พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 439 (เล่ม 38)

ดูก่อนพราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์
จากการลักทรัพย์ จากการประพฤติผิดในกาม จากการพูดเท็จ จากการ
พูดส่อเสียด จากการพูดคำหยาบ จากการพูดเพ้อเจ้อ ไม่มีความอยากได้
ของผู้อื่น มีจิตไม่ปองร้าย มีความเห็นชอบ ให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน มาลา
ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่องประทีป แก่สมณพราหมณ์
บุคคลนั้นเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกมนุษย์ เขาย่อม
ได้เบญจกามคุณ อันเป็นของมนุษย์ในมนุษยโลกนั้น ดูก่อนพราหมณ์
ข้อที่บุคคลเป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม
พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ไม่มีความอยากได้ของ
ผู้อื่น มีจิตไม่ปองร้าย มีความเห็นชอบ ผู้นั้นเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึง
ความเป็นสหายของมนุษย์ ด้วยกรรมนั้น และข้อที่ผู้นั้นเป็นผู้ให้ข้าว น้ำ
ผ้า ยาน มาลา ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่องประทีป
แก่สมณพราหมณ์ บุคคลนั้นย่อมได้เบญจกามคุณอันเป็นของมนุษย์ใน
มนุษยโลกนั้น ด้วยกรรมนั้น .
ดูก่อนพราหมณ์ อนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เว้นขาดจาก
การฆ่าสัตว์ ฯลฯ มีความเห็นชอบ บุคคลนั้นย่อมให้ข้าว น้ำ ยาน
มาลา ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่องประทีป แก่
สมณพราหมณ์ บุคคลนั้นเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดา
เขาย่อมได้เบญจกามคุณ อันเป็นที่ในเทวโลกนั้น ดูก่อนพราหมณ์
ข้อที่บุคคลเป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ มีความเห็นชอบ ผู้นั้น
เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาด้วยกรรมนั้น และ
ข้อที่ผู้นั้นเป็นผู้ให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน มาลา ของหอม เครื่องลูบไล้

439
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 440 (เล่ม 38)

ที่นอน พี่พัก และเครื่องประทีป แก่สมณพราหมณ์ บุคคลนั้นย่อมได้
เบญจกามคุณ อันเป็นทิพย์ในเทวโลกนั้น ด้วยกรรมนั้น ดูก่อนพราหมณ์
แม้ทายกก็เป็นผู้ไม่ไร้ผล.
ชา. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ น่าอัศจรรย์ ไม่เคยมีแล้ว ข้าแต่
พระโคดมผู้เจริญ ข้อที่แม้ทายกก็เป็นผู้ไม่ไร้ผลนี้ เป็นของควรเพื่อให้
ทานโดยแท้ เป็นของควรเพื่อกระทำศรัทธาโดยแท้.
พ. ดูก่อนพราหมณ์ ข้อนี้เป็นอย่างนี้ ๆ ดูก่อนพราหมณ์ แม้
ทายกก็เป็นผู้ไม่ไร้ผล.
ชา. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ฯลฯ
ขอพระโคดมผู้เจริญโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ
ตลอดชีวิตตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.
จบชาณุสโสณีสูตรที่ ๑๑
จบชาณุสโสณีวรรคที่ ๒
อรรถกถาชาณุสโสณีสูตรที่ ๑๑
ชาณุสโสณีสูตรที่ ๑๑ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า อุปกปฺปตุ แปลว่า บรรลุ. บทว่า ฐาเน ได้แก่ ในโอกาส.
บทว่า โน อฏฺฐาเน ได้แก่ มิใช่ฐานะหามิได้. กรรมที่ให้บังเกิดในนรก.
นั่นแล ชื่อว่าอาหารของเหล่าสัตว์นรก ด้วยว่าเหล่าสัตว์นรกนั้น ดำเนิน
ไปได้ในนรกนั้น ก็ด้วยกรรมนั้นนั่นแล. ส่วนอาหารของเหล่าสัตว์
เดียรัจฉาน ก็พึงทราบ คือใบหญ้าเป็นต้น. ของเหล่ามนุษย์ ก็คือข้าวสุก

