พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 349 (เล่ม 38)

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความตั้งใจชอบ ย่อมล้างความตั้งใจ
ผิด. . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความรู้ชอบ ย่อมล้างความรู้ผิด. . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความหลุดพ้นชอบ ย่อมล้างความ
หลุดพ้นผิด ล้างอกุศลบาปธรรมเป็นอันมาก ที่เกิดขึ้นเพราะความหลุดพ้น
ผิดเป็นปัจจัย และกุศลธรรมเป็นอัน มาก ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์
เพราะความหลุดพ้นชอบเป็นปัจจัย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การล้างที่เป็นของพระอริยะนี้นั้นแล ย่อม
เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อความคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อ
ความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน โดยส่วนเดียว ที่สัตว์
ทั้งหลายผู้มีความเกิดเป็นธรรมดาอาศัยแล้ว ย่อมพ้นจากความเกิด ผู้มี
ความแก่เป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากความแก่ ผู้มีความตายเป็นธรรมดา
ย่อมพ้นจากความตาย ผู้มีความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส
และความคับแค้นใจเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากความโศก ความร่ำไร ความ
ทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจได้.
จบโธวนสูตรที่ ๗
อรรถกถาโธวนสูตรที่ ๗
โธวนสูตรที่ ๗ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า โธวนํ ได้แก่ ล้างกระดูก. จริงอยู่ ในชนบทนั้น ผู้คน
ทั้งหลาย เมื่อญาติตายก็ไม่เผา แต่ขุดหลุมฝังดิน. ครั้นแล้วจึงนำกระดูก
ที่ผุแล้วของญาติเหล่านั้นมาล้างแล้วยกขึ้นวางเรียงกัน ตั้งบูชาด้วยของหอม
และดอกไม้เป็นต้น เมื่อคราวนักขัตฤกษ์ นำกระดูกเหล่านั้นมาแล้ว
ก็ร้องไห้คร่ำครวญ ต่อนั้นก็เล่นนักขัตฤกษ์กัน.
จบอรรถกถาโธวนสูตรที่ ๗

349
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 350 (เล่ม 38)

๘. ติกิจฉสูตร
ว่าด้วยยาถ่ายของพระอริยะ
[๑๐๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แพทย์ทั้งหลายย่อมให้ยาถ่าย เพื่อ
บำบัดอาพาธอันมีดีเป็นสมุฏฐานบ้าง เพื่อบำบัดอาพาธอันมีเสมหะเป็น
สมุฏฐานบ้าง เพื่อบำบัดอาพาธอันมีลมเป็นสมุฏฐานบ้าง ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย ยาถ่ายนั่นมีอยู่ เรามิได้กล่าวว่า ไม่มี ก็แต่ว่ายาถ่ายนี้นั้นแล
ย่อมสำเร็จบ้าง ย่อมเสียผลบ้าง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เราจักแสดง
ยาถ่ายอันเป็นของพระอริยะ ที่สำเร็จผลอย่างเดียว ไม่เสียผล ที่สัตว์
ทั้งหลายพระผู้มีความเกิดเป็นธรรมดาอาศัยแล้ว ย่อมพ้นจากความเกิด ผู้มี
ความแก่เป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากความแก่ ผู้มีความตายเป็นธรรมดา
ย่อมพ้นจากความตาย ผู้มีความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความ
โทมนัส และความคับแค้นใจเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากความโศก ความ
ร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจ เธอทั้งหลาย
จงฟังยาถ่ายนั้น จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระ-
ผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ยาถ่าย
อันเป็นของพระอริยะ ที่สำเร็จผลอย่างเดียว ไม่เสียผล ที่สัตว์ทั้งหลาย
ผู้มีความเกิดเป็นธรรมดาอาศัยแล้ว ย่อมพ้นจากความเกิด. . . จากความ
โศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจเป็นไฉน
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความเห็นชอบ ถ่ายความเห็นผิดออก และ
ถ่ายอกุศลธรรมอันลามกมิใช่น้อย ที่เกิดขึ้นเพราะความเห็นผิดเป็นปัจจัย
ออก ส่วนกุศลธรรมทั้งหลายมิใช่น้อย ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ เพราะ
ความเห็นชอบเป็นปัจจัย.

