเลิศ. บทว่า ยํ
ได้แก่ที่มีเจ้าของหรือไม่มีเจ้าของอันใด. บทว่า รตนํ ได้แก่ ชื่อว่า รัตนะ
เพราะนำพาให้เกิด เพิ่มพูนความยินดี. คำว่า รัตนะ นี้ เป็นชื่อของทุกสิ่ง
ที่ทำให้งดงาม มีค่ามาก ชั่งไม่ได้ เห็นยาก และเป็นของบริโภคใช้สอยของ
สัตว์ผู้ไม่ต่ำทราม เหมือนอย่างที่ท่านกล่าวไว้ว่า
จิตฺตีกตํ มหคฺฆญฺจ อตุลํ ทุลฺลภทสฺสนํ
อโนมสตฺตปริโภคํ รตนํ เตน วุจฺจติ.
ของที่ทำให้เขายำเกรง มีค่ามาก ชั่งไม่ได้เห็น
ได้ยาก เป็นเครื่องใช้สอยของสัตว์ผู้ไม่ต่ำทราม ด้วย
เหตุนั้น จึงเรียกว่า รัตนะ.
บทว่า ปณีตํ ได้แก่สูงสุด ประเสริฐสุด ไม่น้อยเลย น่าเอิบอาบใจ
รัตนะใด ในสวรรค์ทั้งหลายดังนี้ แต่วิมานสุธรรมสภา ไพชยนต์ปราสาทที่
เป็นรัตนะล้วนขนาดหลายร้อยโยชน์มีเจ้าของ และรัตนะใดที่เกี่ยวข้องอยู่ใน