พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 449 (เล่ม 38)

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้
๑. สาธุอาสาธุสูตร ๒. อริยานริยธรรมสูตร ๓. กุสลากุสลสูตร
๔. อัตถานัตถสูตร ๕. ธรรมาธรรมสูตร ๖. สาสวานาสวสูตร
๗. สาวัชชานวัชชสูตร ๘. ตปนิยาตปนิยธรรมสูตร ๙. อาจยคามยา-
ปจยคามิธรรมสูตร ๑๐. ทุกขุทรยสุขุทรยธรรมสูตร ๑๑. ทุกขวิปากสุข-
วิปากธรรมสูตร.

449
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 450 (เล่ม 38)

เสฏฐวรรคที่๑ ๔
๑. อริยมรรคานริยมรรคสูตร
ว่าด้วยธรรมที่เป็นอริยมรรคและไม่ใช่อริยมรรค
[๑๗๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่เป็นอริยมรรค
และธรรมที่ไม่ใช่อริยมรรคแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจ
ให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มี-
พระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ไม่ใช่อริยมรรคเป็น
ไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การฆ่าสัตว์ฯลฯ ความเห็นผิด นี้เรียกว่า
ธรรมที่ไม่ใช่อริยมรรค ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่เป็นอริยมรรคเป็น
ไฉน การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นชอบ นี้เรียกว่าธรรม
ที่เป็นอริยมรรค.
จบอริยมรรคานริยมรรคสูตรที่ ๑
๒. กัณหมรรคสุกกมรรคสูตร
ว่าด้วยธรรมที่เป็นมรรคาดำและมรรคาขาว
[๑๗๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่เป็นมรรคาดำ
และมรรคาขาวแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจัก
กล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้า
ได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่เป็นมรรคดำเป็นไฉน การฆ่า
๑. วรรคที่ ๔ ไม่มีอรรถกถาอธิบาย.

450
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 451 (เล่ม 38)

สัตว์ ฯลฯ ความเห็นผิด นี้เรียกว่าธรรมที่เป็นมรรคาดำ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย ก็ธรรมเป็นมรรคาขาวเป็นไฉน การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์
ฯลฯ ความเห็นชอบ นี้เรียกว่าธรรมเป็นมรรคาขาว.
จบกัณหมรรคสุกกมรรคสูตรที่ ๒
๓. สัทธรรมาสัทธรรมสูตร
ว่าด้วยสัทธรรมและอสัทธรรม
[๑๘๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงสัทธรรมและอสัทธรรม
แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุ
เหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อสัทธรรมเป็นไฉน การฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความ
เห็นผิด นี้เรียกว่าอสัทธรรม ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สัทธรรมเป็นไฉน
การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นชอบ นี้เราเรียกว่าสัทธรรม.
จบสัทธรรมาสัทธรรมสูตรที่ ๓
๔. สัปปุริสธรรมาสัปปุริสธรรมสูตร
ว่าด้วยสัปปุริสธรรมและอสัปปุริสธรรม
[๑๘๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงสัปปุริสธรรมและอสัป-
ปุริสธรรมแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว
ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อสัปปุริสธรรมเป็นไฉน การฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความ
เห็นผิด นี้เรียกว่าอสัปปุริสธรรม ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สัปปุริสธรรม

451
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 452 (เล่ม 38)

เป็นไฉน การเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นชอบ นี้เรียกว่า
สัปปุริสธรรม.
จบสัปปุริธรรมาสัปปุริสธรรมสูตรที่ ๔
๕. อุปปาเทตัพพานุปาเทตัพพธรรมสูตร
ว่าด้วยธรรมที่ควรให้เกิดขึ้นและไม่ควรให้เกิดขึ้น
[๑๘๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ควรให้เกิดขึ้น
และธรรมที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจ
ให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มี-
พระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นเป็น
ไฉน การฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นผิด นี้เรียกว่าธรรมที่ไม่ควรให้เกิดขึ้น
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ควรให้เกิดขึ้นเป็นไฉน การงดเว้นจากการ
ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นชอบ นี้เรียกว่าธรรมที่ควรให้เกิดขึ้น.
จบอุปปาเทตัพพานุปาเทตัพพธรรมสูตรที่ ๕
๖. อาเสวิตัพพานาเสวิตัพพธรรมสูตร
ว่าด้วยธรรมที่ควรเสพและไม่ควรเสพ
[๑๘๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ควรเสพและ
ธรรมที่ไม่ควรเสพแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เรา
จักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้า
ได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ไม่ควรเสพเป็นไฉน การฆ่า
สัตว์ ฯลฯ ความเห็นผิด นี้เรียกว่าธรรมที่ไม่ควรเสพ ดูก่อนภิกษุ

