ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 48 (เล่ม 37)

พลรบไม่ได้ อดทนต่อความปรนนิบัติมิได้. เมือเจ้าวัชชีทั้งหลาย
ไม่ยึดวัชชีธรรมของเก่าปฏิบัติ พวกมนุษย์ในแว่นแคว้น พากันโกรธ
ว่า เจ้าวัชชีทั้งหลาย ตัดสินบุตรบิดาของเรา ผู้ไม่เป็นโจรให้กลาย
เป็นโจรแล้ว ทำลายทรัพย์เสียดังนี้ ดังนี้แล้วพากันอพยพไปอยู่
ชายแดน เป็นโจรบ้าง เป็นพวกของโจรบ้าง พากันปล้นชนบท เจ้า
ทั้งหลายย่อมมีแต่ความเสื่อมด้วยอาการอย่างนี้ แต่เมื่อเจ้าวัชชี
ทั้งหลาย ไม่บัญญัติข้อที่มิได้บัญญัติไว้ พวกมนุษย์ต่างกันยินดี
ร่าเริงว่า เจ้าทั้งหลาย ทำตามข้อบัญญัติที่เคยมีมาแล้วตามประเพณี
เท่านั้น ดังนี้แล้ว ย่อมจัดแจงการงานมีกสิกรรมและพานิชยกรรม
เป็นต้น ให้สำเร็จผล เมื่อเจ้าวัชชีทั้งหลาย ไม่ถอนข้อที่บัญญัติไว้
เก็บภาษีเป็นต้น ที่เคยมีมาตามประเพณี เรือนคลังก็ย่อมเพิ่มพูน
แต่นั้น พลช้าง พลม้า พลเดินเท้า และนางสนมเป็นต้น เมื่อได้ค่าจ้าง
ตามที่มีเป็นประจำ ย่อมสมบูรณ์ด้วยเรี่ยวแรงและกำลัง ย่อม
อดทนต่อการรบ และอดทนต่อการปรนนิบัติบำรุง. เมื่อเจ้าวัชชี
ทั้งหลาย ยึดวัชชีธรรมของเก่าประพฤติ พวกมนุษย์ก็ไม่เพ่งโทษ
ต่อเจ้าทั้งหลาย ทรงกระทำตามประเพณีโบราณ พระองค์เองก็รักษา
นิติธรรม อันเสนาบดีและอุปราชผู้ฉลาดในประโยชน์รักษาแล้ว
ทรงให้สอนคัมภีร์ตามประเพณี ทรงให้ลงอาชญาที่เหมาะสมเท่านั้น
พวกเจ้าเหล่านี้ไม่มีความผิด พวกเราต่างหากมีครามผิด ดังนี้
แล้ว พากันไม่ประมาทกระทำการงานทั้งหลายจึงมีแก่ความเจริญ
ด้วยอาการอย่างนี้.

48
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 49 (เล่ม 37)

