พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ - หน้าที่ 78 (เล่ม 37)

๘. เสขสูตร
[๒๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลายธรรม ๗ ประการนี้ ย่อมเป็นไป
เพื่อความเสื่อมแก่ภิกษุผู้เสขะ ๗ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็น
ผู้ชอบการงาน ๑ ความเป็นผู้ชอบคุย ๑ ความเป็นผู้ชอบหลับ ๑
ความเป็นผู้คลุกคลีด้วยหมู่คณะ ๑ ความเป็นผู้ไม่คุ้มครองทวาร
ในอินทรีย์ทั้งหลาย ๑ ความเป็นผู้ไม่รู้จักประมาณในโภชนะ ๑
กิจที่สงฆ์จะพึงทำมีอยู่ในสงฆ์ ภิกษุไม่สำเหนียกในกิจนั้นอย่างนี้ว่า
ก็พระเถระผู้รัตตัญญู บวชมานาน เป็นผู้รับภาระ มีอยู่ในสงฆ์
ท่านเหล่านั้นจะรับผิดชอบด้วยกิจนี้ ดังนี้ ต้องขวนขวายด้วยตนเอง ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้แล ย่อมเป็นไปเพื่อความ
เสื่อมแก่ภิกษุเสขะ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้
ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่ภิกษุผู้เสขะ ๗ ประการเป็นไฉน
คือ ความเป็นผู้ไม่ชอบการงาน ๑ ความเป็นไม่ชอบคุย ๑ ความ
เป็นผู้ไม่ชอบหลับ ๑ ความเป็นผู้ไม่ชอบบุคคลคลุกคลีด้วยหมู่คณะ ๑
ความผู้เป็นผมครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ๑ ความเป็นรู้จัก
ประมาณในโภชนะ ๑ กิจที่สงฆ์จะพึงทำมีอยู่ในสงฆ์ ภิกษุสำเหนียก
ในกิจนั้นอย่างนี้ว่า ก็พระเถระผู้รัตตัญญู บวชมานาน เป็นผู้รับภาระ
มีอยู่ในสงฆ์ ท่านเหล่านั้นจะรับผิดชอบด้วยกิจนั้น ดังนี้ ไม่ต้อง
ขวนขวายด้วยตนเอง ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้สล
ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่ภิกษุผู้เสขะ
จบ เสขสูตรที่ ๘

78
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ - หน้าที่ 79 (เล่ม 37)

อรรถกถาเสขสูตรที่ ๘
เสขสูตรที่ ๘ มิวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
ภิกษุเหล่าใด ย่อมนำไปซึ่งภาระเพราะช่วยทำกิจของสงฆ์
ที่เกิดขึ้นแล้วให้สำเร็จ เหตุนั้น ภิกษุเหล่านั้น ชื่อว่าผู้นำภาระ.
บทว่า เต เตน ปญฺญายิสฺสนฺติ ความว่า พระเถระเหล่านั้นจักปรากฏ
ด้วยกิจที่สมควร ก็ความเป็นพระเถระของตนนั้น. บทว่า โว โยคํ
อาปชฺชติ ความว่า ย่อมถึงการประกอบ คือ เริ่มทำกิจเหล่านั้นเอง
จบ อรรถกถาเสขสูตรที่ ๘

79
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ - หน้าที่ 80 (เล่ม 37)

