ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายพากันร้องขอพระเถระ เพื่อเลือกท่านพระ-
อานนท์เสียเองเลย เหมือนอย่างที่พระอานนท์กล่าวไว้ว่า
ภิกษุทั้งหลาย ได้กรายเรียนท่านพระมหากัสสป
อย่างนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ท่านพระอานนท์นี้ ถึง
แม้จะเป็นพระเสขะ แต่ก็ไม่ควรจะลำเอียงเพราะรัก
เพราะเกลียด เพราะหลง เพราะกลัว ก็ท่านพระ-
อานนท์นี้ ได้ร่ำเรียนธรรมและวินัยมาในสำนักพระ-
มีพระภาคเจ้าเป็นอันมา ถ้าอย่างนั้น ขอพระเถระ
โปรดเลือกท่านพระอานนท์ด้วยเถิดเจ้าข้า. ครั้งนั้นแล
ท่านพระมหากัสสป จึงได้เลือกท่านพระอานนท์ด้วย
ดังนี้.
พระเถระจึงได้มีจำนวนครบ ๕๐๐ รูป รวมทั้งท่านพระอานนท์ ที่
พระเถระเลือกโดยอนุมัติของภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้.
ลำดับนั้น ภิกษุผู้เถระทั้งหลายปรึกษากันว่า เราจะช่วยกันสังคายนา
ธรรมและวินัย ที่ไหนเล่าหนอ. ได้ตกลงกันว่า กรุงราชคฤห์ มีโคจรที่หาอาหาร
มาก มีเสนาสนะมาก ถ้ากระไร เราจะอยู่จำพรรษา ช่วยกันทำสังคายนา ณ
กรุงราชคฤห์ ภิกษุเหล่าอื่น [ที่ไม่ได้รับคัดเลือก] ไม่พึงเข้าจำพรรษา
กรุงราชคฤห์. ก็เหตุไร ภิกษุผู้เถระเหล่านั้น จึงได้ตกลงกันดังนั้น. เพราะท่าน
ดำริว่า การทำสังคายนานี้ เป็นถาวรกรรมของเรา บุคคลผู้เป็นวิสภาคไม่ถูก
กัน จะพึงเข้ามาท่ามกลางสงฆ์ แล้วรื้อถาวรกรรมนั้นเสีย. ครั้งนั้น ท่าน
พระมหากัสสปจึงประกาศด้วยญัตติทุติยกรรม. คำประกาศนั้น พึงทราบตาม
นัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในสังคีติขันธกะนั้นแล.