มีพรรณทราม. พวกกาลกัญชกอสูรก็เหมือนกัน. อีกอย่างหนึ่ง
ในพวกอสูรเหล่านั้น ชื่อว่า ทีฆปิฏฐิกอสูร ๖๐ โยชน์ ก็สัญญา
ของอสูรแม้ทั้งหมด เป็นอกุศลวิบากอเหตุกะ. ดังนี้ สัตว์ผู้เกิด
ในอบาย ย่อมนับว่ามีกายต่างกัน มีสัญญาเป็นอันเดียวกัน.
บทว่า อาภสฺสรา ความว่า พรหมชื่อว่า อาภัสสรา เพราะ
พรหมเหล่านี้มีรัศมีซ่านออก คือแผ่ออกไปจากสรีระดุจขาดตกลง
เหมือนเปลวไฟแห่งคบไฟฉะนั้น บรรดาอาภัสสรพรหมเหล่านั้น
พรหมผู้เจริญทุติยฌานและตติยฌานทั้ง ๒ อย่างอ่อน ในปัญจกนัย
เกิดขึ้น ชื่อว่า ปริตตาภาพรหม. ปริตตาภาพรหมเหล่านั้น มีอายุ
ประมาณ ๒ กัป ที่เจริญทุติยฌาน ตติยฌานอย่างกลางเกิดขึ้น
ชื่อว่า อัปปมาณาภาพรหม อัปปมาณาภาพรหมเหล่านั้น มีอายุ
ประมาณ ๔ กัป ที่เจริญทุติยฌาน ตติยฌานอย่างประณีตเกิดขึ้น
ชื่อว่าอาภัสราพรหม. อาภัสราพรหมเหล่านั้น มีอายุประมาณ ๘ กัป
ในที่นี้ทรงถือเอาพรหมเหล่านั้นทั้งหมด โดยการกำหนดอย่างอุกฤษฏ์
ความจริง พรหมเหล่านั้นทั้งหมดมีกายกว้างเป็นอันเดียวกัน ส่วน
สัญญาต่าง ๆ กัน ไม่มีวิตกเพียงมีวิจารบ้าง ไม่มีวิตกวิจารบ้าง.
บทว่า สุภกิณฺหา ความว่า พรหมทั้งหลายมีรัศมีจากสรีระ
ระยิบระยับด้วยความงาม รัศมีแห่งสรีระโดยความงาม อธิบายว่า
เป็นแท่งทึบโดยความงาม. จริงอยู่ สุภกิณหาพรหม พรหมเหล่านั้น
รัศมีไม่ขาดไปเหมือนของอาภัสราพรหม. แต่ในปัญจนัย เหล่า
พรหมณ์ที่บังเกิดชื่อว่า ปริตตสุภาพรหม อัปปมาณาสุภาพพรหม