การขับร้องด้วย การประโคมด้วย การดูสิ่งที่เป็นข้าศึกด้วย ชื่อว่า นัจจ-
คีตวาทิตวิสูกทัสสนะ. ก็วิสูกทัสสนะ ในที่นี้ พึงถือเอาตามนัยที่ตรัสไว้ใน
พรหมชาลสูตร. จริงอยู่ ในพรหมชาลสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า
อนึ่งท่านสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง บริโภคโภชนะ
ที่เขาให้ด้วยศรัทธา ยังชอบดูการเล่นที่เป็นข้าศึกเห็น
ปานนี้อยู่ คือ ฟ้อนรำ ขับร้องประโคม เล่นมหรสพ
เล่นเล่านิทาน เล่นปรบมือ เล่นเคาะปลุกยาม เล่นตี
กลอง เล่นของสวย ๆ ทำของสวย ๆ เล่น เล่นเลียน
คนจัณฑาล เล่นไม้สูง เล่นหน้าศพ เล่นชนช้าง
เล่นชนม้า เล่นชนกระบือ เล่นชนโค เล่นชนแพะ
เล่นชนแกะ เล่นชนไก่ เล่นชนนกกระทา เล่นกระบี่-
กระบอง เล่นแข่งสุนัข เล่นมวยชก เล่นมวยปล้ำ
เล่นรบกัน เล่นสนามรบ เล่นตรวจพล เล่นจัดกระ-
บวนทัพ ดูกองทัพดังนี้เห็นปานใด พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการดูการละเล่นเห็นปานนี้ ดังกล่าวมา
ฉะนี้.
อีกอย่างหนึ่ง การฟ้อนรำ การขับร้องและการประโคม โดยความ
ตามที่กล่าวมาแล้วเท่านั้นเป็นข้าศึก ชื่อว่า นัจจคีควาทิตวิสูกะ การดูการฟ้อนรำ
ขับร้องและประโคมที่เป็นข้าศึกเหล่านั้น ชื่อว่านัจจคีควาทิตวิสูกทัสสนะ เจตนา
งดเว้นจากการฟ้อนรำขับร้องและประโคมที่เป็นข้าศึกนั้น เมื่อความจะกล่าวว่า
ทสฺสนสวนา แม้การฟังท่านก็เรียกว่า ทัสสนะ เหมือนกัน เหมือนการ
จับอารมณ์ แม้มิใช่เป็นไปทางจักษุทวาร ท่านก็เรียกว่าทัสสนะ ในประโยค
เป็นต้นอย่างนี้ว่า โส จ โหติ มิจฺฉาฏฺฐิโก วิปรีตทสฺสโน ผู้นั้นย่อม