ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 898 (เล่ม 37)

๖. ทุติยสันทิฏฐิกสูตร
ว่าด้วยนิพพานที่ผู้บรรลุพึงเห็นเอง
[๒๕๑] อุ. ดูก่อนอาวุโส พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า นิพพาน
อันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ๆ ดูก่อนอาวุโส โดยปริยายเพียงเท่าไร
หนอแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสนิพพานอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง.
อา. ดูก่อนอาวุโส ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม ฯลฯ
บรรลุปฐมฌาน ดูก่อนอาวุโส โดยปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระ-
ผูมีพระภาคเจ้าตรัสนิพพานอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ฯลฯ
อีกประการหนึ่ง ภิกษุ เพราะล่วงเนวสัญญานาสัญญาย-
ตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธ และอาสวะ
ทั้งหลายของเธอย่อมสิ้นไป เพราะเห็นด้วยปัญญา ดูก่อนอาวุโส
โดยนิปปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสนิพพาน
อันบรรลุจะพึงเห็นเอง.
จบ ทุติยสันทิฏฐิกสูตรที่ ๖

898
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 899 (เล่ม 37)

๗. นิพพานสูตร
ว่าด้วยนิพพาน
[๒๕๒] อุ. ดูก่อนอาวุโส พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
นิพพาน ๆ ดังนี้ ฯลฯ
จบ นิพพานสูตรที่ ๗
๘. ปรินิพพานสูตร
ว่าด้วยปรินิพพาน
[๒๕๓] อุ. ดูก่อนอาวุโส พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
ปรินิพพาน ๆ ดังนี้ ฯลฯ
จบ ปรินิพพานสูตรที่ ๘
๙. ตทังคสูตร
ว่าด้วยตทังคนิพพาน
[๒๕๔] อุ. ดูก่อนอาวุโส พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
ตทังคนิพพาน ๆ ดังนี้ ฯลฯ
จบ ตทังคสูตรที่ ๙

899
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 900 (เล่ม 37)

๑๐. ทิฏฐธัมมิกสูตร
ว่าด้วยทิฏฐธรรมนิพพาน
[๒๕๕] อุ. ดูก่อนอาวุโส พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
ทิฏฐธรรมนิพพาน ๆ ดังนี้ ดูก่อนอาวุโส โดยปริยายเพียงเท่าไร
หนอแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสทิฏฐธรรมนิพพาน.
อา. ดูก่อนอาวุโส ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม ฯลฯ
บรรลุปฐมฌาน ดูก่อนอาวุโส โดยปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระ-
ผู้มีพระภาคตรัสทิฏฐธรรมนิพพาน ฯลฯ
อีกประการหนึ่ง ภิกษุ เพราะล่วงเนวสัญญานาสัญญาย-
ตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธ และอาสวะ
ทั้งหลายของเธอย่อมสิ้นไป เพราะเห็นด้วยปัญญา ดูก่อนอาวุโส
โดยนิปปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสทิฏฐธรรม-
นิพพาน.
จบ ทิฏฐธัมมิกสูตรที่ ๑๐
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปัญจาลสูตร ๒. ปฐมกามเหสสูตร ๓. ทติยกามเหสสูตร
๔. ตติยกามเหสสูตร ๕. ปฐมสันทิฏฐิกสูตร ๖. ทุติยสันทิฏฐิกสูตร
๗. นิพพานสูตร ๘. ปรินิพพานสูตร ๙. ตทังคสูตร ๑๐. ทิฏฐธัม-
มิกสูตร. และอรรถกถา
จบ ปัญจาลวรรคที่ ๕

900
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 901 (เล่ม 37)

วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์
เขมวรรคที่ ๑
๑. เขมสูตร
[๒๕๖] อุ. ดูก่อนอาวุโส พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เขมะ ๆ
ดังนี้ ก่อนอาวุโส โดยปริยายเพียงเท่าไรหนอ พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสเขมะ.
อา. ดูก่อนอาวุโส ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม ฯลฯ
บรรลุปฐมฌาน ดูก่อนอาวุโส โดยปริยายแม้เพียงเท่านี้ พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเขมะ ฯลฯ
อีกประการหนึ่ง ภิกษุ เพราะล่วงเนวสัญญานาสัญญาย-
ตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธ และอาสวะ
ทั้งหลายของเธอย่อมสิ้นไป เพราะเห็นด้วยปัญญา ดูก่อนอาวุโส
โดยนิปปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเขมะ.
จบ เขมสูตรที่ ๑
๒. เขมปัตตสูตร
[๒๕๗] อุ. ดูก่อนอาวุโส พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
เขมปัตตะ ๆ (ผู้บรรลุธรรมอันเกษม) ดังนี้ ฯลฯ
จบ เขมปัตตสูตรที่ ๒

