ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกะวัสสการพราหมณ์
มหาอำมาตย์แห่งแคว้นมคธว่า ดูก่อนพราหมณ์ สมัยหนึ่ง เราอยู่ ณ
สารันททเจดีย์ ใกล้พระนครเวสาลี ณ ที่นั้น เราได้แสดงอปริหา-
นิยธรรม ๗ ประการนี้ แก่เจ้าวัชชีว่า ก่อนพราหมณ์ อปริหา-
นิยธรรม ๗ ประการนี้ เพียงใด ชาววัชชีพึงหวังความเจริญได้
แน่นอน ไม่พึงหวังความเสื่อมเลย เพียงนั้น.
วัสสการพราหมณ์กราบทูลว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ
ชาววัชชีประกอบด้วยอปริหานิยธรรมแม้แต่ละอย่าง ก็พึงหวัง
ความเจริญได้แน่นอน ไม่พึงหวังความเสื่อมเลย จะกล่าวใยถึง
ชาววัชชีผู้ประกอบด้วยปริหานิยธรรม ๗ ประการเล่า ข้าแต่
พระโคดมผู้เจริญ อนึ่ง ชาววัชชีอันพระเจ้าแผ่นดินมคธพระนามว่า
อชาตสัตรูเวเทหีบุตร ไม่พึงทำการยุทธด้วยได้ เว้นเสียจากการ
เกลี้ยกล่อม เว้นเสียจากการยุยงให้แตกกัน ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ
ข้าพระองค์ผู้มีกิจมาก มีกรณีย์มาก ขอกราบลาไป ณ บัดนี้.
พ. ก่อนพราหมณ์ บัดนี้ท่านจงรู้การที่ควรเถิด.
ลำดับนั้น วัสสการพราหมณ์มหาอำมาตย์แห่งแคว้นมคธ
ชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า ลุกจากอาสนะ
แล้วหลีกไป.
จบ วัสสการสูตรที่ ๒