นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงฌานในวรรณกสิณมีนีลกสิณเป็นต้น
อันบริสุทธิ์ด้วยดี. ในคำว่า สุภนฺเตว "งาม" ความผูกใจว่า "งาม"
ย่อมไม่มีในภายในอัปปนาก็จริง ถึงอย่างนั้น ภิกษุใดกระทำสุภกสิณ
ที่บริสุทธิ์ดีให้เป็นอารมณ์อยู่ เพราะเหตุที่ภิกษุนั้นจะต้องถูกท่าน
พูดว่าเป็นผู้น้อมใจไปว่า "งาม" ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงทำ
เทศนาไว้อย่างนั้น
แต่ในปฏิสัมภิทามรรค ท่านกล่าวไว้ว่า ชื่อว่าวิโมกข์ เพราะ
เป็นผู้น้อมใจไปว่างามนั้นอย่างไร ? ชื่อว่าวิโมกข์ เพราะภิกษุ
ในศาสนานี้ มีจิตสหรคตด้วยเมตตาแผ่ไปตลอดทิศหนึ่ง ฯลฯ
อยู่. เพราะความที่ตนเป็นผู้เจริญเมตตา สัตว์ทั้งหลายจึงเป็นผู้ไม่
น่าเกลียด. มีจิตสหรคตกับกรุณา มุทิตา และอุเบกขา แผ่ไป
ตลอดทิศหนึ่ง ฯลฯ อยู่. เพราะความที่ตนเจริญ (กรุณา มุทิตาและ)
อุเบกขา สัตว์ทั้งหลายจึงเป็นผู้ไม่น่าเกลียด. ท่านเป็นผู้ชื่อว่าน้อมใจ
ไปว่า งาม ด้วยอาการอย่างนี้
คำใดที่จะพึงกล่าวในคำว่า สพฺพโส รูปสญฺญานํ ดังนี้เป็นต้น
คำนั้นทั้งหมดได้กล่าวไว้แล้วในคัมภีร์วิสุทธิมรรคนั่นแล. บทว่า
อยํ อฏฺฐโม วิโมกฺโข ความว่า นี้ ชื่อว่าเป็นวิโมกข์ที่ ๘ เพราะสละ
คือ เพราะปล่อยขันธ์ทั้ง โดยประการทั้งปวง.
จบ อรรถกถาวิโมกขสูตรที่ ๖