ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 818 (เล่ม 37)

แล้ว เพราะเหตุนั้น ที่ไหนเราจะพึงได้การประพฤติสิ่งมิใช่ประโยชน์
แก่บุคคลผู้ไม่เป็นที่รักที่ชอบใจของเราในบุคคลนี้เล่า ๑ คนโน้น
ย่อมประพฤติประโยชน์แก่บุคคลผู้ไม่เป็นที่รักที่ชอบใจของเรา
เพราะเหตุนั้น ที่ไหนเราจะพึงได้การประพฤติสิ่งที่มิใช่ประโยชน์
แก่บุคคลผู้ไม่เป็นที่รักที่ชอบใจของเราในบุคคลนี้เล่า ๑ คนโน้น
จักประพฤติประโยชน์แก่บุคคลผู้ไม่เป็นที่รักที่ชอบใจของเรา
เพราะเหตุนั้น ที่ไหนเราจะพึงได้การประพฤติสิ่งมิใช่ประโยชน์
แก่บุคคลผู้ไม่เป็นที่รักที่ชอบใจของเราในบุคคลนี้เล่า ๑ ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย เหตุเครื่องกำจัดความอาฆาต ๙ ประการนี้แล.
จบ ทุติยอาฆาตสูตรที่ ๑๐
อรรถกถาทุติยอาฆาตสูตรที่ ๑๐
ทุติยอาฆาตสูตรที่ ๑๐ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า อาฆาตปฏิวินยา ได้แก่เหตุแห่งการกำจัดความอาฆาต.
บทว่า ตํ กุเตตฺถ ลพฺภา ความว่า เราจะพึงได้ในบุคคลนี้แต่ไหน คือ
เราสามารถจะได้ด้วยเหตุไรว่า การประพฤติไม่เป็นประโยชน์นั้น
อย่าได้มีแล้วดังนี้. อธิบายว่า บุคคลคิดอย่างนี้ว่า ธรรมดาคนอื่น
จะทำความฉิบหายแก่คนอื่นตามความชอบใจของตน ดังนี้แล้วกำจัด
ความอาฆาตเสียได้. อีกอย่างหนึ่ง หากเราพึงทำความโกรธตอบ

818
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 819 (เล่ม 37)

การทำความโกรธนั้นเราจะพึงได้ในบุคคลนี้แต่ไหน อธิบายว่า
เราสามารถจะได้ด้วยเหตุไร. ปาฐะว่า ตํ กุโต ลาภา ดังนี้ก็มี.
ความว่า หากเราพึงทำความโกรธในบุคคลนี้ ในการทำความโกรธ
ของเรานั้น จะพึงได้อะไรแต่ไหน อธิบายว่า ชื่อว่า จะพึงได้อะไร
มา. บทว่า ตํ ในอรรถนี้ เป็นเพียงนิบาตเท่านั้น.
จบ อรรถกถาทุติยอาฆาตสูตรที่ ๑๐

819
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 820 (เล่ม 37)

๑๑. อนุปุพพนิโรธสูตร
ว่าด้วยอนุปุพพนิโรธ ๙ ประการ
[๒๓๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนุปุพพนิโรธ ๙ ประการ
นี้ ๙ ประการเป็นไฉน คือ อามิสสัญญาของผู้เข้าปฐมฌานย่อม
ดับไป ๑ วิตกวิจารของ ผู้เข้าทุติยฌานย่อมดับไป ๑ ปีติของผู้เข้า
ตติยฌานย่อมดับไป ๑ ลมอัสสาสปัสสานะของผู้เจ้าจตุตถฌาน
ย่อมดับไป ๑ รูปสัญญาของผู้เข้าอากาสานัญจายตนฌานย่อมดับ
ไป ๑ อากาสานัญจายตนสัญญาของผู้เข้าวิญญาณัญจายตนฌาน
ย่อมดับไป ๑ วิญญาณัญจายตนสัญญาของผู้เข้าอากิญจัญญาย-
ตนฌานย่อมดับไป ๑ อากิญจัญญายตนสัญญาข้องผู้เข้าเนวสัญญา-
นาสัญญายตนฌานย่อมดับไป ๑ สัญญาและเวทนาของผู้เข้าสัญญา-
เวทยิตนิโรธย่อมดับไป ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนุปุพพนิโรธ ๙
ประการนี้แล.
จบ อนุปุพพนิโรธสูตรที่ ๑๑
อรรถกถาอนุปุพพนิโรธสูตรที่ ๑๑
อนุปุพพนิโรธสูตรที่ ๑๑ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า อนุปุพฺพนิโรธา ได้แก่ดับไปตามลำดับ. คำที่เหลือ
ในบททั้งปวงง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถาอนุปุพพนิโรธสูตรที่ ๑๑