บทว่า สกฺกริสฺสนฺติ ความว่า เจ้าวัชชีทั้งหลาย เมื่อกระทำ
สักการะอย่างใดอย่างหนึ่ง แก่เจ้าวัชชีผู้ใหญ่เหล่านั้น จักกระทำ
แต่สิ่งทีดีเท่านั้น. บทว่า ครุกรสฺสนฺติ ความว่า จักเข้าไปตั้งความ
เคารพ กระทำ. บทว่า มาเนสฺสนฺติ ความว่าจักเป็นที่รักโดยความ
นับถือ. บทว่า ปูเชสฺสนฺติ ความว่า จักบูชาด้วยการบูชาด้วยสัจจะ
บทว่า โสตพฺพํ มญฺญิสสนฺติ ความว่า พวกเจ้าวัชชี ไปประพฤติ
วันละ ๒ - ๓ ครั้ง สำคัญถ้อยคำของเจ้าวัชชีผู้ใหญ่เหล่านั้นว่าฟัง
ควรเชื่อถือ. บรรดาเจ้าวัชชีเหล่านั้น เจ้าวัชชีเหล่าใดไม้ทำสักการะ
เป็นต้นแก่เจ้าวัชชีผู้ใหญ่ หรือไม่ไปปรนนิบัติเจ้าวัชชีผู้ใหญ่เหล่านั้น
เพื่อประโยชน์แก่การรับโอวาทอย่างนี้ เจ้าวัชชีเหล่านั้น เป็นอันเจ้า-
วัชชีผู้ใหญ่เหล่านั้นทอดทิ้งเสียแล้ว ไม่ให้โอวาท เพลินแต่
การเล่น ย่อมเสื่อมจากราชการ แต่เจ้าวัชชีเหล่าใด ย่อมปฏิบัติ
โดยประการนั้นอยู่ เจ้าวัชชีผู้ใหญ่ ย่อมบอกประเพณีโบราณ
แก่เจ้าวัชชีเหล่านั้นว่า กิจนี้ควรทำ กิจนี้ไม่ควรทำ แม้ถึงคราว
สงคราม ก็แสดงอุบายว่า ควรเข้าไปอย่างนี้ ควรออกอย่างนี้.
เจ้าวัชชีเหล่านั้น เมื่อถูกเจ้าวัชชีผู้ใหญ่โอวาทอยู่ ปฏิบัติตามโอวาท
ย่อมอาจดำรงประเพณีแห่งราชการ ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า
จึงตรัสว่า วุฑฺฒิเยว ลิจฺฉวี วชฺชีนํ ปาฏิกงฺขา ดังนี้.
บทว่า กุลิตฺถิโย ได้แก่หญิงแม่เรือนไม่สกุล. บทว่า กุลกุมาริโย
ได้แก่ ธิดาทั้งหลาย ของหญิงแม่เรือนเหล่านั้น. บทว่า โอกสฺส
หรือบทว่า ปสยฺห นี้เป็นชื่อของอาการคือการข่มขืนนั่นแล. บาลีว่า
โอกาส ดังนี้ก็มี. ในบทเหล่านั้น บทว่า โอกฺกสฺส แปลว่า ฉุดมา

49
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 50 (เล่ม 37)

คือคร่ามา. บทว่า ปสยฺห แปลว่า ครอบงำ คือ บังคับ ความจริง
เมื่อเจ้าเหล่านั้นกระทำอย่างนั้น มนุษย์ทั้งหลายในแว่นแคว้นก็โกรธ
ว่า ทั้งบุตรและพี่น้องในเรือนของพวกเรา ทั้งธิดาที่เราเช็ดน้ำลาย
และน้ำมูกเป็นต้น ออกหน้าเลี้ยงให้เจริญเติบโต เจ้าวัชชี
เหล่านั้น จับไปโดยพลการให้อยู่เสียในเรือนของตนอย่างนี้แล้ว
พากันไปชายแดนเป็นโจรบ้าง เป็นพรรคพวกของโจรบ้าง ปล้น
ชนบท. เมื่อเจ้าวัชชีไม่กระทำอย่างนั้น พวกมนุษย์ในแว่นแคว้น
เป็นขวนขวายน้อย กระทำการงานของตน ย่อมทำคลังหลวง
ให้เพิ่มพูน พึงทราบความเจริญและความเสื่อมในข้อนี้ ด้วยอาการ
อย่างนี้.
บทว่า วชฺชีนํ วชฺชีเจติยานิ ความว่า สถานที่ของยักษ์
อันได้นานว่า เจดีย์ อันเขาตกแต่งให้วิจิตรในแคว้นวัชชี ของเจ้า-
วัชชีทั้งหลาย. บทว่า อพฺภนฺตรานิ ได้แก่ตั้งอยู่ภายนอกพระนคร.
บทว่า ทินฺนปุพฺพํ กตปุพฺพํ แปลว่า ทีให้และกระทำมาแต่ก่อน
บทว่า โน ปริหาเปสฺสนฺติ ได้แก่ เจ้าวัชชีทั้งหลาย จักไม่ลดคง
กระทำตามที่เป็นอยู่แล้วนั้นแล. จริงอยู่ เมื่อเจ้าวัชชีทั้งหลายลด
พลีกรรมที่เป็นธรรม เทวดาทั้งหลายก็ไม่กระทำการอารักขา ที่
จัดไว้เป็นอย่างดี แม้เมื่อไม่อาจจะให้เกิดสุขที่ยังไม่เกิด ย่อมทำ
โรคไอ โรคศีรษะ เป็นต้น ที่เกิดแล้วให้กำเริบ เมื่อเกิดสงคราม
ก็ไม่เป็นพรรคพวกด้วย แต่เมื่อพวกเจ้าวัชชีไม่ลดพลีกรรม เทวดา
ทั้งหลายก็กระทำการอารักขาที่จัดแจงเป็นอย่างดี แม้เมื่อไม่สามารถ
จะให้เกิดสุขที่ยังไม่เกิดได้ ทั้งยังเป็นพรรคพวกคราวมีสงคราม

