ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 493 (เล่ม 36)

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ
เหมือนถูกเชิญมาอยู่ในสวรรค์ ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ ใคร่ครวญพิจารณา
ก่อนแล้วกล่าวตำหนิผู้ควรตำหนิ ๑ ใคร่ครวญพิจารณาก่อนแล้วกล่าวสรรเสริญ
ผู้ควรสรรเสริญ ๑ ไม่เป็นผู้ตระหนี่อาวาส ๑ ไม่ตระหนี่สกุล ๑ ไม่ตระหนี่
ลาภ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ
นี้แล เหมือนถูกเชิญมาอยู่ในสวรรค์.
จบปฐมยถาภตมัจเฉรสูตรที่ ๘
๙. ทุติยยถาภตมัจเฉรสูตร
ว่าด้วยธรรมที่ทำให้เจ้าอาวาสตกต่ำและไม่ตกต่ำ
[๒๓๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕
ประการ เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ในนรก ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ เป็นผู้
ตระหนี่อาวาส ๑ ตระหนี่สกุล ๑ ตระหนี่ลาภ ๑ ตระหนี่วรรณะ ๑ ย่อมยัง
ศรัทธาไทยให้ตกไป ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม
๕ ประการ เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ในนรก.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ
เหมือนถูกเชิญมาอยู่ในสวรรค์ ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ ไม่เป็นผู้ตระหนี่
อาวาส ๑ ไม่ตระหนี่สกุล ๑ ไม่ตระหนี่ลาภ ๑ ไม่ตระหนี่วรรณะ ๑ ไม่ยัง
ศรัทธาไทยให้ตกไป ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม
๕ ประการนี้แล เหมือนถูกเชิญมาอยู่ในสวรรค์.
จบทุติยยถาภตมัจเฉรสูตรที่ ๙

493
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 494 (เล่ม 36)

๑๐. ตติยยถาภตมัจเฉรสูตร
ว่าด้วยธรรมที่ทำให้เจ้าอาวาสตกต่ำและไม่ตกต่ำ
[๒๔๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕
ประการ เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ในนรก ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ เป็นผู้
ตระหนี่อาวาส ๑ ตระหนี่สกุล ๑ ตระหนี่ลาภ ๑ ตระหนี่วรรณะ ๑ ตระหนี่
ธรรม ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ
นี้แล เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ในนรก.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ
เหมือนถูกเชิญมาไว้ในสวรรค์ ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ ไม่เป็นผู้ตระหนี่
อาวาส ๑ ไม่ตระหนี่สกุล ๑ ไม่ตระหนี่ลาภ ๑ ไม่ตระหนี่วรรณะ ๑ ไม่ตระหนี่
ธรรม ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ
นี้แล เหมือนถูกเชิญมาอยู่ในสวรรค์.
จบตติยยถามัจเฉรสูตรที่ ๑๐
จบอาวาสิกวรรคที่ ๔
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อาวาสิกสูตร ๒. ปิยสูตร ๓. โสภณสูตร ๔. พหุปการสูตร
๕. อนุปกัมปกสูตร ๖. ยถาภตอวัณณสูตร ๗. ยถาภตเคธสูตร ๘. ปฐม-
ยถาภตมัจเฉรสูตร ๙. ทุติยยถาภตมัจเฉรสูตร ๑๐. ตติยยถาภตมัจเฉรสูตร
และอรรถกถา.

494
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 495 (เล่ม 36)

ทุจริตวรรคที่ ๕
๑. ทุจริตสูตร
ว่าด้วยโทษแห่งทุจริตและคุณแห่งสุจริต
[๒๔๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะทุจริต ๕ ประการนี้
๕ ประการเป็นไฉน ? คือ แม้ตนเองย่อมติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณา
แล้วย่อมติเตียนได้ ๑ กิตติศัพท์อันชั่วย่อมฟุ้งไป ๑ ย่อมเป็นผู้หลงกระทำกาละ ๑
เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
โทษในเพราะทุจริต ๕ ประการนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะสุจริต ๕ ประการนี้ ๕ ประการ
เป็นไฉน ? คือ แม้ตนเองย่อมไม่ติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อม
สรรเสริญ ๑ กิตติศัพท์อันงามย่อมฟุ้งไป ๑ ย่อมไม่เป็นผู้หลงกระทำกาละ ๑
เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะ
สุจริต ๕ ประการนี้แล.
จบทุจริตสูตรที่ ๑