820
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 821 (เล่ม 37)

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ฐานสูตร ๒. ขฬุงคสูตร ๓. ตัณหาสูตร ๔. ววัตถ-
สัญญาสูตร ๕. ปฐมสิลายูปสูตร ๖. ทุติยสิลายูปสูตร ๗. ปฐม-
เวรสูตร ๘. ทุติยเวรสูตร ๙. ปฐมอาฆาตสูตร ๑๐. ทุติยอาฆาตสูตร
๑๑. อนุปุพพนิโรธสูตร และอรรถกถา
จบ สัตตาวาสวรรคที่ ๓

821
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 822 (เล่ม 37)

มหาวรรคที่ ๔
๑. ปฐมวิหารสูตร
ว่าด้วยอนุปุพพวิหาร ๙ ประการ
[๒๓๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนุปุพพวิหาร (ธรรมเป็น
เครื่องอยู่ตามลำดับ) ๙ ประการนี้ ๙ ประการเป็นไฉน คือ
ปฐมฌาน ๑ ทุติยฌาน ๑ ตติยฌาน ๑ จตุตถฌาน ๑ อากาสานัญ-
จายตนฌาน ๑ วิญญาณัญจายตนฌาน ๑ อากิญจัญญายตนฌาน ๑
เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ๑ สัญญาเวทยิตนิโรธ ๑ ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย อนุปุพพวิหาร ๙ ประการนี้แล.
จบ ปฐมวิหารสูตรที่ ๑
มหาวรรควารณนาที่ ๔
อรรถกถาปฐมวิหารสูตรที่ ๑
มหาวรรคที่ ๔ ปฐมวิหารสูตรที่ ๑ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า อนุปุพฺพวิหารา ได้วิหารธรรมอันควรเข้าถึงตามลำดับ
จบ อรรถกถาปฐมวิหารสูตรที่ ๑

822
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 823 (เล่ม 37)

๒. ทุติยวิหารสูตร
วิหารอนุปุพพวิหารสมบัติ ๙ ประการ
[๒๓๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอนุปุพพวิหาร
สมาบัติ ๙ ประการนี้ เธอทั้งหลายจงฟัง ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ก็อนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙ ประการเป็นไฉน เรากล่าวว่า กาม
ทั้งหลายย่อมดับในที่ใด และท่านเหล่าใดดับกามทั้งหลายได้แล้ว ๆ
อยู่ ในที่นั้น ท่านเหล่านั้นไม่มีความหิว ดับแล้ว ข้ามได้แล้ว ถึง
ฝั่งแล้ว ด้วยองค์ฌานนั้นเป็นแน่ ผู้ใดพึงถามอย่างนี้ว่า กามทั้งหลาย
ย่อมดับในที่ไหน และใครดับกามทั้งหลายได้แล้ว ๆ อยู่ เราไม่รู้ผู้นี้
เราไม่เห็นผู้นี้ เธอทั้งหลายพึงตอบผู้นั้นอย่างนี้ว่า ดูก่อนอาวุโส
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม บรรลุ
ปฐมฌาน มีวิตกวิจาร มีปีติและสุขเกิดแก่วิเวกอยู่ กามทั้งหลาย
ย่อมดับในปฐมฌานนี้ และท่านเหล่านั้นดับกามได้แล้ว ๆ อยู่ ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย เธอไม่เป็นผู้โอ้อวดไม่มีมารยาเป็นแน่ พึงชื่นชม
ยินดีภาษิตว่า ดีแล้ว ดีแล้ว พึงนมัสการกระทำอัญชลีเข้าไป
นั่งใกล้.
เรากล่าวว่า วิตกและวิจารย่อมดับในที่ใด และท่านเหล่าใด
ดับวิตกวิจารได้แล้ว ๆ อยู่ในที่นั้น ท่านเหล่านั้นไม่มีความหิว ดับ
สนิทแล้ว ข้ามได้แล้ว ถึงฝั่งแล้ว ด้วยองค์ฌานนั้นเป็นแน่ ผู้ใด
พึงถามอย่างนี้ว่า วิตกและวิจารย่อมดับในที่ไหน และใครดับ

