พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 479 (เล่ม 38)

กาย ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์
เป็นวิบาก อย่างนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางวาจา
วาจา ๔ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็น
วิบาก อย่างไร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้พูด
เท็จ ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทาง
วาจา ๔ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์
เป็นวิบาก อย่างนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางใจ ๓
อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก
อย่างไร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้อยากได้ของ
ผู้อื่น ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงาน
ทางใจ ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์
เป็นวิบาก อย่างนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย
ทุคติ วินิบาต นรก เพราะเหตุแห่งความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงาน
ทางกาย ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล เพราะเหตุแห่งความวิบัติ
อันเป็นโทษแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล
หรือเพราะเหตุแห่งความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง อัน
มีความตั้งใจเป็นอกุศล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่รู้แล้ว ย่อมไม่กล่าวความสิ้นสุดแห่ง
กรรมที่สัตว์ตั้งใจกระทำสั่งสมขึ้น ก็วิบากนั้น อันสัตว์ผู้ทำพึงได้เสวยใน

479
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 480 (เล่ม 38)

ปัจจุบัน ในอัตภาพถัดไป หรือในอัตภาพต่อ ๆ ไป ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
เราไม่รู้แล้ว ย่อมไม่กล่าวการทำที่สุดทุกข์แห่งกรรมที่สัตว์ตั้งใจกระทำสั่ง
สมขึ้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในข้อนั้นสมบัติแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง
อันมีความตั้งใจเป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก สมบัติแห่ง
การงานทางวาจา ๔ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร
มีสุขเป็นวิบาก สมบัติแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็น
กุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบากอย่างนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สมบัติแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง อันมี
ความตั้งใจเป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก อย่างไร ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการ
ฆ่าสัตว์ ฯ ลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมบัติแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง
อันมีความตั้งใจเป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก อย่างนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมบัติแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง อันมี
ความตั้งใจเป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก อย่างไร ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ละการพูดเท็จ เว้นจากการ
พูดเท็จ ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมบัติแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง
อันมีความตั้งใจเป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบากอย่างนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมบัติแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง อันมี
ความตั้งใจเป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก อย่างไร ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ไม่อยากได้ของผู้อื่น ฯลฯ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมบัติแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจ
เป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก อย่างนี้แล.

480
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 481 (เล่ม 38)

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติ
โลกสวรรค์ เพราะเหตุแห่งสมบัติแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง อันมี
ความตั้งใจเป็นกุศล เพราะเหตุแห่งสมบัติแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง
อันมีความตั้งใจเป็นกุศล หรือเพราะเหตุแห่งสมบัติแห่งการงานทางใจ
๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล.
จบทุติยกรรมสูตรที่ ๗
๘. ตติยกรรมสูตร
ว่าด้วยการทำที่สุดทุกข์แห่งกรรมที่สัตว์ตั้งใจทำ
[๑๙๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่รู้แล้ว ย่อมไม่กล่าวความ
สิ้นสุดแห่งกรรมที่สัตว์ตั้งใจกระทำสั่งสมขึ้น ก็วิบากนั้นแลอันสัตว์ผู้ทำ
พึงได้เสวยในปัจจุบัน ในอัตภาพถัดไป หรือในอัตภาพต่อ ๆ ไป ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย เราไม่รู้แล้ว ย่อมไม่กล่าวการทำที่สุดทุกข์แห่งกรรมที่สัตว์
ตั้งใจกระทำสั่งสมขึ้น.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกนั้นนั่นแล เป็นผู้ปราศจากอภิชฌา
ปราศจากพยาบาท ไม่ลุ่มหลง มีสัมปชัญญะ มีสติเฉพาะหน้า มีใจประกอบ
ด้วยเมตตาแผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่สอง ทิศที่สาม ทิศที่สี่ก็เหมือนกัน
โดยนัยนี้ ทั้งทิศเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง แผ่ไปตลอดโลก ทั่ว
สัตว์ทุกเหล่า ในที่ทุกสถาน ด้วยใจประกอบด้วยเมตตาอันไพบูลย์ เป็น
มหัคคตะ หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่ อริยสาวก
นั้นย่อมรู้อย่างนี้ว่า ในกาลก่อนแล จิตของเรานี้เป็นจิตเล็กน้อย เป็นจิต
ไม่ได้อบรมแล้ว แต่บัดนี้ จิตของเรานี้ เป็นจิตหาประมาณมิได้ เป็น