50
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 51 (เล่ม 37)

ด้วยเหตุนั้น พึงทราบความเจริญและความเสื่อมในข้อนี้ ด้วยประการ
ฉะนี้.
ในบทว่า ธมฺมิการรฺขาวรณคุตฺติ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. อารักขา
นี่แหละ ชื่อว่าป้องกัน เพราะป้องกันโดยประการที่สิ่งที่น่าปรารถนา
จะไม่มาถึง ชื่อว่าคุ้มครอง เพราะคุ้มครองโดยประการทีสิ่งน่า
ปรารถนาไม่เสียหาย ในอารักขานั้นการใช้กองกำลังห้อมล้อมรักษา
หาชื่อว่า ธรรมิการักขาวรณคุตติสำหรับบรรพชิตไม่. ส่วนการ
กระทำโดยประการที่คฤหัสถ์ทั้งหลาย ไม่แผ้วถางต้นไม้ในป่า
ใกล้วิหาร ชาวไร่ไม่ลงพืชเขาวิหาร ไม่จับปลาในสระใกล้วิหาร ชื่อว่า
ธรรมิการักขาวรณคุตติ บทว่า กินฺติ แปลว่า เพราะเหตุไรหนอ.
ในคำว่า ธมฺมิการกฺขาวรณคุตฺติ นั้นมีวินิจฉัยดังนี้.
เจ้าวัชชีผู้ไม่ปรารถนาการมาของพระอรหันต์ทั้งหลาย
ผู้ยังไม่มา ย่อมชื่อว่าเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ไม่มีความเลื่อมใส เมื่อ
บรรพชิต มาถึงแล้ว คนไม่กระทำการต้อนรับ ไปก็ไม่ยอมพบ
ไม่ทำการปฏิสันถาร ไม่ถามปัญหา ไม่ฟังธรรม ไม่ถวายทาน
ไม่ฟังการอนุโมทนา ไม่จัดแจงที่พักอาศัยให้ เมื่อเป็นเช่นนั้น
กิตติศัพท์ไม่ดีงาม ของเจ้าวัชชีเหล่านั้น ย่อมขจรไปว่า เจ้าชื่อโน้น
เป็นผู้ไม่มีศรัทธา ไม่มีความเลื่อมใส เมื่อบรรพชิตมาถึงแล้ว
ไม่ออกไปต้อนรับ ฯลฯ ไม่จัดแจงที่พักอาศัยให้. บรรพชิตทั้งหลาย
ได้ฟังดังนั้นแล้ว แม้ไปทางประตูเมือง ก็ไม่เข้าเมือง เมื่อเป็นเช่นนั้น
พระอรหันต์ ที่ยังไม่มาก็ไม่มา แต่ที่มาแล้ว เมื่ออยู่ไม่ผาสุก ผู้ที่
ไม่รู้แล้วมาก็ตั้งใจว่าจักอยู่จึงพากันมา ใครเล่าจักอยู่ได้ โดยการ

51
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 52 (เล่ม 37)

ไม่นำพาทั้งนี้ของพวกเจ้าเหล่านี้ แล้วก็พากันออกไป เมื่อเป็น
เช่นนี้ เมื่อพระอรหันต์ที่ยังไม่มา ก็ไม่มาที่มาแล้วก็อยู่เป็นทุกข์
ประเทศนั้นก็ชื่อว่า ไม่เป็นที่น่าอยู่สำหรับบรรพชิต. นั้น การ
อารักขาของเทวดาก็ไม่มี เมือการอารักขาของเทวดาไม่มี พวก
อมนุษย์ย่อมได้โอกาส อมนุษย์จะหนาแน่น ย่อมทำพยาธิที่ยัง
ไม่เกิดขึ้น บุญอันเป็นวัตถุแห่งการเห็นผู้มีศีล และถามปัญหา
เป็นต้นก็จะไม่มาถึง. โดยปริยายตรงกันข้าม ธรรมฝ่ายขาว (กุศล)
ตามที่กล่าวแล้ว ก็จะเกิดขึ้น เพราะเหตุนั้น พึงทราบความเจริญ
และความเสื่อมในเรื่องนี้ด้วยอาการอย่างนี้.
จบ อรรถกถาสารันททสูตรที่ ๑