350
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 351 (เล่ม 38)

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความดำริชอบ ถ่ายความดำริผิด
ออก . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีการเจรจาชอบ ถ่ายการเจรจาผิด
ออก . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีการงานชอบ ถ่ายการงานผิด
ออก . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีการเลี้ยงชีพชอบ ถ่ายการเลี้ยงชีพ
ผิดออก . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความพยายามชอบ ถ่ายความ
พยายามผิดออก . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความระลึกชอบ ถ่ายความระลึกผิด
ออก . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความตั้งใจมั่นชอบ ถ่ายความตั้งใจ
มั่นผิดออก. . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความรู้ชอบ ถ่ายความรู้ผิดออก . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความหลุดพ้นชอบ ถ่ายความหลุด
พ้นผิดออก และถ่ายอกุศลธรรมอันลามกมิใช่น้อย ที่เกิดขึ้นเพราะความ
หลุดพ้นผิดเป็นปัจจัยออก ส่วนกุศลธรรมมิใช่น้อย ย่อมถึงความเจริญ
บริบูรณ์ เพราะความหลุดพ้นชอบเป็นปัจจัย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ยาถ่ายอันเป็นของพระอริยะนี้นั้นแล ที่สำเร็๗
ผลอย่างเดียว ไม่เสียผล ที่สัตว์ทั้งหลายผู้มีความเกิดเป็นธรรมดาอาศัย
แล้ว ย่อมพ้นจากความเกิด ผู้มีความแก่เป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากความแก่

351
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 352 (เล่ม 38)

ผู้มีความตายเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากความตาย ผู้มีความโศก ความร่ำไร
ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจาก
ความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจได้.
จบติกิจฉสูตรที่ ๘
อรรถกถาติกิจฉสูตรที่ ๘
ติกิจฉสูตรที่ ๘ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า วิเรจนํ ได้แก่ ยาถ่ายโทษออก. บทว่า วิริตา โหติ ได้แก่
กำจัดออก.
จบอรรถกถาติกิจฉสูตรที่ ๘
๙. วมนสูตร
ว่าด้วยยาสำรอกของพระอริยะ
[๑๐๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นายแพทย์ทั้งหลายย่อมให้ยาสำรอก
เพื่อบำบัดอาพาธมีดีเป็นสมุฏฐานบ้าง เพื่อบำบัดอาพาธมีเสมหะเป็นสมุฏ-
ฐานบ้าง เพื่อบำบัดอาพาธมีลมเป็นสมุฏฐานบ้าง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ยาสำรอกนั่นมีอยู่ เรามิได้กล่าวว่า ไม่มี ก็แต่ว่ายาสำรอกนี้นั้นแล ย่อม
สำเร็จผลบ้าง ย่อมเสียผลบ้าง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เราจักแสดงยาสำรอก
อันเป็นของพระอริยะที่สำเร็จผลอย่างเดียว ไม่เสียผล ที่สัตว์ทั้งหลายผู้มี
ความเกิดเป็นธรรมดาอาศัยแล้ว ย่อมพ้นจากความเกิด ผู้มีความแก่เป็น
ธรรมดา ย่อมพ้นจากความแก่ ผู้มีความตายเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจาก
ความตาย ผู้มีความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส และความ

352
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 353 (เล่ม 38)

คับแค้นใจเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากความโศก ความร่ำไร ความทุกข์
ความโทมนัส และความคับแค้นใจได้ เธอทั้งหลายจงฟังยาสำรอกนั้น จง
ใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ยาสำรอกอันเป็นของ
พระอริยะ ที่สำเร็จผลอย่างเดียว ไม่เสียผล ที่สัตว์ทั้งหลายผู้มีความเกิด
เป็นธรรมดาอาศัยแล้ว ย่อมพ้นจากความเกิด ฯลฯ ความโศก ความ
ร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจเป็นไฉน ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความเห็นชอบ ย่อมสำรอกความเห็นผิดได้และ
สำรอกอกุศลธรรมอันลามกมิใช่น้อย ที่เกิดขึ้นเพราะความเห็นผิดเป็นปัจจัย
ส่วนกุศลธรรมมิใช่น้อย ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ เพราะความเห็นชอบ
เป็นปัจจัย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ความดำริชอบ ย่อมสำรอกความดำริ
ผิดได้ . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีการเจรจาชอบ ย่อมสำรอกการเจรจา
ผิดได้. . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีการงานชอบ ย่อมสำรอกการงาน
ผิดได้ . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีการเลี้ยงชีพชอบ ย่อมสำรอกการ
เลี้ยงชีพผิดได้ . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความพยายามชอบ ย่อมสำรอกความ
พยายามผิดได้ . . .