481
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 482 (เล่ม 38)

จิตอบรมดีแล้ว ก็กรรมที่ทำแล้วพอประมาณอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นย่อม
ไม่เหลืออยู่ ไม่ตั้งอยู่ในจิตของเรานั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย
จะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน คือหากในเวลายังเป็นเด็ก เด็กนี้พึงเจริญ
เมตตาเจโตวิมุตติไซร้ พึงทำบาปกรรมบ้างหรือ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า
ไม่ใช่เช่นนั้น พระเจ้าข้า.
พ. ก็ทุกข์จะพึงถูกต้องบุคคลผู้ไม่ทำบาปกรรมแลหรือ.
ภิ. ไม่ใช่เช่นนั้น พระเจ้าข้า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ด้วยว่าทุกข์
จักถูกต้องบุคคลผู้ไม่ทำบาปกรรมได้ที่ไหน.
พ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เมตตาเจโตวิมุตตินี้ อันสตรีหรือบุรุษ
พึงเจริญแล ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กายนี้มิได้มีส่วนอันสตรีหรือบุรุษจะพึง
พาเอาไปได้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ผู้มีอันจะต้องตายเป็นสภาพนี้ เป็น
ผู้มีจิตเป็นเหตุ สัตว์นั้นย่อมรู้อย่างนี้ว่า บาปกรรมไร ๆ ของเรา อัน
กรัชกายนี้ทำแล้วในกาลก่อน บาปกรรมนั้นทั้งหมด เป็นกรรมอันเรา
พึงเสวยในอัตภาพนี้ จักไม่ติดตามไป ดังนี้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมตตา
เจโตวิมุตติ อันภิกษุผู้มีปัญญา ผู้ยังไม่แทงตลอดวิมุตติอันยิ่ง ในธรรม
วินัยนี้อมรมแล้ว ด้วยประการอย่างนี้แล ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็น
พระอนาคามี.
พระอริยสาวกมีจิตประกอบด้วยกรุณา มุทิตา อุเบกขา แผ่ไป
ตลอดทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่สอง ทิศที่สาม ทิศที่สี่ก็เหมือนกันโดยนัยนี้ ทั้ง
ทิศเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง แผ่ไปตลอดโลก ทั่วสัตว์ทุกเหล่า
ในที่ทุกสถาน ด้วยจิตอันประกอบด้วยอุเบกขาอันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ

482
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 483 (เล่ม 38)

หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่ อริยสาวกนั้นย่อมรู้
อย่างนี้ว่า ในกาลก่อนแล จิตของเรานี้เป็นจิตเล็กน้อย เป็นจิตไม่ได้
อบรมแล้ว แต่บัดนี้ จิตของเรานี้ เป็นจิตหาประมาณมิได้ เป็นจิตอบรม
ดีแล้ว ก็กรรมที่ทำแล้วพอประมาณอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น ย่อมไม่เหลืออยู่
ไม่ตั้งอยู่ในจิตของเรานั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จะสำคัญ
ความข้อนั้นเป็นไฉน คือ หากว่าในเวลายังเป็นเด็ก เด็กนี้พึงเจริญ
อุเบกาขาเจโตวิมุตติไซร้ พึงกระทำบาปกรรมบ้างหรือ.
ภิ. ไม่ใช่เช่นนั้น พระเจ้าข้า.
พ. ก็ทุกข์จะพึงถูกต้องบุคคลผู้ไม่ทำบาปกรรมแลหรือ.
ภิ. มิใช่เช่นนั้น พระเจ้าข้า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ด้วยว่าทุกข์
จักถูกต้องบุคคลผู้ไม่ทำบาปกรรมได้แต่ที่ไหน.
พ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อุเบกขาเจโตวิมุตตินี้ อันสตรีหรือบุรุษ
พึงเจริญแล ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การนี้มิได้มีส่วนอันสตรีหรือบุรุษ
จะพึงพาเอาไปได้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ผู้มีอันจะต้องตายเป็นสภาพนี้
เป็นผู้มีจิตเป็นเหตุ สัตว์นั้นย่อมรู้อย่างนี้ว่า บาปกรรมไร ๆ ของเรา
อันกรัชกายนี้ทำแล้วในกาลก่อน บาปกรรมนั้นทั้งหมด อันเราจะพึงเสวย
ในอัตภาพ จักไม่ติดตามไปดังนี้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อุเบกขาเจโต-
วิมุตติ อันภิกษุผู้มีปัญญา ผู้ยังไม่แทงตลอดวิมุตติอันยิ่ง ในธรรมวินัยนี้
เจริญแล้วด้วยประการอย่างนี้แล ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นพระอนาคามี.
จบตติยกรรมสูตรที่ ๘

