บทว่า ยํ มหาวาตา ความว่า โดยสมัยใด หรือในสมัยใด
ลมพายุพัด ลมชื่ออุกเขปกวาต ก็ตั้งขึ้น. ลมอุกเขปกวาตนั้นก็พัด
ตัดลมที่รองรับน้ำอันมีความหนาเก้าแสนหกหมื่นโยชน์. แต่นั้น
น้ำในอากาศก็ตก เมื่อน้ำตก แผ่นดินก็ตก ลม(ที่รองรับน้ำ) ก็จะอุ้ม
เอาน้ำไว้อีก ด้วยกำลังของตน เหมือนอุ้มน้ำไว้ในธนกรก หม้อ
กรองน้ำ ฉะนั้น แต่นั้น น้ำก็สูงขึ้น เมื่อน้ำสูงขึ้น แผ่นดินก็สูงขึ้น.
น้ำไหลแล้วอย่างนี้ก็ทำให้แผ่นดินไหว. ก็การไหวอย่างนี้ ย่อมมีมา
จนถึงทุกวันนี้. ก็การยุบลงและการนูนขึ้น ย่อมไม่ปรากฏเพราะ
แผ่นดินมาก บทว่า มหิทฺธิกา มหานุภาวา ความว่า ชื่อว่ามีฤทธิ์มาก
เพราะมีความสำเร็จมาก ชื่อว่ามีอานุภาพมาก เพราะมีสิ่งที่จะพึง
เสวยมาก. บทว่า ปริตฺตา ได้แก่ มีกำลังเพลา. บทว่า อปฺปมาณา
ได้แก่ มีกำลัง. บทว่า โส อิมํ ปฐวึ กมฺเปติ ความว่า สมณะหรือ
พราหมณ์นั้นทำฤทธิ์ให้บังเกิดแล้ว เมื่อจะให้สลดใจ จึงทำแผ่นดิน
ให้ไหว เหมือนพระมหาโมคคัลลานะ หรือเมื่อจะทดลองฤทธิ์ก็ทำ
แผ่นดินให้ไหว เหมือนสังฆรักขิตสามเณรผู้เป็นหลานของพระ-
มหานาคเถระ. บทว่า สงฺกมฺเปติ ได้แก่ ไหวโดยรอบ. บทว่า
สมฺปกมฺเปติ นี้ เป็นไวพจน์ของบทว่า สงฺกมฺเปติ นั้นนั่นแล. ดังนั้น
บรรดาเหตุปัจจัยทำแผ่นดินไหว ๘ ประการเหล่านี้ เหตุปัจจัย ๑
เพราะธาตุกำเริบ ที่ ๒ เพราะอานุภาพของผู้มีฤทธิ์ ที่ ๓ ที่ ๔
เพราะเดชแห่งบุญ ที่ ๕ เพราะเดชแห่งญาณ ที่ ๓ เพราะอำนาจ
ให้สาธุการ ที่ ๗ เพราะความการุณย์เป็นสภาวะ ที่ ๘ เพราะ
ร้องห่มร้องไห้. เมื่อพระมหาสัตว์ลงสู่ครรภ์พระมารดา และประสูติ