353
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 354 (เล่ม 38)

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความระลึกชอบ ย่อมสำรอกความ
ระลึกผิดได้ . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความตั้งใจชอบ ย่อมสำรอกความ
ตั้งใจผิดได้ . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความรู้ชอบ ย่อมสำรอกความรู้
ผิดได้ . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความหลุดพ้นชอบ ย่อมสำรอกความ
หลุดพ้นผิดได้ และสำรอกอกุศลธรรมอันลามกมิใช่น้อย ที่เกิดขึ้นเพราะ
ความหลุดพ้นผิดเป็นปัจจัยได้ ส่วนกุศลธรรมมิใช่น้อย ย่อมถึงความ
เจริญบริบูรณ์ เพราะความหลุดพ้นชอบเป็นปัจจัย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ยาสำรอกอันเป็นอริยะนี้แล ย่อมสำเร็จผล
อย่างเดียว ไม่เสียผล ที่สัตว์ทั้งหลายผู้มีความเกิดเป็นธรรมดาอาศัยแล้ว
ย่อมพ้นจากความเถิด ผู้มีความแก่เป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากความแก่
ผู้มีความตายเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากความตาย ผู้มีความโศก ความร่ำไร
ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจาก
ความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจได้.
จบวมนสูตรที่ ๙
อรรถกถาวมนสูตรที่ ๙
วมนสูตรที่ ๙ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า วมนํ ได้แก่ ยาสำรอก.
จบอรรถกถาวมนสูตรที่ ๙

354
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 355 (เล่ม 38)

๑๐. นิทธมสูตร
ว่าด้วยธรรมอันบุคคลพึงปัดเป่า ๑๐ ประการ
[๑๐๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมทั้งหลายอันบุคคลพึงปัดเป่ามี ๑๐
ประการนี้ ๑๐ ประการเป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความเห็นผิด อัน
บุคคลผู้มีความเห็นชอบปัดเป่าแล้ว และอกุศลธรรมอันลามกมิใช่น้อย ที่
เกิดขึ้นเพราะความเห็นผิดเป็นปัจจัย อันเขาปัดเป่าแล้ว ส่วนกุศลธรรม
มิใช่น้อย ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ เพราะความเห็นชอบเป็นปัจจัย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความดำริผิด อันบุคคลผู้มีความดำริชอบ
ปัดเป่าแล้ว . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การเจรจาผิด อันบุคคลผู้มีการเจรจาชอบ
ปัดเป่าแล้ว . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การงานผิด อันบุคคลผู้มีการงานชอบปัดเป่า
แล้ว. . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การเลี้ยงชีพผิด อันบุคคลผู้มีการเลี้ยงชีพชอบ
ปัดเป่าแล้ว. . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การพยายามผิด อันบุคคลผู้มีความพยายาม
ชอบปัดเป่าแล้ว. . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความระลึกผิด อันบุคคลผู้มีความระลึกชอบ
ปัดเป่าแล้ว. . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความตั้งใจผิด อันบุคคลผู้มีความตั้งใจชอบ
ปัดเป่าแล้ว. . .

