ธรรมอยู่ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน ? คือ ความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวใน
พระพุทธเจ้า ๑ ความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรม ๑ ความเลื่อมใส
อันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ ๑ อริยศีล ๑ อริยญาณ ๑ อริยวิมุตติ ๑ ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย ตปุสสคฤหบดีประกอบด้วยธรรม ๖ ประการนี้แล เป็นผู้
ปลงใจเชื่อในพระตถาคต เห็นอมตธรรม ทำให้แจ้งอมตธรรมอยู่.
[๓๙๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภัลลิกคฤหบดี อนาถบิณฑิกสุทัตต-
คฤหบดี จิตตคฤหบดีชาวมัจฉิกาสัณฑนคร หัตถกคฤหบดีชาวเมืองอาฬวี
เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะ อุคคคฤหบดีชาวเมืองเวสาลี อุคคตคฤหบดี
สูรอัมพัฏฐคฤหบดี ชีวกโกมารภัจ นกุลบิดาคฤหบดี ตวกัณณิกคฤหบดี
ปูรณคฤหบดี อิสิทัตตคฤหบดี สันธานคฤหบดี วิชยคฤหบดี วัชชิยมหิต-
คฤหบดี เมณฑกคฤหบดี วาเสฏฐอุบาสก อริฏฐอุบาสก สาทัตตอุบาสก
ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ เป็นผู้ปลงใจเชื่อในพระตถาคต เห็นอมตธรรม
ทำให้แจ้งซึ่งอมตธรรมอยู่ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน ? คือ ความเลื่อมใส
อันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ๑ ความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรม ๑
ความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ ๑ อริยศีล ๑ อริยญาณ ๑ อริยวิมุตติ ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สาทัตตอุบาสกประกอบด้วยธรรม ๖ ประการนี้แล
เป็นผู้ปลงใจเชื่อในพระตถาคต เห็นอมตธรรม ทำให้แจ้งอมตธรรมอยู่.
ว่าด้วยธรรมที่ควรเจริญ
[๓๙๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๖ ประการ อันภิกษุพึงให้เจริญ
เพื่อรู้ยิ่งราคะ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน ? คือ ทัสสนานุตริยะ ๑ สวนา-
นุตริยะ ๑ ลาภานุตริยะ ๑ สิกขานุตริยะ ๑ ปาริจริยานุตริยะ ๑
อนุสตานุตริยะ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๖ ประการนี้ อันภิกษุพึง
ให้เจริญเพื่อรู้ยิ่งซึ่งราคะ.