901
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 902 (เล่ม 37)

๓. อมตสูตร
[๒๕๘] อุ. ดูก่อนอาวุโส พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า อมตะ ๆ
ดังนี้ ฯลฯ
จบ อมตสูตรที่ ๓
๔. อมตปัตตสูตร
[๒๕๙] อุ. ดูก่อนอาวุโส พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
อมตปัตตะ ๆ (ผู้บรรลุอมตธรรม) ดังนี้ ฯลฯ
จบ อมตปัตตสูตรที่ ๔
๕. อภยสูตร
[๒๖๐] อุ. ดูก่อนอาวุโส พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า อภยะ ๆ
ดังนี้ ฯลฯ
จบ อภยสูตรที่ ๕
๖. อภยปัตตสูตร
[๒๖๑] อุ. ดูก่อนอาวุโส พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
อภยปัตตะ ๆ (ผู้บรรลุธรรมอันไม่มีภัย) ดังนี้ ฯลฯ
จบ อภยปัตตสูตรที่ ๖

902
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 903 (เล่ม 37)

๗. ปัสสัทธิสูตร
[๒๖๒] อุ. ดูก่อนอาวุโส พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
ปัสสัทธิ ๆ ดังนี้ ฯลฯ
จบ ปัสสัทธิสูตรที่ ๗
๘. อนุปุพพปัสสัทธิสูตร
[๒๖๓] อุ. ดูก่อนอาวุโส พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
อนุปุพพปัสสัทธิ ๆ ดังนี้ ฯลฯ
จบ อนุปุพพปัสสัทธิสูตรที่ ๘
๙. นิโรธสูตร
[๒๖๔] อุ. ดูก่อนอาวุโส พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
นิโรธ ๆ ดังนี้ ฯลฯ
จบ นิโรธสูตรที่ ๙
๑๐. อนุปุพพนิโรธสูตร
[๒๖๕] อุ. ดูก่อนอาวุโส พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
อนุปุพพนิโรธ ๆ ดังนี้ ดูก่อนอาวุโส โดยปริยายเพียงไรหนอแล
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอนุปุพพนิโรธ.

903
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 904 (เล่ม 37)

อา. ดูก่อนอาวุโส ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม ฯลฯ
บรรลุปฐมฌาน ดูก่อนอาวุโส โดยปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอนุปุพพนิโรธ ฯลฯ
อีกประการหนึ่ง ภิกษุ เพราะล่วงเนวสัญญานาสัญญาย-
ตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธ และอาสวะ
ทั้งหลายของเธอย่อมสิ้นไป เพราะเห็นด้วยปัญญา ดูก่อนอาวุโส
โดยนิปปริยายแม้เพียงเท่านี้แล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอนุปุพพนิโรธ.
จบ อนุปุพพนิโรธสูตรที่ ๑๐
๑๑. ธรรมปหายภัพพสูตร
[๒๖๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุยังละธรรม ๙ ประการ
ไม่ได้แล้ว เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะกระทำให้แจ้งอรหัต ธรรม ๙ ประการ
เป็นไฉน คือ ราคะ ๑ โทสะ ๑ โมหะ ๑ โกธะ ๑ อุปนาหะ ๑
มักขะ ๑ ปลาสะ ๑ อิสสา ๑ มัจฉริยะ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุยังละธรรม ๙ ประการนี้แลไม่ได้แล้ว ก็เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะ
กระทำให้แจ้งซึ่งอรหัต.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุละธรรม ๙ ประการได้แล้ว
เป็นผู้ควรเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอรหัต ธรรม ๙ ประการเป็นไฉน
คือ ราคะ ๑ โทสะ ๑ โมหะ ๑ โกธะ ๑ อุปนาหะ ๑ มักขะ ๑
ปลาสะ ๑ อิสสา ๑ มัจฉริยะ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุละธรรม
๙ ประการนี้แลได้แล้ว ก็เป็นผู้ควรเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอรหัต.
จบ ธรรมปหายภัพพสูตรที่ ๑๑
จบ เขมวรรคที่ ๑