495
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 496 (เล่ม 36)

ทุจริตวรรควรรณนาที่ ๕
อรรถกถาทุจริตสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในทุจริตสูตรที่ ๑ วรรคที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ทุจฺจริเต นี้ท่านกล่าวไม่แยกประเภท. บทเป็นต้นว่า
กายทุจฺจริเต ท่านกล่าวแยกประเภท โดยเป็นกายทวารเป็นต้น. บทว่า
สทฺธมฺมา ได้แก่ จากกรรมคือกุศลกรรมบถ ๑๐. บทว่า อสทฺธมฺเม ได้แก่
ในอสัทธรรมคืออกุศลกรรมบถ.
จบอรรถกถาทุจริตสูตรที่ ๑
๒. กายทุจริตสูตร*
ว่าด้วยโทษของกายสุจริตและคุณของกายสุจริต
[๒๔๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะกายทุจริต ๕ ประการ
นี้แล ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะกายสุจริต ๕ ประการนี้ ฯลฯ
จบกายทุจริตสูตรที่ ๒
* สูตรที่ ๒ ถึง ๘ ไม่มีอรรถกถาอธิบาย.

496
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 497 (เล่ม 36)

๓. วจีทุจริตสูตร
ว่าด้วยโทษของวจีทุจริตและคุณของสุจริต
[๒๔๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในพระวจีทุจริต ๕ ประการนี้
ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะวจีสุจริต ๕ ประการนี้ ฯลฯ
จบวจีทุจริตสูตรที่ ๓
๔. มโนทุจริตสูตร
ว่าด้วยโทษของมโนทุจริตและคุณของมโนสุจริต
[๒๔๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะมโนทุจริต ๕ ประการนี้
๕ ประการเป็นไฉน ? คือ แม้ตนเองย่อมติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณา
แล้วย่อมติเตียน ๑ กิตติศัพท์ที่ชั่วย่อมฟุ้งไป ๑ ย่อมเป็นผู้หลงกระทำกาละ ๑
เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
โทษในเพราะมโนทุจริต ๕ ประการนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะมโนสุจริต ๕ ประการนี้
๕ ประการเป็นไฉน ? คือ แม้ตนเองย่อมไม่ติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณา
แล้วย่อมสรรเสริญ ๑ กิตติศัพท์อันงามย่อมฟุ้งไป ๑ ย่อมเป็นผู้หลงกระทำ
กาละ ๑ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์
ในเพราะมโนสุจริต ๕ ประการนี้แล.
จบมโนทุจริตสูตรที่ ๔

497
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 498 (เล่ม 36)

๕. อปรทุจริตสูตร
ว่าด้วยโทษของทุจริตและคุณของสุจริต
[๒๔๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะทุจริต ๕ ประการนี้
๕ ประการเป็นไฉน ? คือ แม้ตนเองย่อมติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณา
แล้วย่อมติเตียน ๑ กิตติศัพท์ที่ชั่วย่อมฟุ้งไป ๑ ย่อมเสื่อมจากสัทธรรม ๑
ย่อมตั้งอยู่ในอสัทธรรม ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะทุจริต ๕ ประการ
นี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะสุจริต ๕ ประการนี้ ๕ ประการ
เป็นไฉน ? คือ แม้ตนเองย่อมไม่ติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อม
สรรเสริญ ๑ กิตติศัพท์อันงามฟุ้งไป ๑ ย่อมเสื่อมจากอสัทธรรม ๑ ย่อมตั้งอยู่
ในสัทธรรม ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะสุจริต ๕ ประการนี้แล.
จบอปรทุจริตสูตรที่ ๕
๖. อปรกายทุจริตสูตร
ว่าด้วยโทษของกายสุจริตและคุณของกายสุจริต
[๒๔๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะทุจริต ๕ ประการนี้ ฯลฯ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะสุจริต ๕ ประการนี้ ฯลฯ
จบอปรกายทุจริตสูตรที่ ๖