823
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 824 (เล่ม 37)

วิตกวิจารแล้ว ๆ อยู่ เราไม่รู้ผู้นี้ เราไม่เห็นผู้นี้ เธอทั้งหลาย
พึงตอบผู้นั้นอย่างนี้ว่า ดูก่อนอาวุโส ภิกษุในธรรมวินัยนี้ บรรลุ
ทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มี
วิตกวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป มีปีติและสุขเกิดแก่สมาธิอยู่
วิตกวิจารย่อมดับในองค์ฌาน และท่านเหล่านั้นดับวิตกวิจาร
ได้แล้ว ๆ อยู่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอเป็นผู้ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยา
เป็นแน่ พึงชื่นชมยินดีภาษิตว่า ดีแล้ว ครั้นแล้วพึงนมัสการ กระทำ
อัญชลีเข้าไปนั่งใกล้.
เรากล่าวว่า ปีติย่อมดับในที่ใด และท่านเหล่าใดดับปีติได้
แล้ว ๆ อยู่ ท่านเหล่านั้นไม่มีความหิว ดับสนิทแล้ว ข้ามได้แล้ว
ถึงฝั่งแล้ว ด้วยองค์ฌานนั้นเป็นแน่ ผู้ใดพึงถามอย่างนี้ว่า ก็ปีติ
ดับในที่ไหน และใครดับปีติได้แล้ว ๆ อยู่ เราไม่รู้ผู้นี้ ไม่เห็นผู้นี้
เธอทั้งหลายพึงตอบผู้นั้นอย่างนี้ว่า ดูก่อนอาวุโส ภิกษุในธรรมวินัย
นี้ มีอุเบกขา มีสติ มีสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย เพราะปีติ
สิ้นไป บรรลุตติยฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้
ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติอยู่เป็นสุข ปีติย่อมดับในองค์ฌานนี้
และท่านเหล่านั้นดับปีติได้แล้ว ๆ อยู่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอเป็น
ผู้ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยาเป็นแน่ พึงชื่นชมยินดีภาษิตว่า ดีแล้ว
ครั้นแล้ว พึงนมัสการกระทำอัญชลีเข้าไปนั่งใกล้.
เรากล่าวว่า อุเบกขาและสุขดับในที่ใด และท่านเหล่าใด
ดับอุเบกขาและสุขได้แล้ว ๆ อยู่ในที่นั้น ท่านเหล่านั้นไม่มีความหิว

824
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 825 (เล่ม 37)

