ฉะนั้นแหละ หญิงหรือชายผู้มีศีล เข้าอยู่ในอุโบสถ
อันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการแล้ว กระทำบุญ
ทั้งหลายอันมีสุขเป็นกำไร ไม่มีใครติเตียน ย่อม
เข้าถึงสวรรค์.
จบ วิตถตสูตรที่ ๒
ฉะนั้นแหละ หญิงหรือชายผู้มีศีล เข้าอยู่ในอุโบสถ
อันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการแล้ว กระทำบุญ
ทั้งหลายอันมีสุขเป็นกำไร ไม่มีใครติเตียน ย่อม
เข้าถึงสวรรค์.
จบ วิตถตสูตรที่ ๒
๓. วิสาขสูตร
[๑๓๓] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ บุพพาราม
ประสาทของมิคารมารดา ใกล้กรุงสาวัตถี ครั้งนั้นแล นางวิสาขา
มิคารมารดา เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ถวาย
บังคมแล้งนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า
ดูก่อนวิสาขา อุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ บุคคลเข้า
อยู่แล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก มีความรุ่งเรืองมาก มีความ
แพร่หลายมาก ดูก่อนวิสาขา ก็อุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘
ประการ บุคคลเข้าอยู่แล้วอย่างไร จึงมีผลมาก มีอานิสงส์มาก
มีความรุ่งเรืองมาก มีความแพร่หลายมาก ดูก่อนวิสาขา อริยสาวก
ในธรรมวินัยนี้ ย่อมตระหนักชัดดังนี้ว่า พระอรหันต์ทั้งหลาย
ละปาณาติบาต งดเว้นจากปาณาติบาต วางท่อนไม้ วางศาตรา
มีความละอาย เอื้อเอ็นดู อนุเคราะห์เกื้อกูลต่อสรรพสัตว์อยู่ตลอด
ชีวิต ในวันนี้ แม้เราก็ละปาณาติบาติ งดเว้นจากปาณาติบาต ว่าง
ท่อนไม้ วางศาตรา มีความละอาย เอื้อเอ็นดู อนุเคราะห์เกื้อกูลต่อ
สรรพสัตว์อยู่ตลอดคืนและวันนี้ เราชื่อว่ากระทำตามพระอรหันต์
ทั้งหลายแม้ด้วยองค์นี้ และอุโบสถจักเป็นอันชื่อว่าเราข้าอยู่แล้ว
อุโบสถประกอบด้วยองค์ที่ ๑ นี้ ฯลฯ
อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ย่อมตระหนักชัดดังนี้ว่า พระ-
อรหันต์ทั้งหลาย ละการนั่งการนอนบนที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ งดเว้น
จากนั่งการนอนบนที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ สำเร็จการนั่งการนอน
บนที่นั่งที่นอนต่ำ คือ นอนบนเตียงหรือเครื่องลาดด้วยหญ้าอยู่
ตลอดชีวิต ในวันนี้ แม้เราก็ละการนั่งการนอนบนที่นั่งที่นอน
สูงใหญ่ เว้นจากการนั่งการนอนบนที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ สำเร็จ
การนั่งการนอนบนที่นั่งที่นอนต่ำ คือ นอนบนเตียงหรือเครื่องลาด
ด้วยหญ้าอยู่ตลอดคืนและวันนี้ เราชื่อว่ากระทำตามพระอรหันต์
ทั้งหลายแม้ด้วยองค์นี้ และอุโบสถจัดเป็นอันชื่อว่าเราเข้าอยู่แล้ว
อุโบสถประกอบด้วยองค์ที่ ๘ นี้ ดูก่อนวิสาขา อุโบสถประกอบด้วย
องค์ ๘ ประการ บุคคลเข้าอยู่แล้วอย่างนี้แล จึงมีผลมาก มีอานิสงส์
มาก มีความรุ่งเรืองมาก มีความแพร่หลายมาก.
อุโบสถประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ บุคคลเข้าอยู่แล้ว
มีผลมาก มีอานิสงส์มาก มีความรุ่งเรื่องมาก มีความแพร่หลายมาก
เพียงไร ก่อนวิสาขา เปรียบเหมือนพระราชาที่เสวยราชย์
ดำรงอิสรภาพและอธิปไตยในชนบทใหญ่ ๆ ๑๖ รัฐ รัตนะ ๗
ประการมากมายเหล่านื้ คือ อังคะ มคธะ กาสี โกสละ วัชชี มัลละ
เจดีย์ วังสะ กุรุ ปัญจาละ มัจฉะ สุรเสนะ อัสสกะ อวันตี
คันธาระ กัมโพชะ การเสวยราชดำรงอิสรภาพและอธิปไตย
ของพระราชานั้น ไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งอุโบสถอันประกอบด้วย
องค์ ๘ ประการ ข้อนั้นเพราะเหตุไร ดูก่อนวิสาขา เพราะราช
สมบัติมนุษย์เป็นเหมือนของคนกำพร้า เมื่อเทียบกับสุขอันเป็นทิพย์
ดูก่อนวิสาขา ๕๐ มนุษย์เป็นคืนหนึ่งวันหนึ่งของเทวดาชั้น
จาตุมมราช ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้นเป็นเดือนหนึ่ง ๑๒ เดือนโดย
เดือนนั้นเป็นปีหนึ่ง ๕๐๐ ปีโดยปีนั้น เป็นประมาณอายุของเทวดา
ชั้นจาตุมมหาราช ดูก่อนวิสาขา ข้อที่บุคคล บางคนในโลกนี้ จะเป็น
หญิงหรือชายก็ตาม เข้าอยู่อุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ
แล้ว เมื่อตายไป พึงเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นจาตุม-
มหาราชนี้เป็นฐานะที่นะมีได้ เราหมายเอาข้อนี้จึงกล่าวว่า ดูก่อน
วิสาขา ราชสมบัติมนุษย์เป็นเหมือนของคนกำพร้า เมื่อเทียบกับ
สุขอันเป็นทิพย์.
ดูก่อนวิสาขา ๑๐๐ ปีมนุษย์ ฯลฯ
ดูก่อนวิสาขา ๒๐๐ ปีมนุษย์ ฯลฯ
ดูก่อนวิสาขา ๔๐๐ ปีมนุษย์ ฯลฯ
ดูก่อนวิสาขา ๘๐๐ ปีมนุษย์ ฯลฯ
ดูก่อนวิสาขา ๑,๖๐๐ ปีมนุษย์ เป็นคืนหนึ่งวันหนึ่งของ
เทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตตี ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้นเป็นเดือนหนึ่ง
๒ เดือนโดยเดือนนั้นเป็นปีหนึ่ง ๑๖,๐๐๐ ทิพย์โดยปีนั้น เป็น
ประมาณอายุของเทวดาชนปรนิมมิตวสวัตตี ดูก่อนวิสาขา ข้อที่
บุคคลบางคนในโลกนี้ จะเป็นหญิงหรือชายก็ตาม เข้าอยู่อุโบสถ
อันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการแล้ว เมื่อตายไป พึงเข้าถึงความ
เป็นสหายแห่งเทวดาชั้นปรนินมิตวสวัตตี นี้เป็นฐานะที่จะมีได้
ดูก่อนวิสาขา เราหมายเอาข้อนี้จึงกล่าวว่า ราชสมบัติมนุษย์
เป็นเหมือนของคนกำพร้า เมื่อเทียบกับสุขอันเป็นทิพย์.
บุคคลไม่พึงฆ่าสัตว์ ไม่พึงถือเอาสิ่งของ
ที่เจ้าของไม่ให้ พึงเว้นจากเมถุนธรรม อันมิใช่
ความประพฤติของพรหม ไม่พึงพูดเท็จ ไม่พึง
ดื่มน้ำเมา ไม่พึงบริโภคอาหารในเวลาวิกาล ใน
ราตรี ไม่พึงทัดทรงดอกไม้และของหอม พึงนอน
บนเตียง บนแผ่นดิน หรือบนเครื่องลาดด้วยหญ้า
บัณฑิตทั้งหลายกล่าวอุโบสถ ๘ ประการนี้แล
ที่พระพุทธเจ้าผู้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ ทรงประกาศ
แล้ว พระจันทร์และพระอาทิตย์ทั้งสองส่องแสง
สว่างไสว ย่อมโคจรไปตามวิถีเพียงไร พระ
จันทร์และพระอาทิตย์นั้น ก็ขจัดมืดได้เพียงนั้น
ลอยอยู่บนอากาศ ส่องแสงสว่างทั่วทุกทิศใน
ท้องฟ้า ทรัพย์ใดอันมีอยู่ในระหว่างนี้ คือ แก้ว
มุกดา แก้วมณี แก้วไพฑูรย์ อย่างดีหรือทองมี
สีสุกใส ที่เรียกกันว่า หตกะ พระจันทร์ พระ-
อาทิตย์และทรัพย์นั้น ๆ ก็ยังไม่ได้เที่ยวที่ ๑๖
แห่งอุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ
เปรียบเหมือนรัศมีพระจันทร์ ข่มหมู่ดวงดาวทั้ง
หมด ฉะนั้น เพราะฉะนั้นแหละ หญิงหรือชายผู้
มีศีล เข้าอยู่อุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประ
การแล้ว กระทำบุญมีสุขเป็นกำไร ไม่มีใครติ-
เตียน ย่อมเข้าถึงสวรรค์.