๙. หานิสูตร
[๒๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้ ย่อมเป็นไป
เพื่อความเสื่อมแก่อุบาสก ๗ ประการเป็นไฉน คือ อุบาสกขาดการ
เยี่ยมเยียนภิกษุ ๑ ละเลยการฟังธรรม ๑ ไม่ศึกษาในอธิศีล ๑
ไม่มากด้วยความเลื่อมใสในภิกษุทั้งที่เป็นเถระ ทั้งเป็นผู้ใหม่
ทั้งปานกลาง ๑ ตั้งจิตติเตียนคอยเพ่งโทษฟังธรรม ๑ แสวงหา
เขตบุญภายนอกศาสนานี้ ๑ ทำสักการะก่อนในเขตบุญภายนอก
ศาสนานี้ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้แล ย่อมเป็น
ไปเพื่อความเสื่อมแก่อุบาสก ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการ
นี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่อุบาสก ๗ ประการเป็นไฉน
คือ อุบาสกไม่ขาดการเยี่ยมเยียนภิกษุ ๑ ไม่ละเลยการฟังธรรม ๑
ศึกษาในอธิศีล ๑ มากด้วยความเลื่อมใสในภิกษุทั้งที่เป็นเถระ
ทั้งเป็นผู้ใหม่ ทั้งปานกลาง ๑ ไม่ตั้งจิตติเตียน ไม่คอยเพ่งโทษ
ฟังธรรม ๑ ไม่แสวงหาเขตบุญภายนอก ๑ กระทำสักการะก่อน
ในเขตบุญในศาสนานี้ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้
แล ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่อุบาสก.
อุบาสกใดขาดการเยี่ยมเยียนภิกษุ
ผู้อบรมตน ละเลยการฟังอริยธรรม ไม่ศึกษา
ในอธิศีล มีความไม่เลื่อมใสเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป
ในภิกษุทั้งหลาย ตั้งจิตติเตียนปรารถนาฟัง

80
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ - หน้าที่ 81 (เล่ม 37)

สัทธรรม แสวงหาเขตบุญอื่นภายนอกศาสนานี้
และกระทำสักการะก่อนในเขตบุญภายนอก
ศาสนานี้ อุบาสกนั้นซ่องเสพธรรม อันเป็นที่
ตั้งแห่งความเสื่อม อันเราแสดงแล้ว ๗ ประการ
นี้แล ย่อมเสื่อมจากสัทธรรม อุบาสกใดไม่ขาด
การเยี่ยมเยียนภิกษุผู้อบรมตน ไม่ละเลยการ
ฟังอริยธรรม ศึกษาอยู่ในอธิศีล มีความเลื่อมใส
เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปในภิกษุทั้งหลาย ไม่ตั้งจิต
ติเตียนปรารถนาฟังสัทธรรม ไม่แสวงหาเขต
บุญอื่นภายนอกศาสนานี้ และกระทำสักการะ
ก่อนในเขตบุญในศาสนานี้ อุบาสกนั้นซ่องเสพ
ธรรมอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม อันเราแสดง
ดีแล้ว ๗ ประการนี้แล ย่อมไม่เสื่อมจากสัทธรรม.
จบ หานิสูตรที่ ๙
อรรถกถาหานิสูตรที่ ๙
หานิสูตรที่ ๙ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า ภิกฺขุทสฺสนํ หาเปติ ความว่า ทำการไปเยี่ยมภิกษุสงฆ์
ให้เสียไป บทว่า อธิสีเล ได้แก่ ในศีลอันสูงสุด กล่าวคือศีล ๕ และ

81
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ - หน้าที่ 82 (เล่ม 37)

ศีล ๑๐ บทว่า อิโต พหิทฺธา ได้แก่ นอกพระศาสนานี้. บทว่า
ทุกฺขิเณยฺยํ คเวสติ ความว่า แสวงหาบุคคลผู้รับไทยธรรม. บทนี้
อิธ จ ปุพฺพการํ กโรติ ความว่า ให้ทานแก่พวกเดียรถีย์ ภายนอก
(พระศาสนา) เหล่านั้น แล้วจึงถวายทานแก่ภิกษุทั้งหลายในภายหลัง
คำที่เหลือในบทว่าทั้งปวง มีอรรถง่ายทั้งนั้น แล.
จบ อรรถกถาหานิสูตรที่ ๙

82
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ - หน้าที่ 83 (เล่ม 37)