440
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 441 (เล่ม 38)

ขนมสดเป็นต้น ของทวยเทพ ก็คือ สุทธาโภชน์อาหารทิพย์เป็นต้น ของ
เหล่าสัตว์ที่เกิดในปิตติวิสัยแดนเปรต ก็คือน้ำลาย น้ำ มูกเป็นต้น. บทว่า
ยํ วา ปนสฺส อิโต อนุปฺปเวจฺฉนฺติ ความว่า เหล่ามิตรเป็นต้น ให้ทาน
ส่งอุทิศผลบุญอันใดไปจากโลกนี้. เหล่าสัตว์ที่เกิดในปิตติวิสัยแดนเปรต
เท่านั้น ย่อมเป็นอยู่ได้ด้วยผลบุญอันนั้น ที่บุคคลอื่นอุทิศไปให้. ผลบุญ
ที่คนเหล่านั้นอุทิศให้ ไม่สำเร็จแก่สัตว์เหล่าอื่น.
บทว่า ทายโกปิ อนิปฺผโล ความว่า ทานที่ถวายนั้น มุ่งหมาย
สัตว์ใด จะสำเร็จหรือไม่ก็ตามที ส่วนทายกก็ไม่อาจจะไร้ผล ทายกย่อม
ได้ผลแห่งทานนั้นโดยแท้. ในบทว่า อฏฺฐาเนปิ ภวํ โคตโม ปริกปฺปํ
วทติ ชาณุสโสณีพราหมณ์ถามว่า เมื่อญาตินั้น ไม่เกิดขึ้นในที่มิใช่โอกาส
ท่านพระโคดม ยังบัญญัติว่า ผลทานยังจะสำเร็จอยู่อีกหรือ. จริงอยู่
พราหมณ์มีลัทธิถือว่า ผลทานที่ให้อย่างนี้ ทายกผู้ให้ย่อมไม่ได้. ครั้นนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเข้าพระทัยปัญญาของชาณุสโสณีพราหมณ์นั้น เพื่อ
ทรงแสดงว่า ธรรมดาทายกบังเกิดในสถานที่ ๆ อาศัยผลบุญเลี้ยงชีวิต
แห่งใดแห่งหนึ่ง ย่อมได้ผลแห่งทานทั้งนั้น จึงตรัสว่า อิธ พฺราหฺมณ
เป็นต้น. บทว่า โส ตตฺถ ลาภี โหติ ความว่า ทายกนั้นแม้บังเกิด
ในกำเนิดช้าง กำเนิดสัตว์เดียรัจฉานนั้น ก็ได้ตำแหน่งช้างมงคลหัตถี.
แม้ในสัตว์มีม้าเป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน.
จบอรรถกถาสูตรที่ ๑๑
จบอรรถกถาชาณุสโสณีวรรคที่ ๒

441
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 442 (เล่ม 38)

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้
๑. ปฐมปัจโจโรหณีสูตร ๒. ทุติยปัจโจโรหณีสูตร ๓. สคารวสูตร
๔. โอริมสูตร ๕. ปฐมอธรรมสูตร ๖. ทุติยอธรรมสูตร ๗. ตติย-
อธรรมสูตร ๘. ติวิธสูตร ๙. สปริกกมนสูตร ๑๐. จุนทสูตร
๑๑. ชาณุสโสณีสูตร

442
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 443 (เล่ม 38)