ดับสนิทแล้ว ข้ามได้แล้ว ถึงฝั่งแล้ว ด้วยองค์ฌานนั้นเป็นแน่ ผู้ใด
พึงถามอย่างนี้ว่า ก็อุเบกขาและสุขย่อมดับในที่ไหน และใครดับ
อุเบกขาและสุขได้แล้ว ๆ อยู่ เราไม่รู้ผู้นี้ เราไม่เห็นผู้นี้ เธอทั้งหลาย
พึงตอบผู้นั้นอย่างนี้ว่า ดูก่อนอาวุโส ภิกษุในธรรมวินัยนี้ บรรลุ
จตุตถฌาน ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข เพราะละสุขละทุกข์และดับโสมนัส
โทมนัสก่อน ๆ ได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ อุเบกขา
และสุขดับในองค์ฌานนี้แล ท่านเหล่านั้นดับอุเบกขาและสุขได้
แล้ว ๆ อยู่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอเป็นผู้ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยา
เป็นแน่ พึงชื่นชมยินดีภาษิตว่า ดีแล้ว ครั้นแล้ว พึงนมัสการกระทำ
อัญชลีเข้าไปนั่งใกล้.
เรากล่าวว่า รูปสัญญาดับในที่ใด และท่านเหล่าใดดับรูป
สัญญาได้แล้ว ๆ อยู่ในที่นั้น ท่านเหล่านั้นไม่มีความหิว ดับสนิท
แล้ว ข้ามได้แล้ว ถึงฝั่งแล้ว ด้วยองค์ฌานนั้นเป็นแน่ ผู้ใดพึงถาม
อย่างนี้ว่า รูปสัญญาดับในที่ไหนและใครดับรูปสัญญาได้แล้ว ๆ อยู่
เราไม่รู้ผู้นี้ เราไม่เห็นผู้นี้ เธอทั้งหลายพึงตอบผู้นั้นอย่างนี้ว่า
ดูก่อนอาวุโส ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เพราะล่วงรูปสัญญาโดยประการ
ทั้งปวง เพราะดับปฏิฆสัญญา เพราะไม่ใส่ใจถึงนานัตตสัญญา
บรรลุอากาสานัญจายตนฌาน เพราะคำนึงเป็นอารมณ์ว่า อากาศ
ไม่มีที่สุด รูปสัญญาย่อมดับในองค์ฌานนี้ และท่านเหล่านั้นดับ
รูปสัญญาได้แล้ว ๆ อยู่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอเป็นผู้ไม่โอ้อวด
ไม่มีมารยาเป็นแน่ พึงชื่นชมยินดีภาษิตว่า ดีแล้ว ครั้นแล้ว พึง
นมัสการกระทำอัญชลีเข้าไปนั่งใกล้.

825
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 826 (เล่ม 37)

เรากล่าวว่า อากาสานัญจายตนสัญญาดับในที่สุด และท่าน
เหล่าใดดับอากาสานัญจายตนสัญญาได้แล้ว ๆ อยู่ในที่นั้น ท่าน
เหล่านั้นไม่มีความหิว ดับสนิทแล้ว ข้ามได้แล้ว ถึงฝั่งแล้ว ด้วย
องค์ฌานนั้นเป็นแน่ ผู้ใดพึงถามอย่างนี้ว่า อากาสานัญจายตนสัญญา
ดับในที่ไหน และใครดับอากาสานัญจายตนสัญญาได้แล้ว ๆ อยู่
เราไม่รู้ผู้นี้ เราไม่เห็นผู้นี้ เธอทั้งหลายพึงตอบผู้นั้นอย่างนี้ว่า
ดูก่อนอาวุโส ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เพราะล่วงอากาสานัญจายตนฌาน
โดยประการทั้งปวง บรรลุวิญญาณัญจายตนฌาน โดยคำนึงเป็น
อารมณ์ว่า วิญญาณไม่มีที่สุด อากาสานญจายตนสัญญาดับในองค์
ฌานนี้ และท่านเหล่านั้นดับอากาสานัญจายตนสัญญาได้แล้ว ๆ อยู่
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอเป็นผู้ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยาเป็นแน่ พึง
ชื่นชมยินดีภาษิตว่า ดีแล้ว ครั้นแล้ว พึงนมัสการกระทำอัญชลี
เข้าไปนั่งใกล้.
เรากล่าวว่า วิญญาณัญจายตนสัญญาดับในที่ใด และท่าน
เหล่าใดดับวิญญาณัญจายตนสัญญาได้แล้ว ๆ อยู่ในที่นั้น ท่าน
เหล่านั้นไม่มีความหิว ดับสนิทแล้ว ข้ามได้แล้ว ถึงฝั่งแล้ว ด้วย
องค์ฌานนี้เป็นแน่ ผู้ใดพึงถามอย่างนี้ว่า วิญญาณัญจายตนสัญญา
ดับในที่ไหน และใครดับวิญญาณัญจายตนสัญญาได้แล้ว ๆ อยู่
เราไม่เห็นผู้นี้ เธอทั้งหลายพึงตอบผู้นั้นอย่างนี้ว่า ดูก่อนอาวุโส
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เพราะล่วงวิญญาณัญจายตนฌานโดยประการ
ทั้งปวง บรรลุอากิญจัญญายตนฌาน โดยคำนึงเป็นอารมณ์ว่า
อะไร ๆ หน่อยหนึ่งไม่มี วิญญาณัฌจายตนสัญญาย่อมดับในองค์