52
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 53 (เล่ม 37)

๒. วัสสการสูตร
[๒๐] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ภูเขา
คิชฌกูฏ ใกล้กรุงราชคฤห์ ก็โดยสมัยนั้นแล พระเจ้าแผ่นดินมคธ
พระนามว่าอชาตสัตรูเวเทหีษุตร ทรงพระประสงค์จะยาตราทัพ
ไปย่ำยีชาววัชชี ท้าวเธอจึงตรัสอย่างนี้ว่า เราจักตัดเจ้าวัชชีผู้มีฤทธิ์
มีอานุภาพมากอย่างนี้ ๆ ให้ขาดสูญ ให้พินาศ ให้ถึงความย่อยยับ
ดับสูญ ครั้งนั้นแล พระเจ้าแผ่นดินมคธพระนามว่าอชาตสัตรู-
เวเทหีบุตร จึงตรัสเรียกวัสสการพราหมณ์มหาอำมาตย์ของแคว้น-
มคธมาปรึกษาว่า ก่อนท่านพราหมณ์ เชิญท่านเข้าไปเฝ้าพระผู้-
มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ จงถวายบังคมพระบาทของพระผู้มี-
พระภาคเจ้าด้วยเศียรเกล้าตามคำสั่งของเรา จงทูลถามถึงความ
เป็นผู้มีพระอาพาธน้อย มีพระโรคเบาบาง กระปรี่กระเปร่า ทรงมี
กำลัง ความอยู่สำราญว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระเจ้าแผ่นดิน
มคธพระนามว่าอชาตศัตรูเวเทหีบุตร ทรงถวายบังคมพระบาท
พระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยเศียรเกล้า ทรงทูลถามถึงความเป็นผู้มี
พระอาพาธน้อย มีพระโรคเบาบาง กระปรี่กระเปร่า ทรงมีกำลัง
ความอยู่สำราญ และจงกราบทูลอย่างนี้ว่า เข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
พระเจ้าแผ่นดินมคธพระนามว่าอชาตสัตรูเวเทหีษุตร ทรงพระ
พระสงค์จะยาตราทัพไปย่ำยีชาววัชชี ท้าวเธอตรัสอย่างนี้ว่า
เราจักตัดเจ้าวัชชีผู้มีฤทธิ์มีอานุภาพมากอย่างนี้ ๆ ให้ขาดสูญ
ให้พินาศ ให้ถึงความย่อยยับดับสูญ ดังนี้ ท่านจงสำเหนียกพระดำรัส
ที่พระมีพระภาคเจ้าทรงพยากรณ์นั้นไว้ให้ดี แล้วมาบอกแก่เรา

53
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 54 (เล่ม 37)