จบ วิสาขสูตรที่ ๓
๔. เวเสฏฐสูตร
[๑๓๔] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ กูฏาคาร-
ศาลา ป่ามหาวัน ใกล้พระนครเวสาลี ครั้งนั้นแล วาเสฏฐอุบาสก
เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ
ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนวาเสฏฐะ
อุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ บุคคลเข้าอยู่แล้ว ย่อมมี
ผลมาก มีอานิสงส์มาก มีความรุ่งเรืองมาก มีความแพร่หลายมาก
ฯลฯ ไม่มีใครติเตียน ย่อมเข้าถึงสวรรค์.
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างแล้ว วาเสฏฐะอุบาสก
ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ญาติสาย-
โลหิตเป็นที่รักของข้าพระองค์ พึงเข้าอยู่อุโบสถอันประกอบด้วย
องค์ ๘ ประการ การเข้าอยู่อุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ประการ
นั้น พึงเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขตลอดกาลนาน
แม้แก่ญาติและสายโลหิตผู้เป็นที่รักของข้าพระองค์ ข้าแต่พระองค์
ผู้เจริญ ถ้าแม้กษัตริย์ ทั้งปวงพึงเข้าอยู่อุโบสถ อันประกอบด้วย
องค์ ๘ ประการ การเข้าอยู่อุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ
นั้น พึงเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขตลอดกาลนาน
แม้แก่กษัตริย์ทั้งปวง ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าแม้พราหมณ์ทั้งปวง
ฯลฯ แพศย์ทั้งปวง ฯลฯ ศูทรทั้งปวง พึงเข้าอยู่อุโบสถอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ ประการ การเข้าอยู่อุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘
ประการนั้น พึงเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขตลอดกาล
แม้แก่ศูทรทั้งปวง.
พ. ดูก่อนวาเสฏฐะ ถ้าแม้กษัตริย์ทั้งปวงพึงเข้าอยู่อุโบสถ
อันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ การเข้าอยู่อุโบสถอันประกอบด้วย
องค์ ๘ ประการ พึงเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข
ตลอดกาล แม้แก่กษัตริย์ทั้งปวง ถ้าแม้พราหมณ์ทั้งปวง ฯลฯ
แพศย์ทั้งปวง ฯลฯ ศูทรทั้งปวง พึงเข้าอยู่อุโบสถอันประกอบด้วย
องค์ ๘ ประการ การเข้าอยู่อุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ
นั้น พึงเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขตลอดกาลนาน
แม้แก่ศูทรทั้งปวง ดูก่อนวาเสฏฐะ ถ้าแม้โลก พร้อมด้วยเทวโลก
มารโลก พรหมโลก หมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและ
มนุษย์ พึงเข้าอยู่อุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการนั้น
พึงเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขตลอดกาลนาน แม้
แก่โลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก แก่หมู่สัตว์ พร้อม
ทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ ถ้าแม่ท่านผู้มหาศาลเหล่านี้
พึงเข้าอยู่อุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ การเข้าอยู่
อุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการนั้น พึงเป็นไปเพื่อประโยชน์
เกื้อกูล เพื่อความสุขตลอดกาลนาน แม้แก่ท่านผู้มหาศาลเหล่านี้
ถ้าหากว่าตั้งใจ จะป่วยกล่าวไปไยถึงมนุษย์เล่า.
จบ วารเสฏฐสูตรที่ ๔
อุโบสถวรรคที่ ๕
อรรถกถาวาเสฏฐสูตรที่ ๔
วรรคที่ ๕ วาเสฏฐสูตรที่ ๔๑ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
ด้วยบทว่า อิเม เจปิ วาเสฏฺฐ มหาสาลา ดังนี้ พระผู้มี-
พระภาคเจ้า เมื่อทรงแสดงต้นสาละ ๒ ต้นที่ยืนอยู่ตรงพระพักตร์
จึงตรัสเปรียบเทียบโดยปริกัป ท่านอธิบายไว้ดังนี้ว่า ก่อนอื่น
ต้นมหาสาละเหล่านี้ไม่มีใจ ถ้าต้นไม้เหล่านี้มีใจพึงเข้าจำอุโบสถ
ที่ประกอบด้วยองค์ ๘ ได้ไซร้ การเข้าจำอุโบสถนั้นของต้น-
มหาสาละแม้เหล่านั้น ก็พึงมี เพื่อประโยชน์เพื่อความสุขตลอด
กาลนาน ก็ในหมู่มนุษย์ ก็ไม่จำต้องกล่าว.