483
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 484 (เล่ม 38)

อรรถกถาสูตรที่๑ ๙
สูตรที่ ๙ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า ทุกฺขสฺส ได้แก่ ทุกข์ที่เป็นวิบาก หรือทุกข์ในวัฎฏะ ใน
สูตรนี้ ไม่มีข้ออุปหาด้วยลูกบาศก์. คำว่า เอวํ ในบทว่า เอวํ วิคตา-
ภิชฺโณ นี้เป็นเพียงนิบาต. อีกนัยหนึ่งชนทั้งหลายเจริญเมตตา ย่อมเป็น
ผู้ปราศจากอภิชฌาฉันใด พระอริยสาวกก็เป็นผู้ปราศจากอภิชฌาฉันนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงแสดงการที่พระอริยสาวกนั้น ข่มนิวรณ์ได้
ด้วยความเป็นผู้ปราศจากอภิชฌาเป็นต้นอย่างนี้แล้ว เมื่อจะตรัสนิสสรณะ
การแล่นออกไปจากอกุศล จึงตรัสว่า เมตฺตาสหคเตน เป็นต้น. บทว่า
อปฺปมาณํ ได้แก่ ชื่อว่า ไม่มีประมาณ เพราะเป็นผู้มีสัตว์ไม่มีประ-
มาณเป็นอารมณ์ หรือเพราะเป็นผู้มีความชำนาญอันสั่งสมแล้ว กามาวจร-
กรรม ชื่อว่ากรรมที่ทำโดยประมาณ. บทว่า น ตํ ตตฺราวติฏฺฐติ ความว่า
กามาวจรกรรมนั้นไม่อาจถือโอกาสของตนตั้งอยู่ได้ เหมือนน้ำเล็กน้อย
ในห้วงน้ำใหญ่ ที่แท้กรรมที่ไม่มีประมาณนี้เท่านั้น ครอบงำกามาวจร-
กรรมนั้นเหมือนน้ำเล็กน้อยในห้วงน้ำ ย่อมทำวิบากของตนให้บังเกิด.
บทว่า ทหรตคฺเค แปลว่า ตั้งแต่เป็นเด็ก. บทว่า นายํ กาโย
อาพาย คมนีโย ความว่า ไม่อาจพากายนี้ไปยังปรโลกได้. บทว่า
จิตฺตนฺตโร แปลว่า มีจิตเป็นเหตุ. อีกนัยหนึ่ง แปลว่า เป็นไปในลำดับ
โดยจิตนั้นแล. อธิบายว่า จริงอยู่ จะชื่อว่า เทวะ ชื่อว่าสัตว์นรก ชื่อว่า
สัตว์เดียรัจฉาน ก็เพราะปฏิสนธิจิตดวงที่ ๒ ในลำดับแห่งจุติจิตดวงที่ ๑
นั่นแล. แต่ในนัยต้น จะเป็นเทวะ หรือสัตว์นรก ก็ด้วยทั้งจิตที่เป็น
๑. อรรถกถาแก้บาลีข้อ ๑๙๖ ซึ่งเป็นพระสูตรที่ ๘ ในวรรคนี้.