พระตถาคตเจ้าทั้งหลายจะไม่ตรัสพระดำรัสที่คลาดเคลื่อนจาก
ความจริงเลย วัสสการพราหมณ์มหาอำมาตย์แห่งแคว้นมคธ รับ
พระราชโองการพระเจ้าแผ่นดินมคธพระนามว่าอชาตสัตรูเวเท-
หีบุตร แล้วเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ได้ปราศรัย
กับพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกัน
ไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้-
มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระโคดมเจริญ พระเจ้าแผ่นดินมคธ
พระนามว่าอชาตศัตรูเวเทหีษุตร. ทรงถวายบังคมพระบาทของ
พระโคดมผู้เจริญด้วยเศียรเกล้า ทรงกราบทูลถามถึงความเป็น
ผู้มีพระอาพาธน้อย มีพระโรคเบาบาง กระปรี่กระเปร่า ทรงมี
กำลัง ความอยู่สำราญ ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระเจ้าแผ่นดิน
มคธทรงพระนามว่าอชาตศัตรูเวเทหีบุตร ทรงมีพระประสงค์
จะยาตราทัพไปย่ำยีชาววัชชี ท้าวเธอตรัสอย่างนี้ว่า จักตัดเจ้าวัชชี
ผู้มีฤทธิ์มีอานุภาพมาก อย่างนี้ ๆ ให้ขาดสูญ ให้พินาศ ให้ถึงความ
ย่อยยับดับสูญ.
ก็สมัยนั้นแล ท่านพระอานนท์ยืนถวายงานพัดพระผู้มีพระ-
ภาคเจ้า อยู่ ณ เบื้องพระปฤษฎางค์ ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสถามท่านพระอานนท์ว่า ดูก่อนอานนท์ เธอได้สดับมาแล้วดังนี้
หรือว่า ชาววัชชีหมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ พระอานนท์กราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์เจริญ ข้าพระองค์ได้สดับมาว่า ชาววัชชีหมั่นประชุม
กันเนืองนิตย์ พระเจ้าข้า.

54
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 55 (เล่ม 37)

พ. ดูก่อนอานนท์ ชาววัชชีจักประชุมกันเนืองนิตย์ เพียงใด
ชาววัชชีพึงหวังความเจริญได้แน่นอน ไม่พึงหวังความเสื่อมเลย
เพียงนั้น ดูก่อนอานนท์ เธอสดับมาแล้วดังนี้หรือว่า ชาววัชชีเมื่อ
ประชุมก็พร้อมเพรียงกันประชุม เมื่อเลิกประชุมก็พร้อมเพรียง
กันเลิกประชุมพร้อมเพรียงช่วยกันทำกิจที่ควรทำ.
อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้สดับมาว่า ชาว-
วัชชีเมื่อประชุม ก็พร้อมเพรียงกันประชุม เมื่อเลิกประชุมก็
พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงช่วยกันทำกิจที่ควรทำ
พระเจ้าข้า.
พ. ดูก่อนอานนท์ ชาววัชชีเมื่อประชุมก็พร้อมเพียงกัน
ประชุม เมื่อเลิกประชุมก็พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียง
ช่วยกันทำกิจที่ควรทำ เพียงใด ชาววัชชีพึงหวังความเจริญได้
แน่นอน ไม่พึงหวังความเสื่อมเลย เพียงนั้น ดูก่อนอานนท์ เธอได้
สดับมาแล้วดังนี้หรือว่า ชาววัชชีไม่บัญญัติสิ่งที่ยังไม่ได้บัญญัติ
ไม่เพิกถอนสิ่งที่บัญญัติแล้ว ประพฤติมั่นอยู่ในธรรมของชาววัชชี
ตามที่ได้บัญญัติไว้ในครั้งก่อน.
อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้สดับมาว่า ชาววัชชี
ไม่บัญญัติสิ่งที่ยังไม่ได้บัญญัติ ไม่เพิกถอนสิ่งที่บัญญัติไว้แล้ว
ประพฤติมั่นอยู่ในธรรมของชาววัชชี ตามที่ได้บัญญัติไว้ในครั้งก่อน
พระเจ้าข้า.
พ. ดูก่อนอานนท์ ชาววัชชีจักไม่บัญญัติสิ่งที่ยังไม่ได้บัญญัติ
ไม่เพิกถอนสิ่งที่บัญญัติไว้แล้ว จักประพฤติมั่นอยู่ในธรรมของ

55
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 56 (เล่ม 37)