826
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 827 (เล่ม 37)

ฌานนี้ และท่านเหล่านั้นดับวิญญาณัญจายตนสัญญาได้แล้ว ๆ อยู่
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอเป็นผู้ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยาเป็นแน่ พึง
ชื่นชมยินดีภาษติว่า ดีแล้ว ครั้นแล้ว พึงนมัสการกระทำอัญชลี
เข้าไปนั่งใกล้.
เรากล่าวว่า อากิญจัญญายตนสัญญาดับในที่ใด และท่าน
เหล่าใดดับอากิญจัญญายตนสัญญาได้แล้ว ๆ อยู่ในที่นั้น ท่าน
เหล่านั้นไม่มีความหิว ดับสนิทแล้ว ข้ามได้แล้ว ถึงฝั่งแล้วด้วย
องค์ฌานนี้เป็นแน่ ผู้ใดพึงถามอย่างนี้ว่า อากิญจัญญายตนสัญญา
ดับในที่ไหน และใครดับอากิญจัญญายตนสัญญาได้แล้ว ๆ อยู่ เรา
ไม่รู้ผู้นี้ เราไม่เห็นผู้นี้ เธอทั้งหลายพึงตอบผู้นั้นอย่างนี้ว่า ดูก่อน
อาวุโส ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เพราะล่วงอากิญจัญญายตนฌาน
โดยประการทั้งปวง บรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน อากิญ-
จัญญายตนสัญญาดับในองค์ฌานนี้ และท่านเหล่านั้นดับอากิญ-
จัญญายตนสัญญาได้แล้ว ๆ อยู่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอเป็นผู้
ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยาเป็นแน่ พึงชื่นชมยินดีภาษิตว่า ดีแล้ว ครั้น
แล้ว พึงนมัสการกระทำอัญชลีเข้าไปนั่งใกล้.
เรากล่าวว่า เนวสัญญานาสัญญายตนสัญญาดับในที่ใด
และท่านเหล่าใดดับเนวสัญญานาสัญญายตนสัญญาได้แล้ว ๆ อยู่
ท่านเหล่านั้นไม่มีความหิว ดับสนิทแล้ว ข้ามใดแล้ว ถึงฝั่งแล้ว
ด้วยองค์ฌานนี้เป็นแน่ ผู้ใดพึงถามอย่างนี้ว่า เนวสัญญานา-
สัญญายตนสัญญาดับในที่ไหน และใครดับเนวสัญญานาสัญญายตน-
สัญญาได้แล้ว ๆ อยู่ เราไม่รู้ผู้นี้ เราไม่เห็นผู้นี้ เธอทั้งหลายพึงตอบ

827