นั้น ถึงแม้เที่ยงที่จะพึงรู้แจ้งด้วย ฯลฯ กลิ่นที่จะพึงรู้แจ้งด้วย
จมูก ฯลฯ รสที่จะพึงรู้แจ้งด้วยลิ้น ฯลฯ โผฏฐัพพะที่จะพึงรู้แจ้ง
ด้วยกาย ฯลฯ ธรรมารมณ์ที่จะพึงรู้แจ้งด้วยใจอย่างหยาบ ๆ ผ่าน
มาทางคลองใจแห่งภิกษุผู้มีจิตหลุดพ้นโดยชอบอย่างนี้ ก็ครอบงำ
จิตของเธอไม่ได้ จิตของเธอไม่เจือด้วยธรรมารมณ์นั้น เป็นจิตมั่น
ถึงความไม่หวั่นไหว และเธอย่อมพิจารณาเห็นความเสื่อมแห่ง
ธรรมารมณ์นั้น.
จบ ทุติยสิลายูปสูตรที่ ๖
อรรถกถาทุติยสิลายูปสูตรที่ ๖
ทุติยสิลายูปสูตรที่ ๖ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า จนฺทิกาปุตฺโต ได้แก่พระเถระชื่อจันทิกาปุตตะ ปรากฏ
ชื่อตามมารดา. บทว่า เจตสา จิตํ สุปริจิตํ โหติ ความว่า ระเบียบ
ความประพฤติของจิตอันภิกษุอบรมดีแล้ว คือ เจริญดีแล้ว ให้สูง ๆ
ขึ้นไป ด้วยระเบียบความประพฤติของจิต. บทว่า เนวสฺสจิตฺตํ
ปริยาทิยนฺติ ได้แก่อารมณ์เหล่านั้นไม่สามารถเพื่อหน่วงเหนี่ยว.
จิตตุบาทของพระขีณาสพนั่นให้สิ้นไป แล้วตั้งอยู่ได้. บทว่า อมิสฺสีกตํ
ได้แก่จิตไม่คลุกเคล้าด้วยอารมณ์เหล่านั้น เพราะอารมณ์เหล่านั้น
ไม่ติดอยู่. บทว่า อาเนญฺชปฺปตฺตํ ได้แก่ถึงความไม่หวั่นไหว คือ