๑๐. วิปัตติสัมภวสูตร
[๒๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วิบัติของอุบาสก ๗ ประการนี้...
สมบัติของอุบาสก ๗ ประการนี้... ความเสื่อมของอุบาสก ๗ ประการ
นี้... ความเจริญของอุบาสก ๗ ประการนี้ ๗ ประการเป็นไฉน คือ
อุบาสกไม่ขาดการเยี่ยมเยียนภิกษุ ๑ ไม่ละเลยการฟังสัทธรรม ๑
ศึกษาในอธิศีล ๑ มากด้วยความเลื่อมใสในภิกษุทั้งที่เป็นเถระ
ผู้ใหม่ ทั้งปานกลาง ๑ ไม่ตั้งจิตติเตียน ไม่คอยเพ่งโทษ ฟังธรรม ๑
ไม่แสวงหาเขตบุญภายนอกศาสนานี้ ๑ กระทำสักการะก่อนใน
เขตบุญในศาสนานี้ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความเจริญของอุบาสก
๗ ประการนี้แล.
อุบาสกใด ขาดการเยี่ยมเยียนภิกษุผู้อบรม
ตน ละเลยการฟังอริยธรรม ไม่ศึกษาในอธิศีล
มีความไม่เลื่อมใสเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปในภิกษุ
ทั้งหลาย ตั้งจิตติเรียนปรารถนาฟังสัทธรรม
แสวงหาเขตบุญอื่นภายนอกศาสนานี้ และกระทำ
สักการะก่อนในเขตบุญภายนอกในศาสนานี้
อุบาสกนั้นซ่องเสพธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความ
เสื่อม อันเราแสดงแล้ว ๗ ประการนี้แล ย่อม
เสื่อมจากสัทธรรม อุบาสกใดไม่ขาดการเยี่ยม-
เยียนภิกษุผู้อบรมตน ไม่ละเลยการฟังอริยธรรม

83
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ - หน้าที่ 84 (เล่ม 37)

ศึกษาอยู่ในอธิศีล มีความเลื่อมใสเจริญยิ่ง ๆ ขึ้น
ไปในภิกษุทั้งหลาย ไม่ตั้งจิตติเตียนปรารถนา
ฟังสัทธรรม ไม่แสวงหาเขตบุญอื่นภายนอก
ศาสนานี้ แลพกระทำสักการะก่อนในเขตบุญใน
ศาสนานี้ อุบาสกนั้นซ่องเสพธรรมอันไม่เป็น
ที่ตั้งแห่งความเสื่อม อันเราแสดงดีแล้ว ๗ ประการ
การนี้แล ย่อมไม่เสื่อมจากสัทธรรม.
จบ วิปัตติสัมภวสูตรที่ ๑๐
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สารันททสุตร ๒. วัสสการสูตร ๓. ภิกขุสูตร ๔. กรรม-
สูตร ๕. สิทธิยสูตร ๖. ฑยธยสูตร ๗. สัญญาสูตร ๘. เสขสูตร
๙. หานิสูตร ๑๐. วิปัตติสัมภวสูตร
จบ วัชชีวรรคที่ ๓

84
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ - หน้าที่ 85 (เล่ม 37)

เทวตาวรรคที่ ๔
๑. อัปปมาทสูตร
[๒๙] ครั้งนั้นแล เมื่อปฐมยามล่วงไปแล้ว เทวดาคนหนึ่ง
มีผิวพรรณงาม ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างไสว เข้าไปเฝ้า
พระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า
แล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลว่า ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ ธรรม ๗ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อม
ก็ภิกษุ ๗ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นเคารพในพระศาสดา ๑
ความเป็นผู้เคารพในธรรม ๑ ความเป็นผู้เคารพในสงฆ์ ๑ ความ
เป็นผู้เคารพในสิกขา ๑ ความเป็นผู้เคารพในสมาธิ ๑ ความเป็น
ผู้เคารพในความไม่ประมาท ๑ ความเป็นผู้เคารพในปฏิสันถาร ๑
ธรรม ๗ ประการนี้แล ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่ภิกษุ
เทวดานั้นกราบทูลดังนี้แล้ว พระศาสดาทรงพอพระทัย ลำดับนั้น
เทวดานั้นทราบว่า พระศาสดาทรงพอพระทัยเรา ถวายอภิวาท
กระทำประทักษิณแล้วหายไป ณ ที่นั้นเอง ครั้นล่วงราตรีนั้นไป
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ก่อนภิกษุทั้งหลาย
เมื่อคืนนี้ เมื่อปฐมยามล่วงไป เทวดาตนหนึ่งมีผิวพรรณงาม ยังวิหาร
เชตวันทั้งสิ้นไห้สว่างไสวแล้ว เข้ามาหาเราถึงที่อยู่ ไหว้เราแล้ว
ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กล่าวกะเราว่า ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ ธรรม ๗ ประการนี้ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อม