904
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 905 (เล่ม 37)

อรรถกถาวรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าไปปัณณาสก์
ในสูตรทั้งหลายอื่นจากนี้ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า เขมํ ได้แก่ ไม่มีอันตราย. บทว่า เขมปุตฺโต ได้แก่
ถึงความเป็นผู้ไม่มีอันตราย. บทว่า สิกฺขาทุพฺพลฺยานิ ได้แก่ เหตุ
แห่งความหมดกำลังของสิกขา. คำที่เหลือในบททั้งหมดมีเนื้อความ
ง่ายทั้งนั้น. ด้วยประการฉะนี้.
จบ อรรถกถานวกนิบาต แห่งอังตุตตรนิกาย ชื่อว่ามโนรถปูรณี
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. เขมสูตร ๒. เขมปัตตสูตร ๓. อมตสูตร ๔. อมตปัตตสูตร
๕. อภยสูตร ๖. อภยปัตตสูตร ๗. ปัสสัทธิสูตร ๘. อนุปุพพ-
ปหายภัพพสูตร และอรรถกถา
จบ เขมวรรควรรณนาที่ ๑

905
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 906 (เล่ม 37)

สติปัฏฐานวรรคที่ ๒
๑. สิกขาสูตร
[๒๖๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหตุเครื่องให้สิกขาทุรพล
๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ ปาณาติบาต ๑ อทินนาทาน ๑
กาเมสุมิจฉาจาร ๑ มุสาวาท ๑ สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหตุเครื่องให้สิกขาทุรพล ๕ ประการนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔
เพื่อละเหตุเครื่องให้สิกขาทุรพล ๕ ประการนี้แล สติปัฏฐาน ๔
เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณาเห็น
กายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ พึงกำจัดอภิชฌา
และโทมนัสในโลกเสีย พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายอยู่ ฯลฯ
พิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ฯลฯ พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลาย
อยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ พึงกำจัดอภิชฌาและโทมนัส
ในโลกเสีย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔
นี้ เพื่อละเหตุเครื่องให้สิกขาทุรพล ๕ ประการนี้แล.
จบ สิกขาสูตรที่ ๑

906
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 907 (เล่ม 37)

๒. นิวรณสูตร
[๒๖๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นิวรณ์ ๕ ประการนี้ ๕ ประการ
เป็นไฉน คือ กามฉันทนิวรณ์ ๑ พยาปาทนิวรณ์ ๑ ถีนมิทธนิวรณ์ ๑
อุทธัจจกุกกุจจนิวรณ์ ๑ วิจิกิจฉานิวรณ์ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
นิวรณ์ ๕ ประการนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔
เพื่อละนิวรณ์ ๕ ประการนี้แล สติปัฏฐาน ๔ เป็นไฉน ฯลฯ ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ เพื่อละนิวรณ์ ๕
ประการนี้แล.
จบ นิวรณสูตรที่ ๒
๓. กามคุณสูตร
[๒๖๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ ประการนี้ ๕
ประการเป็นไฉน คือ รูปที่จะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ อันน่าปรารถนา
น่าใคร่ น่าพอใจ เป็นที่รัก ยั่วยวน ชวนให้กำหนัด เสียงที่จะพึงรู้
แจ้งด้วยหู ฯลฯ กลิ่นที่จะพึงรู้แจ้งด้วยจมูก ฯลฯ รสที่จะพึงรู้แจ้ง
ด้วยลิ้น ฯลฯ โผฏฐัพพะที่จะพึงรู้แจ้งด้วยกาย อันน่าปรารถนา
น่าใคร่ น่าพอใจ เป็นที่รัก ยั่วยวน ชวนให้กำหนัด ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย กามคุณ ๕ ประการนี้แล ฯลฯ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้
เพื่อละกามคุณ ๕ ประการนี้แล.
จบ กามคุณสูตรที่ ๓

907