ชาววัชชี ตามที่บัญญัติไว้ในครั้งก่อน ๆ เพียงใด ชาววัชชีพึงหวัง
ความเจริญได้แน่นอน ไม่พึงหวังความเสื่อมเลย เพียงนั้น ก่อน
อานนท์ เธอได้สดับมาดังนี้หรือว่า ชาววัชชียังสักการะ เคารพ
นับถือ บูชา ชาววัชชีใหญ่ และย่อมสำคัญถ้อยคำแห่งท่านเหล่านั้น
ว่าเป็นถ้อยคำอันนี้พึงเชื่อฟัง.
อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้สดับมาว่า ชาว-
วัชชียังสักการะ เคารพ นับถือ บูชา ชาววัชชีใหญ่ และย่อม
สำคัญถ้อยคำแห่งท่านเหล่านั้นว่า เป็นถ้อยคำอั้นตนพึงเชื่อฟัง
พระเจ้าข้า.
พ. ดูก่อนอานนท์ ชาววัชชียังสักการะ เคารพ นับถือ บูชา
ชาววัชชีใหญ่ และจักสำคัญถ้อยคำแห่งท่านเหล่านั้นว่าเป็น
ถ้อยคำอันตนพึงเชื่อฟัง เพียงใด ชาววัชชีพึงหวังความเจริญได้
แน่นอน ไม่พึงหวังความเสื่อมเลย เพียงนั้น ก่อนอานนท์ เธอได้
สดับมาดังนี้หรือว่า ชาววัชชีไม่ข่มขืนบังคับปกครองหญิงในสกุล.
อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้สดับมาว่า ชาววัชชี
ไม่ข่มขืนบังคับปกครองหญิงในสกุล พระเจ้าข้า.
พ. ก่อนอานนท์ชาววัชชีไม่ข่มขืนบังคับปกครองหญิงในสกุล
เพียงใด ชาววัชชีพึงหวังความเจริญได้แน่นอน ไม่พึงหวังความ
เสื่อมเลย เพียงนั้น ก่อนอานนท์ เธอได้สดับมาดังนี้หรือว่า ชาว-
วัชชียังคงสักการะ เคารพ นับถือ บูชา เจติยสถานของชาววัชชี
ทั้งภายในภายนอก และไม่ลบล้างพลีกรรมอันชอบธรรมซึ่งเคยให้
เคยทำแก่เจติยสถานเหล่านั้น.

56
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ – หน้าที่ 57 (เล่ม 37)

อา. ข้าพระองค์เจริญ ข้าพระองค์ได้สดับมาว่า ชาว-
วัชชียังคงสักการะ เคารพนับถือ บูชา เจติยสถานของชาววัชชี
ทั้งภายในภายนอก และไม่ลบล้างพลีกรรมอันชอบธรรมซึ่งเคย
ให้เคยทำแก่เจดีย์สถานเหล่านั้น พระเจ้าข้า.
พ. ก่อนอานนท์ชาววัชชีจักสักการะ เคารพ นับถือ บูชา
เจติยสถานของชาววัชชี ทั้งภายในภายนอก และจักไม่ลบล้าง-
พลีกรรมอันชอบธรรมซึ่งเคยให้ เคยทำแก่เจติยสถานเหล่านั้น
เพียงใด ชาววัชชีพึงหวังความเจริญได้แน่นอน ไม่พึงหวังความ
เสื่อมเลย เพียงนั้น ก่อนอานนท์ เธอได้สดับมาดังนี้หรือว่าชาว-
วัชชีถวายความอารักขา ความคุ้มครอง ป้องกัน อันชอบธรรม
ในพระอรหันต์ทั้งหลาย เป็นอย่างดี ด้วยหวังว่า ไฉนพระอรหันต์
ทั้งหลายที่ยังไม่มา พึงมาสู่แว่นแคว้น และที่มาแล้วพึงอยู่เป็นสุข.
อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้สดับมาว่า ชาววัชชี
จักถวายความอารักขา ความคุ้มครอง ป้องกัน อันชอบธรรมใน
พระอรหันต์ทั้งหลายเป็นอย่างดี ด้วยหวังว่า ไฉนพระอรหันต์ทั้งหลาย
ที่ยังไม่มา พึงมาสู่แว่นแคว้น และที่มาแล้วพึงอยู่เป็นสุข พระเจ้าข้า
พ. ก่อนอานนท์ ชาววัชชีจักถวายความอารักขา ความ
คุ้มครอง ป้องกันอันชอบธรรม ในพระอรหันต์ทั้งหลาย เป็นอย่างดี
ด้วยหวังว่า ไฉนพระอรหันต์ทั้งหลายที่ยังไม่มา จงมาสู่แว่นแคว้น
ที่มาแล้วพึงอยู่เป็นสุข เพียงใด ชาววัชชีพึงหวังความเจริญได้
แน่นอน ไม่พึงหวังความเสื่อมเลย เพียงนั้น.

57