สุนทรวรรคที่๑ ๓
๑. สาธุอาสาธุสูตร
ว่าด้วยสิ่งดีและสิ่งไม่ดี
[๑๖๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดง สิ่งที่ดี และ สิ่งที่ไม่ดี
แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุ
เหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งที่ไม่ดีเป็นไฉน การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การ
ประพฤติผิดในกาม การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดคำหยาบ การ
พูดเพ้อเจ้อ ความอยากได้ของผู้อื่น ความปองร้าย ความเห็นผิด นี้เรียก
ว่าสิ่งที่ไม่ดี ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งที่ดีเป็นไฉน การงดเว้นจากการ
ฆ่าสัตว์ จากการลักทรัพย์ จากการประพฤติผิดในกาม จากการพูดเท็จ
จากการพูดส่อเสียด จากการพูดคำหยาบ จากการพูดเพ้อเจ้อ ความไม่อยาก
ได้ของผู้อื่น ความไม่ปองร้าย ความเห็นชอบ นี้เรียกว่าเป็นสิ่งที่ดี.
จบสาธุอสาธุสูตรที่ ๑
๒. อริยานริยธรรมสูตร
ว่าด้วยอริยธรรมและอนริยธรรม
[๑๖๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดง อริยธรรม และ อนริย-
ธรรม แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว
ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า
๑. อรรถกถาวรรคนี้ แก้รวมกันไว้ท้ายวรรค พม่า. เป็นสาธุวรรค.

443
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 444 (เล่ม 38)

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อนริยธรรมเป็นไฉน การฆ่าสัตว์ ฯล ฯ ความ
เห็นผิด นี้เรียกว่าอนริยธรรม ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อริยธรรมเป็นไฉน
การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯล ฯ ความเห็นชอบ นี้เรียกว่าอริยธรรม.
จบอริยานริยธรรมสูตรที่ ๒
๓. กุสลากุสลสูตร
ว่าด้วยกุศลธรรมและอกุศลธรรม
[๑๖๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดง กุศลธรรม และ
อกุศลธรรม แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว
ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อกุศลธรรมเป็นไฉน การฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความ
เห็นผิด นี้เรียกว่าอกุศลธรรม ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็กุศลธรรมเป็นไฉน
การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นชอบ นี้เรียกว่ากุศลธรรม.
จบกุสลากุสลสูตรที่ ๓
๔. อัตถานัตถสูตร
ว่าด้วยสิ่งที่เป็นประโยชน์และสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์
[๑๗๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงสิ่งที่เป็นประโยชน์ และ
สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี
เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาค-
เจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์เป็นไฉน การ
ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นผิด นี้เรียกว่าสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ดูก่อนภิกษุ

444
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 445 (เล่ม 38)

ทั้งหลาย ก็สิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นไฉน การงดเว้นจากกาการฆ่าสัตว์ ฯลฯ
ความเห็นชอบ นี้เรียกว่าสิ่งที่เป็นประโยชน์.
จบอัตถานัตถสูตรที่ ๔
๕. ธรรมาธรรมสูตร
ว่าด้วยธรรมและอธรรม
[๑๗๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมและอธรรม
แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุ
เหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อธรรมเป็นไฉน การฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นผิด
นี้เรียกว่าอธรรม ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมเป็นไฉน การงดเว้นจาก
การฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นชอบ นี้เรียกว่าธรรม.
จบธรรมาธรรมสูตรที่ ๕
๖. สาสวานาสวสูตร
ว่าด้วยธรรมที่มีอาสวะและธรรมที่ไม่มีอาสวะ
[๑๗๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่มีอาสวะและ
ธรรมที่ไม่มีอาสวะแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เรา
จักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้า
ได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่มีอาสวะเป็นไฉน การฆ่า
สัตว์ ฯลฯ ความเห็นผิด นี้เรียกว่าธรรมที่มีอาสวะ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

445
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 446 (เล่ม 38)

