เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ผิฉะนั้น เรา เพราะล่วงอากาสา-
นัญจาญตนฌาน โดยประการทั้งปวง พึงบรรลุวิญญาณัญจายตนฌาน
โดยคำนึงเป็นอารมณ์ว่า วิญญาณไม่มีที่สุด เธอยังไม่ยินดีเพียง
วิญญาณัญจายนฌานที่ได้บรรลุนั้น เธอเสพโดยมาก เจริญ
กระทำให้มากซึ่งนิมิตนั้น อธิษฐานนิมิตนั้นให้มั่นด้วยดี.
เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ผิฉะนั้น เรา เพราะล่วงวิญญาณัญ-
จายตนฌานโดยประการทั้งปวง พึงบรรลุอากิญจัญญายตนฌาน
โดยคำนึงเป็นอารมณ์ว่า อะไร ๆ หน่อยหนึ่งไม่มี เธอไม่ยินดีเพียง
อากิญจัญญายตนะที่ได้บรรลุนั้น เธอเสพโดยมาก เจริญ กระทำ
ให้มากซึ่งนิมิตนั้น อธิษฐานนิมิตนั้นให้มั่นด้วยดี,
เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ผิฉะนั้น เรา เพราะล่วงอากิญ-
จัญญายตนะโดยประการทั้งปวง พึงบรรลุเนวสัญญานาสัญญาตนะ
เธอไม่ยินดีเพียงเนวสัญญานาสัญญายตนฌานที่ได้บรรลุนั้น เธอ
เสพโดยมาก เจริญ กระทำให้มากซึ่งนิมิตนั้น อธิษฐานนิมิตนั้น
ให้มั่นด้วยดี.
เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ผิฉะนั้น เราล่วงเนวสัญญานา-
สัญญายตนฌานโดยประการทั้งปวง พึงบรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธ
เธอไม่ยินดีเพียงสัญญาเวทยิตนิโรธที่ได้บรรลุนั้น.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในกาลใดแล ภิกษุเข้าก็ดี ออกก็ดี
ซึ่งสมาบัตินั้น ๆ ในกาลนั้น จิตของเธอเป็นจิตอ่อน ควรแก่การงาน
เธอมีสมาธิอันหาประมาณมิได้ เจริญดีแล้ว ย่อมโน้มน้อมจิตไป
เพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งธรรมใด ที่ควรกระทำให้แจ้งด้วยอภิญญา