การคลุกคลีกับบาปมิตร พระศาสดาจึงตรัสคำมีอาทิว่า นาหํ
โมคฺคลฺลาน ดังนี้.
บทว่า กิตฺตาวตา นุ โข ความว่า ด้วยข้อปฏิบัติเพียงไรหนอ.
บทว่า ตณฺหาสงฺขยวิมุตฺโต โหติ ความว่า ภิกษุชื่อว่าตัณหา-
สังขยวิมุตตะ เพราะเป็นผู้มีจิตน้อมไปในพระนิพพานอันเป็นที่
สิ้นตัณหา ทำพระนิพพานนั้นเป็นอารมณ์ พระมหาโมคคัลลานะ
ทูลถามว่า โดยย่อ ด้วยข้อปฏิบัติเท่าไร ภิกษุย่อมชื่อว่าตัณหา-
สังขยวิมุตตะ ขอพระองค์โปรดทรงแสดงข้อปฏิบัตินั้นนั่นแล ที่เป็น
ปฏิปทาส่วนเบื้องต้นของภิกษุผู้ขีณาสพ โดยสังเขปเถิดพระเจ้าข้า.
บทว่า อจฺจนฺตนิฏฺโฐ ความว่า ชื่อว่า อจฺจนตา เพราะเป็น
ไปล่วงส่วน กล่าวคือความสิ้นไปและความเสื่อมไป. ภิกษุชื่อว่า
อจฺจนฺตนิฏฺโฐ เพราะมีความสำเร็จล่วงส่วน อธิบายว่า มีความ
สำเร็จโดยส่วนเดียว มีความสำเร็จติดต่อกัน. บทว่า อจฺจนฺตโยคฺคกฺเขมี
ความว่า ผู้มีธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะล่วงส่วนอธิบายว่า
มีธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะเป็นนิจ. บทว่า อจฺจนฺตพฺรหฺมจารี
ความว่า เป็นพรหมจารีล่วงส่วน อธิบายว่า เป็นพรหมจารีเป็นนิจ.
บทว่า อจฺจนตปริโยสาโน ความว่า มีที่สุดล่วงส่วนโดยนัยก่อน
นั่นแหละ. บทว่า เสฏฺโฐ เทวมนุสฺสานํ ความว่า ประเสริฐสุดคือ
สูงสุด กว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย. พระมหาโมคคัลลานะทูลขอว่า
ภิกษุชื่อว่าเป็นปานนี้ ด้วยข้อปฏิบัติเพียงไร ข้อพระองค์โปรด
ทรงแสดงสำหรับภิกษุนั้นโดยย่อเถิดพระเจ้าข้า.