ก็ธรรมที่ไม่มีอาสวะเป็นไฉน การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความ
เห็นชอบ นี้เรียกว่าธรรมที่ไม่มีอาสวะ.
จบสาสวานาสวสูตรที่ ๖
๗. สาวัชชานวัชชสูตร
ว่าด้วยธรรมที่มีโทษและธรรมที่ไม่มีโทษ
[๑๗๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่มีโทษและธรรม
ที่ไม่มีโทษแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว
ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาน ก็ธรรมที่มีโทษเป็นไฉน การฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความ
เห็นผิด นี้เรียกว่าธรรมที่มีโทษ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ไม่มีโทษ
เป็นไฉน การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นชอบ นี้เรียกว่า
ธรรมที่ไม่มีโทษ.
จบสาวัชชานวัชชสูตรที่ ๗
๘. ตปนิยาตปนิยธรรมสูตร
ว่าด้วยธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความเดือดร้อนและไม่เดือนร้อน
[๑๗๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่ง
ความเดือดร้อน และธรรมอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเดือดร้อน แก่เธอ
ทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้น
ทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย ก็ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความเดือดร้อนเป็นไฉน การฆ่าสัตว์ฯลฯ

446
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 447 (เล่ม 38)

ความเห็นผิด นี้เรียกว่าธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความเดือดร้อน ธรรมอันไม่
เป็นที่ตั้งแห่งความเดือดร้อนเป็นไฉน การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ
ความเห็นชอบ นี้เรียกว่าธรรมอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเดือดร้อน.
จบตปนิยาตปนิยธรรมสูตรที่ ๘
๙. อาจยคามยาปจยคามิธรรมสูตร
ว่าด้วยธรรมที่เป็นไปเพื่อสั่งสมกิเลสและไม่สั่งสมกิเลส
[๑๗๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมอันเป็นไปเพื่อ
สั่งสมกิเลสและธรรมอันไม่เป็นไปเพื่อสั่งสมกิเลส แก่เธอทั้งหลาย เธอ
ทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มี-
พระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็
ธรรมอันเป็นไปเพื่อสั่งสมกิเลสเป็นไฉน การฆ่าสัตว์ฯลฯ ความเห็นผิด
นี้เรียกว่าธรรมอันเป็นไปเพื่อสั่งสมกิเลส ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมอัน
ไม่เป็นไปเพื่อสั่งสมกิเลสเป็นไฉน การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความ
เห็นชอบ นี้เรียกว่าธรรมอันไม่เป็นไปเพื่อสั่งสมกิเลส.
จบอาจยคามยาปจยคามิธรรมสูตรที่ ๙
๑๐. ทุกขุทรยสุขุทรยธรรมสูตร
ว่าด้วยธรรมที่มีทุกข์และสุขเป็นกำไร
[๑๗๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่มีทุกข์เป็นกำไร
และธรรมที่มีสุขเป็นกำไรแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี
เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาค
เจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่มีทุกข์เป็นกำไรเป็นไฉน การ

447
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 448 (เล่ม 38)

ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นผิด นี้เรียกว่าธรรมที่มีทุกข์เป็นกำไร ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่มีสุขเป็นกำไรเป็นไฉน การงดเว้นจากการฆ่า
สัตว์ ฯ ลฯ ความเห็นชอบ นี้เรียกว่าธรรมที่มีสุขเป็นกำไร.
จบทุกขุทรยสุขุทรยธรรมสูตรที่ ๑๐
๑๑. ทุกขวิปากสุขวิปากธรรมสูตร
ว่าด้วยธรรมที่มีทุกข์และสุขเป็นวิบาก
[๑๗๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมอันมีทุกข์เป็น
วิบากและธรรมอันมีสุขเป็นวิบากแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมอันมีทุกข์เป็น
วิบากเป็นไฉน การฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นผิด นี้เรียกว่าธรรม
อันมีทุกข์เป็นวิบาก ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมอันมีสุขเป็นวิบากเป็น
ไฉน การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ ความเห็นชอบ นี้เรียกว่าธรรม
อันมีสุขเป็นวิบาก.
จบทุกขวิปากสุขวิปากธรรมสูตรที่ ๑๑
จบสุนทรวรรคที่ ๓
อรรถกถาสุนทรวรรคที่ ๓
สุนทรวรรคที่ ๓ ก็มีเนื้อความง่ายเหมือนกันแล.
จบอรรถกถาสุนทรวรรคที่ ๓
จบจตุตถปัณณาสก์

448