85
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ - หน้าที่ 86 (เล่ม 37)

แก่ภิกษุ ๗ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้เคารพในพระศาสดา ๑
ความเป็นผู้เคารพในธรรม ความเป็นผู้เคารพในสงฆ์ ๑ ความ
เป็นผู้เคารพในสิกขา ๑ ความเป็นผู้เคารพในสมาธิ ๑ ความเป็น
ผู้เคารพในความไม่ประมาท . ความเป็นผู้เคารพในปฏิสันถาร ๑ ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ ธรรม ๗ ประการนี้แล ย่อมเป็นไปเพื่อความ
ไม่เสื่อมแก่ภิกษุ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เทวดานั้นครั้นกล่าวดังนี้แล้ว
ไหว้เรา กระทำประทักษิณแล้วหายไป ณ ที่นั้นเอง.
ภิกษุผู้มีความเคารพในพระศาสดา มี
ความเคารพในธรรม มีความเคารพอย่างแรงกล้า
ในสงฆ์ มีความเคารพในสมาธิ มีความเพียร มี
ความเคารพอย่างแรงกล้าในสิกขา มีความเคารพ
ในความไม่ประมาท มีความเคารพในปฏิสันถาร
เป็นผู้ไม่ควรเพื่อความเสื่อม ย่อมมีในที่ใกล้
นิพพานทีเดียว.
จบ อัปปมาทสูตรที่ ๑

86
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ - หน้าที่ 87 (เล่ม 37)

๒. หิรีมาสูตร
[๒๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อคืนนื้ เมื่อปฐมยามล่วงไปแล้ว
เทวดาตนหนึ่งมีผิวพรรณงาม ยังวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างไสวแล้ว
เข้ามาหาเราถึงที่อยู่ ไหว้เราแล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้น
แล้วได้กล่าวกะเราว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรม ๗ ประการนี้
ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่ภิกษุ. ธรรม ๗ ประการเป็นไฉน คือ
ความเป็นผู้เคารพในพระศาสดา ๑ ความเป็นผู้เคารพในธรรม ๑ ความ
เป็นผู้เคารพในสงฆ์ ๑ ความเป็นผู้เคารพในสิกขา ๑ ความเป็น
ผู้เคารพในสมาธิ ๑ ความเป็นผู้เคารพในหิริ ๑ ความเป็นผู้เคารพ
ในโอตตัปปะ ๑ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรม ๗ ประการนี้แล ย่อม
เป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่ภิกษุ เทวดานั้นครั้นกล่าวดังนี้แล้ว
ไหว้เรา กระทำประทักษิณแล้วหายไป ณ ที่นั้นเอง.
ภิกษุผู้มีความเคารพในพระศาสดา มี
ความเคารพในธรรม มีความเคารพอย่างแรงกล้า
ในสงฆ์ มีความเคารพในสมาธิ มีความเพียร
มีความเคารพอย่างแรงกล้าในสิกขา ถึงพร้อม
ด้วยหิริและโอตตัปปะ มีความเคารพ ยำเกรง
เป็นผู้ไม่ควรเพื่อความเสื่อม ย่อมมีในที่ใกล้
นิพพานทีเดียว.
จบ หิรีมาสูตรที่ ๒

87