452
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 453 (เล่ม 38)

ทั้งหลาย ก็ธรรมที่ควรเสพเป็นไฉน การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ
ความเห็นชอบ นี้เรียกว่าธรรมที่ควรเสพ.
จบอาเสวิตัพพานาเสวิตัพพสูตรที่ ๖
๗. ภาเวตัพพาภาเวตัพพธรรมสูตร
ว่าด้วยธรรมที่ควรให้เจริญและไม่ควรให้เจริญ
[๑๘๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ควรให้เจริญและ
ธรรมที่ไม่ควรให้เจริญแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี
เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ไม่ควรให้เจริญเป็นไฉน
การฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นผิด นี้เรียกว่าธรรมที่ไม่ควรให้เจริญ ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ควรให้เจริญเป็นไฉน การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์
ฯลฯ ความเห็นชอบ นี้เรียกว่าธรรมที่ควรให้เจริญ.
จบภาเวตัพพาภาเวตัพพธรรมสูตรที่ ๗
๘. พหุลีกาตัพพาพหุลีกาตัพพธรรมสูตร
ว่าด้วยธรรมที่ควรทำให้มากและไม่ควรทำให้มาก
[๑๘๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ควรทำให้มาก
และธรรมที่ไม่ควรทำให้มาก แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจ
ให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มี-
พระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ไม่ควรทำให้มากเป็น
ไฉน การฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นผิด นี้เรียกว่าธรรมที่ไม่ควรทำให้
มาก ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ควรทำให้มากเป็นไฉน การเว้นจาก

453
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 454 (เล่ม 38)

การฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นชอบ นี้เรียกว่าธรรมที่ควรทำให้มาก.
จบพหุลีกาตัพพาพหุลีกตัพพธรรมสูตรที่ ๘
๙. อนุสสริตัพพานนุสสริตัพพธรรมสูตร
ว่าด้วยธรรมที่ควรระลึกถึงและไม่ควรระลึกถึง
[๑๘๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ควรระลึกและ
ธรรมที่ไม่ควรระลึกแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี
เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ไม่ควรระลึกเป็นไฉน
การฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นผิด นี้เรียกว่าธรรมที่ไม่ควรระลึก ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ควรระลึกเป็นไฉน การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์
ฯลฯ ความเห็นชอบ นี้เรียกว่าธรรมที่ควรระลึก.
จบอนุสสริตัพพานนุสสริตัพพธรรมสูตรที่ ๙
๑๐. สัจฉิกาตัพพาสัจฉิกาตัพพธรรมสูตร
ว่าด้วยธรรมที่ควรทำให้แจ้งและไม่ควรทำให้แจ้ง
[๑๘๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ควรทำให้แจ้ง
และธรรมที่ไม่ควรทำให้แจ้งแต่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจ
ให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มี
พระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ไม่ควรทำให้แจ้ง
เป็นไฉน การฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นผิด นี้เรียกว่าธรรมที่ไม่ควรทำให้
แจ้ง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ควรทำให้แจ้งเป็นไฉน การงดเว้นจาก

454
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 455 (เล่ม 38)

การฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นชอบ นี้เรียกว่าธรรมที่ควรทำให้แจ้ง.
จบสัจฉิกาตัพพาสัจฉิกาตัพพธรรมสูตรที่ ๑๐
จบเสฏฐวรรคที่ ๔
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อริยมรรคานริยมรรคสูตร ๒. กัณหมรรคสุกกมรรคสูตร
๓. สัทธรรมาสัทธรรมสูตร .สัปปุริสธรรมาสัปปุริสธรรมสูตร ๕. อุป-
ปาเทตัพพานุปาเทตัพพธรรมสูตร ๖. อาเสวิตัพพานเสวิตัพพธรรมสูตร
๗. ภเวตัพพาภาเวตัพพธรรมสูตร ๘. พหุลีกาตัพพาพหุลีกาตัพพธรรม-
สูตร ๙. อนุสสริตัพพานนุสสริตัพพธรรมสูตร ๑๐. สัจฉิกาตัพพา-
สัจฉิกาตัพพธรรมสูตร.

