ความสำเร็จล่วงส่วน มีความเกษมจากโยคะล่วงส่วน มีพรหมจรรย์ล่วงส่วน
มีที่สุดล่วงส่วน เป็นผู้ประเสริฐสุดกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการ
เป็นผู้มีความสำคัญล่วงส่วน มีความเกษมจากโยคะล่วงส่วน มีพรหมจรรย์
ล่วงส่วน มีที่สุดล่วงส่วน เป็นผู้ประเสริฐสุดกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
ธรรม ๒ ประการเป็นไฉน คือ วิชชา ๑ จรณะ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการนี้แล ย่อมเป็นผู้มีความสำเร็จล่วงส่วน
มีความเกษมจากโยคะล่วงส่วน มีพรหมจรรย์ล่วงส่วน มีที่สุดล่วงส่วน
เป็นผู้ประเสริฐสุดกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้
สนังกุมารพรหมก็ได้กล่าวคาถานี้ไว้ว่า
ในหมู่ชนที่ยังรังเกียจกันด้วยโคตร กษัตริย์เป็น
ผู้ประเสริฐสุด ท่านผู้สมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะ
เป็นผู้ประเสริฐสุดกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็คาถานี้นั้น สนังกุมารพรหมร้อยกรองไว้ถูก
แล้ว มิใช่ร้อยกรองไว้ผิด กล่าวไว้ชอบแล้ว มิใช่กล่าวไม่ชอบ ประกอบ
ด้วยประโยชน์ มิใช่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ เราเห็นด้วย ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย แม้เราก็กล่าวอย่างนี้ว่า
ในหมู่ชนที่ยังรังเกียจกันด้วยโคตร กษัตริย์เป็น
ผู้ประเสริฐสุด ท่านผู้สมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะ
เป็นผู้ประเสริฐสุดกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.
จบโมรนิวาปนสูตรที่ ๑๐
จบนิสสายวรรคที่ ๑