355
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 356 (เล่ม 38)

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความรู้ผิด อันบุคคลผู้มีความรู้ชอบปัดเป่า
แล้ว . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความหลุดพ้นผิด อันบุคคลผู้มีความหลุดพ้น
ชอบปัดเป่าแล้ว และอกุศลธรรมอันลามกมิใช่น้อย ที่เกิดขึ้นเพราะ
ความหลุดพ้นผิดเป็นปัจจัย อันเขาปัดเป่าแล้ว ส่วนกุศลธรรมมิใช่น้อย
ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ เพราะความหลุดพ้นชอบเป็นปัจจัย ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย ธรรมทั้งหลายอันบุคคลพึงปัดเป่ามี ๑๐ ประการนี้แล.
จบนิทธมสูตรที่ ๑๐
อรรถกถานิทธมสูตรที่ ๑๐
นิทธมสูตรที่ ๑๐ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า นิทฺธมนิยา ได้แก่ พึงขจัดเสีย.
จบอรรถกถานิทธมสูตรที่ ๑๐
๑๑. อเสขสูตร
ว่าด้วยเหตุที่เรียกว่าพระอเสขะ
[๑๑๑] ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึง
ที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า
อเสขะ ๆ ดังนี้ ภิกษุเป็นอเสขะด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ พระผู้มีพระภาค-
เจ้าตรัสตอบว่า ดูก่อนภิกษุ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ประกอบด้วยความ
เห็นชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ประกอบด้วยความดำริชอบอันเป็นอเสขะ ๑
ประกอบด้วยการเจรจาชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ประกอบด้วยการงานชอบ

356
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 357 (เล่ม 38)

อันเป็นอเสขะ ๑ ประกอบด้วยการเลี้ยงชีพชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ประกอบ
ด้วยความพยายามชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ประกอบด้วยการระลึกชอบอันเป็น
อเสขะ ๑ ประกอบด้วยความรู้ชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ประกอบด้วยความ
ตั้งใจชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ประการด้วยความหลุดพ้นชอบอันเป็นอเสขะ ๑
ดูก่อนภิกษุ ภิกษุย่อมเป็นอเสขะ ด้วยประการอย่างนี้แล.
จบอเสขสูตรที่ ๑๑
อรรถกถาอเสขสูตรที่ ๑๑
อเสขสูตรที่ ๑๑ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสัมมาทิฏฐิอย่างเดียวว่า สัมมาญาณะ เพื่อ
ความบริบูรณ์แห่งองค์มรรค ธรรมคือพระอรหัตแม้ทั้งหมดนั้น ก็
เป็นอย่างนั้น. แม้ปัจจเวกขณญาณ ก็ตรัสว่าอเสขะ เพราะอเสขธรรม
ดำเนินไปแล้ว.
จบอรรถกถาอเสขสูตรที่ ๑๑
๑๒. อเสขธรรมสูตร
ว่าด้วยธรรมของพระอเสขะ ๑๐ ประการ
[ ๑๑๒ ] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมที่เป็นของพระอเสขะมี ๑๐
ประการนี้ ๑๐ ประการเป็นไฉน คือ ความเห็นชอบอันเป็นอเสขะ ๑
ความดำริชอบอันเป็นอเสขะ ๑ การเจรจาชอบอันเป็นอเสขะ ๑ การงาน
ชอบอันเป็นอเสขะ ๑ การเลี้ยงชีพชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ความพยายาม
ชอบอันเป็นอเสขะ ๑ การระลึกชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ความตั้งใจชอบ

357
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 358 (เล่ม 38)

อันเป็นอเสขะ ๑ ความรู้ชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ความหลุดพ้นชอบอันเป็น
อเสขะ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมที่เป็นของพระอเสขะมี ๑๐
ประการนี้แล.
จบอเสขธรรมสูตรที่ ๑๒
จบสมณสัญญาวรรคที่ ๑
อรรถกถาอเสขธรรมสูตรที่ ๑๒
ในอเสขธรรมสูตรที่ ๑๒ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า อเสกฺขิยา ได้แก่ อเสกขะ อย่างเดียว หรือเป็นของพระ-
อเสกขะ. เป็นอันตรัสพระขีณาสพเท่านั้นไว้ในสูตรนี้แล.
จบอรรถกถาอเสขธรรมสูตรที่ ๑๒
จบสมณสัญญาวรรคที่ ๑
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สมณสัญญาสูตร ๒. โพชฌงคสูตร ๓. มิจฉัตตสูตร
๔. สัมมัตตสูตร ๕. อวิชชาวิชชาสูตร ๖. นิชชรวัตถุสูตร ๗. โธวนสูตร
๘. ติกิจฉสูตร ๙. วมนสูตร ๑๐. นิทธมสูตร ๑๑. อเสขสูตร
๑๒. อเสขธรรมสูตร.

358