455
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 456 (เล่ม 38)

เสวิตัพพาเสวิตัพพวรรคที่๑ ๕
ว่าด้วยบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการไม่ควรเสพ
[๑๘๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐
ประการ ไม่ควรเสพ ธรรม ๑๐ ประการเป็นไฉน คือ บุคคลเป็นผู้ฆ่า
สัตว์ ๑ ลักทรัพย์ ๑ พูดผิดในกาม ๑ พูดเท็จ ๑ พูดส่อเสียด ๑
พูดคำหยาบ ๑ พูดเพ้อเจ้อ ๑ มีความอยากได้ของผู้อื่น ๑ มีจิตปองร้าย.
มีความเห็นผิด ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐
ประการนี้แล ไม่ควรเสพ ดูก่อนภิกษุทั้งหลา บุคคลผู้ประกอบด้วย
ธรรม ๑๐ ประการ ควรเสพ ธรรม ๑๐ ประการเป็นไฉน คือ บุคคล
เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ๑ จากการลักทรัพย์. จากการประพฤติผิด
ในกาม ๑ จากการพูดเท็จ ๑ จากการพูดส่อเสียด ๑ จากการพูดคำ
หยาบ ๑ จากการพูดเพ้อเจ้อ ๑ ไม่อยากได้ของผู้อื่น ๑ มีจิตไม่คิดปอง
ร้าย ๑ มีความเห็นชอบ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วย
ธรรม ๑๐ ประการนี้แล ควรเสพ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ ไม่
ควรคบ ... ดูก่อนภิกษุทั้งหลย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ
ควรคบ. ..
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ ไม่
ควรเข้าไปนั่งใกล้.... ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม
๑๐ ประการ ควรเข้าไปนั่งใกล้...
๑. วรรคที่ ๕ ไม่มีอรรถกถาอธิบาย.

456
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 457 (เล่ม 38)

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ เป็น
ผู้ไม่ควรบูชา.... ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐
ประการ เป็นผู้ควรบูชา...
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ เป็น
ผู้ไม่ควรสรรเสริญ... ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม
๑๐ ประการ เป็นผู้ควรสรรเสริญ . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ เป็น
ผู้ไม่ควรเคารพ... ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐
ประการ เป็นผู้ควรเคารพ. . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ
ผู้ไม่ควรยำกรง... ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐
ประการ เป็นผู้ควรยำเกรง . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ เป็น
ผู้ไม่ควรให้ยินดี... ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐
ประการ เป็นผู้ควรให้ยินดี. . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ ย่อม
ไม่บริสุทธิ์ ... ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐
ประการ ย่อมบริสุทธิ์ ...
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ ย่อม
ครอบงำมานะไม่ได้... ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม
๑๐ ประการ ย่อมครอบงำมานะได้...
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ ย่อม

457
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 458 (เล่ม 38)

ไม่เจริญด้วยปัญญา... ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม
๑๐ ประการ ย่อมเจริญด้วยปัญญา . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ ย่อม
ประสพสิ่งที่มิใช่บุญเป็นอันมาก ธรรม ๑๐ ประการเป็นไฉน คือ บุคคล
เป็นผู้ฆ่าสัตว์ ๑ ลักทรัพย์ ๑ ประพฤติผิดในกาม ๑ พูดเท็จ ๑ พูด
ส่อเสียด ๑ พูดคำหยาบ ๑ พูดเพ้อเจ้อ ๑ มีความอยากได้ของผู้อื่น ๑
มีจิตคิดปองร้าย ๑ มีความเห็นผิด ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้
ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการนี้แล ย่อมประสพสิ่งมิใช่บุญเป็นอันมาก.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ ย่อม
ประสพบุญเป็นอันมาก ธรรม ๑๐ ประการเป็นไฉน คือบุคคลเป็นผู้งด
เว้นจากการฆ่าสัตว์ ๑ จากการลักทรัพย์ ๑ จากการประพฤติผิดในกาม ๑
จากการพูดเท็จ ๑ จากการพูดส่อเสียด ๑ จากการพูดคำหยาบ ๑ จาก
การพูดเพ้อเจ้อ ๑ ไม่อยากได้ของผู้อื่น ๑ มีจิตไม่คิดปองร้าย ๑ มีความ
เห็นชอบ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ
นี้แล ย่อมประสพบุญเป็นอันมาก.
จบเสวิตัพพาเสวิตตัพพวรรคที่ ๕
จบจตุตถปัณณาสก์

458