จบ อรรถกถาเวสาฏฐสูตรที่ ๔
๑. ในอัฏฐนิปาตวณฺณนา ว่า "ปญฺจมสฺส ปฐเม....วรรคที่ ๕ สูตรที่ ๑....แต่ในที่นี้ต้องแปลว่า
....สูตรที่ ๔ เพราะเก็บความในสูตรที่ ๔ มาแก้ทั้งนั้นฯ.
๕. โพชฌาสูตร
[๑๓๕] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระ-
วิหารเขตวัน อารามของท่านอนาถปิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนคร
สาวัตถี ครั้งนั้นแล โพชฌาอุบาสิกาเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า
ถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มี-
พระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนโพชฌา อุโบสถอันประกอบด้วย
องค์ ๘ ประการ บุคคลเข้าอยู่แล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก
มีความรุ่งเรืองมาก ความแพร่หลายมาก ดูก่อนโพชฌา ก็อุโบสถ
อันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ บุคคลเข้าอยู่แล้วอย่างไร จึงมี
ผลมาก มีอานิสงส์มาก มีความรุ่งเรื่องมาก มีความแพร่หลายมาก
ดูก่อนโพชฌา อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ย่อมตระหนักชัดดังนี้ว่า
พระอรหันต์ทั้งหลาย และปาณาติบาต งดเว้นจากปาณาติบาต
วางท่อนไม้ วางศาตรา มีความละอาย เอื้อเอ็นดู อนุเคราะห์
เกื้อกูล ต่อสรรพสัตว์อยู่ตลอดชีวิตในวันนี้ แม้เราก็ละปาณาติบาต
งดเว้นจากปาณาติบาต วางท่อนไม้ วางศาตรามีความละอาย
เอื้อเอ็นดู อนุเคราะห์เกื้อกูล ต่อสรรพสัตว์อยู่ตลอดคืน และวันนี้
เราชื่อว่ากระทำตามพระอรหันต์ทั้งหลายแม้ด้วยองค์นี้ และอุโบสถ
จักเป็นอันชื่อว่าเราเข้าอยู่แล้ว อุโบสถประกอบด้วยองค์ที่ ๑ นี้ ฯลฯ
อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ย่อมตระหนักชัดดังนี้ว่า พระอรหันต์
ทั้งหลายละการนั่งการนอนบนที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ งดเว้นจากการนั่ง
การนอนบนที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ สำเร็จการนอนบนที่นั่งที่นอนต่ำ
คือ นอนบนเตียงหรือเครื่องลาดด้วยหญ้าอยู่ตลอดชีวิต ในวันนี้
แม้เราก็ละการนั่งการนอนบนที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ เว้นจากการนั่ง
การนอนบนที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ สำเร็จการนั่งการนอนบนที่นั่ง
ที่นอนต่ำ คือ บนเตียงหรือเครื่องลาดด้วยหญ้าตลอดคืนและวันนี้
เราคือว่ากระทำตามพระอรหันต์ทั้งหลายด้วยองค์ และอุโบสถ
จักเป็นอันชื่อว่าเราเข้าอยู่แล้ว อุโบสถประกอบด้วยองค์ที่ ๘ นี้
ดูก่อนโพชฌา อุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ บุคคล
เข้าอยู่แล้วอย่างนี้แล จึงมีผลมาก มีอานิสงส์มาก มีความรุ่งเรื่อง
มาก มีความแพร่หลายมาก.
อุโบสถประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ บุคคลเข้าอยู่แล้ว มี
ผลมาก มีอานิสงส์มาก มีความรุ่งเรื่องมาก มีความแพร่หลายมาก
เพียงไร ดูก่อนโพชฌา เปรียบเหมือนพระราชาที่เสวยราชย์ดำรง
อิสรภาพและอธิปไตยในชนบทใหญ่ ๑๖ รัฐ มีรัตนะ ๗ ประการ
มากมายเหล่านี้ คือ อังคะ มคธะ กาสี โกศล วัชชี มัลละ เจดีย์
วังสะ กุรุ ปัญจาละ มัจฉะ สุระเสนะ อัสสกะ อวันตี คันธาระ
กัมโพชะ การเสวยราชย์ดำรงอิสรภาพและอธิปไตยของ พระราชา
นั้น ไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ และอุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ
ข้อนั้นเพราะเหตุไร ดูก่อนโพชฌา เพราะราชสมบัติมนุษย์ เป็น
เหมือนของคนกำพร้า เมื่อเทียบกับสุขอันเป็นทิพย์ ดูก่อนโพชฌา
๕๐ ปีมนุษย์เป็นคืนหนึ่งวันหนึ่งของเทวดาชั้นจาตุมมหาราช ๓๐
ราตรี โดยราตรีนั้นเป็นเดือนหนึ่ง ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้น เป็น
ปีหนึ่ง ๕๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นประมาณอายุของเทวดาชั้น