ทรงแสดงว่า ชื่อว่าความยินดีโดยประการอื่นไม่มี. บทว่า เอกธมฺเม
แปลว่า ในธรรมอย่างหนึ่ง. ทรงแสดงอุเทศด้วยบทนี้.
โดยปรนัย ทรงแสดงปัญหาด้วยบทนี้ ว่า กตมสฺมึ เอกธมฺเม. ก็
คำว่า สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา นี้ เป็นคำไวยากรณ์ตอบในข้อนี้.
แม้ในปัญหาที่เหลือ ก็นัยนี้เหมือนกัน. ก็ในคำว่า สมฺมา นิพฺพินฺท-
มาโน เป็นต้น ความว่า เมื่อหน่าย คือ ถอนขึ้นด้วยนิพพิทาวิปัสสนา-
ญาณ คลายกำหนัดด้วยวิราคานุปัสสนาญาณ รู้อุบายแห่งการหลุดพ้น
แล้ว หลุดพ้นด้วยปฏิสังขานุปัสสนาญาณ หรือหลุดพ้นด้วยสามารถ
อธิโมกข์ กระทำความตกลงใจโดยชอบ คือโดยเหตุ โดยนัย. ชื่อว่า
มีปกติเห็นที่สุดโดยชอบ เพราะกำหนดด้วยความเกิดและความเสื่อมแล้ว
เห็นเบื้องต้นเบื้องปลาย. บทว่า สมฺมตฺถาภิสเมจฺจ ได้แก่ ตรัสรู้
ประโยชน์แห่งสภาวะโดยชอบ ด้วยญาณ. บทว่า ทุกฺขสฺสนิตกโร โหติ
ได้แก่ กระทำที่สุดแห่งวัฏทุกข์ทั้งสิ้น. บทว่า สพฺเพ สตฺตา ได้แก่
สัตว์ทุกชนิด ในภพทุกภพ มีกามภพเป็นต้น มีสัญญาภพเป็นต้น. และ
มีเอกโวการภพเป็นต้น . บทว่า อาหารฏฺฐิติกา ได้แก่ สัตว์ทั้งปวงชื่อว่า
อาหารัฏฐิติกา เพราะดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยอาหาร. ธรรมอย่างหนึ่งชื่อว่า
อาหาร เพราะเป็นเหตุตั้งอยู่แห่งสัตว์ทั้งปวง ด้วยประการฉะนี้ . ในธรรม
อย่างหนึ่งนั้น. ถามว่า ก็เมื่อเป็นเช่นนั้น คำใดตรัสว่า เทพอสัญญีสัตว์
ไม่มีเหตุ ไม่มีอาหาร ไม่มีผัสสะเป็นต้น คำนั้น ก็ผิดมิใช่หรือ. ตอบว่า
ไม่ผิด. เพราะฌานของอสัญญีสัตว์เหล่านั้น ย่อมเป็นอาหาร. ถามว่า
แม้เมื่อเป็นเช่นนั้น แม้คำว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อาหาร ๔ เหล่านี้
แม้นี้ ก็ผิดน่ะสิ. ตอบว่า ไม่ผิด. เพราะในพระสูตรนั้น ธรรมทั้งหลาย