484
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 485 (เล่ม 38)

ตัวเหตุ. บทว่า สพฺพนฺตํ อิธ เวทนียํ นี้ ตรัสด้วยอำนาจส่วนแห่ง
ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม. บทว่า น ตํ อนุภิสฺสติ ความว่า จักเป็นกรรม
ที่ไม่ดำเนินตามด้วยอำนาจอุปปัชชเวทนียกรรม เพราะความเป็นอุปปัชช-
เวทนียกรรมถูกเมตตาตัดขาดแล้ว. แต่ข้อนี้พึงทราบว่าเป็นปัจจเวกขณ-
ญาณของพระอริยบุคคล คือพระโสดาบันและพระสกทาคามี. บทว่า
อนาคามิตาย ได้แก่ เพื่อความเป็นพระอนาคามีโดยฌาน. บทว่า อิธ
ปญฺญสฺส ความว่า ชื่อว่า ปัญญา ในพระศาสนานี้ เป็นของสำหรับ
พระอริยสาวก ผู้ตั้งอยู่ในอริยปัญญา ซึ่งเป็นศาสนจารีต. บทว่า อนุตฺตรึ
วิมุตฺตึ ได้แก่พระอรหัต.
จบอรรถกถาสูตรที่ ๙
จบอรรถกถาวรรคที่ ๑
๙. พราหมณสูตร๑
ว่าด้วยเหตุปัจจัยที่ให้สัตว์เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
[๑๙๗] ครั้งนั้นแล พราหมณ์คนหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค-
เจ้าถึงที่ประทับ ได้ปราศรัยกับ พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นผ่านการปราศรัย
พอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้ทูลถาม
พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ท่านพระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอแล เป็นเหตุ
เป็นปัจจัยเครื่องให้สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย
ทุคติ วินิบาต นรก.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า ดูก่อนพราหมณ์ เพราะเหตุแห่ง
การประพฤติอธรรมและการประพฤติไม่สม่ำเสมอ สัตว์บางพวกในโลกนี้
เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก.
๑. อรรถกถาเป็นสูตรที่ ๑๐ แก้ว่ามีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.

485
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 486 (เล่ม 38)

พร. ท่านพระโคดมผู้เจริญ ก็อะไรเล่า เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่อง
ให้สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์.
พ. ดูก่อนพราหมณ์ เพราะเหตุแห่งการประพฤติธรรมและประ-
พฤติสม่ำเสมอ สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลก
สวรรค์.
พร. ข้าพเจ้ายังมิรู้ทั่วถึงอรรถแห่งภาษิตโดยย่อของท่านพระโคดม
ผู้เจริญนี้โดยพิสดาร ขอประทานโอกาส ขอท่านพระโคดมผู้เจริญโปรด
ทรงแสดงธรรม โดยประการที่ข้าพระองค์จะพึงรู้ทั่วถึงอรรถแห่งภาษิต
โดยย่อของท่านพระโคดมผู้เจริญนี้โดยพิสดารเถิด.
พ. ดูก่อนพราหมณ์ ถ้าเช่นนั้น ท่านจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจัก
กล่าว.
พราหมณ์นั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้า
ได้ตรัสว่า ดูก่อนพราหมณ์ การประพฤติอธรรมและการประพฤติไม่สม่ำ
เสมอทางกายมี ๓ อย่าง การประพฤติอธรรมและการประพฤติไม่สม่ำเสมอ
ทางวาจามี ๔ อย่าง การประพฤติอธรรมและการประพฤติไม่สม่ำเสมอ
ทางใจมี ๓ อย่าง.
ดูก่อนพราหมณ์ ก็การประพฤติอธรรมและการประพฤติไม่สม่ำ
เสมอทางกายมี ๓ อย่าง อย่างไรเล่า ดูก่อนพราหมณ์ บุคคลบางคนใน
โลกนี้ เป็นผู้ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ดูก่อนพราหมณ์ การประพฤติอธรรมและ
การประพฤติไม่สม่ำเสมอทางกายมี ๓ อย่าง อย่างนี้แล.
ดูก่อนพราหมณ์ ก็การประพฤติอธรรมและการประพฤติไม่สม่ำ
เสมอทางวาจามี ๔ อย่าง อย่างไรเล่า ดูก่อนพราหมณ์ บุคคลบางคน

486
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 487 (เล่ม 38)

ในโลกนี้ เป็นผู้กล่าวเท็จ ฯลฯ ดูก่อนพราหมณ์ การประพฤติอธรรม
และการประพฤติไม่สม่ำเสมอทางวาจามี ๔ อย่าง อย่างนี้แล.
ดูก่อนพราหมณ์ ก็การประพฤติอธรรมและการประพฤติไม่สม่ำ
เสมอทางใจมี ๓ อย่าง อย่างไรเล่า ดูก่อนพราหมณ์ บุคคลบางคน
ในโลกนี้ เป็นผู้อยากได้ของผู้อื่น ฯ ลฯ ดูก่อนพราหมณ์ การประพฤติ
อธรรม และการประพฤติไม่สม่ำเสมอทางใจมี ๓ อย่าง อย่างนี้แล.
ดูก่อนพราหมณ์ เพราะเหตุแห่งการประพฤติอธรรมและการประ-
พฤติไม่สม่ำเสมออย่างนี้แล สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึง
อบาย ทุคติ วินิบาต นรก.
ดูก่อนพราหมณ์ การประพฤติและการประพฤติสม่ำเสมอทาง
กายมี ๓ อย่าง การประพฤติธรรมและการประพฤติสม่ำเสมอทางวาจามี
๔ อย่าง การประพฤติธรรมและการประพฤติสม่ำเสมอทางใจมี ๓ อย่าง.
ดูก่อนพราหมณ์ ก็การประพฤติธรรมและการประพฤติสม่ำเสมอ
ทางกายมี ๓ อย่าง อย่างไรเล่า ดูก่อนพราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้
ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ ดูก่อนพราหมณ์ การ
ประพฤติธรรมและการประพฤติสม่ำเสมอทางกายมี ๓ อย่าง อย่างนี้แล.
ดูก่อนพราหมณ์ การประพฤติธรรมและการประพฤติสม่ำเสมอทาง
วาจามี ๔ อย่าง อย่างไรเล่า ดูก่อนพราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้ ละการ
กล่าวเท็จ เว้นขาดจากการกล่าวเท็จ ฯลฯ ดูก่อนพราหมณ์ การประ-
พฤติธรรมและการประพฤติสม่ำเสมอทางวาจามี ๓ อย่าง อย่างนี้แล.
ดูก่อนพราหมณ์ ก็การประพฤติธรรมและการประพฤติสม่ำเสมอ
ทางใจมี ๓ อย่าง อย่างไรเล่า ดูก่อนพราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้

487
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 488 (เล่ม 38)

ไม่อยากได้ของผู้อื่น ฯลฯ ดูก่อนพราหมณ์ การประพฤติธรรมและการ
ประพฤติสม่ำเสมอทางใจมี ๓ อย่าง อย่างนี้แล.
ดูก่อนพราหมณ์ เพราะเหตุแห่งการประพฤติธรรมและการประ-
พฤติสม่ำเสมออย่างนี้แล สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึง
สุคติโลกสวรรค์.
พ. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งยิ่งนัก ฯลฯ
ขอพระโคดมผู้เจริญโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะ
ตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.
จบพราหมณสูตรที่ ๙
จบปฐมวรรคที่ ๑
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ยถาภตสูตร ๒. มาตุคามสูตร ๓. ปฐมอุปาสิกาสูตร ๔. ทุติยอุปาสิกาสูตร
๕. ธรรมปริยายสูตร ๖. ปฐมกรรมสูตร ๗. ทุติยกรรมสูตร
๘. ตติยกรรมสูตร ๙. พราหมณสูตร.

488