498
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 499 (เล่ม 36)

๗. อปรวจีทุจริตสูตร
ว่าด้วยโทษของวจีทุจริตและคุณของวจีสุจริต
[๒๔๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะวจีทุจริต ๕ ประการนี้
ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะวจีสุจริต ๕ ประการนี้ ฯลฯ
จบอปรวจีทุจริตสูตรที่ ๗
๘. อปรมโนทุจริตสูตร
ว่าด้วยโทษของมโนทุจริตและคุณของมโนสุจริต
[๒๔๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะมโนทุจริต ๕ ประการนี้
๕ ประการเป็นไฉน คือ แม้ตนเองย่อมติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณา
แล้วย่อมติเตียน ๑ กิตติศัพท์ที่ชั่วย่อมฟุ้งไป ๑ ย่อมเสื่อมจากสัทธรรม ๑
ย่อมตั้งอยู่ในอสัทธรรม ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะมโนทุจริต
๕ ประการนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะมโนสุจริต ๕ ประการนี้
๕ ประการเป็นไฉน คือ แม้ตนเองย่อมไม่ติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณา
แล้วย่อมสรรเสริญ ๑ กิตติศัพท์ที่ชั่วย่อมฟุ้งไป ๑ ย่อมเสื่อมจากสัทธรรม ๑
ย่อมตั้งอยู่ในอสัทธรรม ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะมโนสุจริต
๕ ประการนี้แล.
จบอปรมโนทุจริตสูตรที่ ๘

499
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 500 (เล่ม 36)

๙. สีวถิกาสูตร
ว่าด้วยโทษของป่าช้าและคนเหมือนป่าช้า
[๒๔๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในป่าช้า ๕ ประการนี้ ๕ ประการ
เป็นไฉน ? คือ เป็นที่ไม่สะอาด ๑ มีกลิ่นเหม็น ๑ มีภัยเฉพาะหน้า ๑
เป็นที่อยู่ของพวกมนุษย์ร้าย ๑ เป็นที่รำพันทุกข์ของชนหมู่มาก ๑ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย โทษในป่าช้า ๕ ประการนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในบุคคลผู้เปรียบด้วยป่าช้า ๕ ประการนี้
ฉันนั้นเหมือนกัน ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ย่อม
ประกอบด้วยกายกรรมอันไม่สะอาด ด้วยวจีกรรมอันไม่สะอาด ด้วยมโนกรรม
อันไม่สะอาด เรากล่าวข้อนี้เพราะเขาเป็นผู้ไม่สะอาด ป่าช้านั้นเป็นที่ไม่สะอาด
แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น.
กิตติศัพท์ที่ชั่วของเขาผู้ประกอบด้วยกายกรรม อันไม่สะอาด ด้วยวจี-
กรรมอันไม่สะอาด ด้วยมโนกรรมอันไม่สะอาด ย่อมฟุ้งไป เรากล่าวข้อนี้
เพราะเขาเป็นผู้มีกลิ่นเหม็น ป่าช้ามีกลิ่นเหม็นแม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้
เปรียบฉันนั้น.
เพื่อนพรหมจรรย์ผู้มีศีลเป็นที่รัก ย่อมเว้นไกลซึ่งบุคคลนั้นผู้ประกอบ
ด้วยกายกรรมอันไม่สะอาด ด้วยวจีกรรมอันไม่สะอาด ด้วยมโนกรรมอันไม่
สะอาด เรากล่าวข้อนี้เพราะเขามีภัยเฉพาะหน้า ป่าช้ามีภัยเฉพาะหน้า แม้
ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น.
เขาประกอบด้วยกายกรรมอันไม่สะอาด ด้วยวจีกรรมอันไม่สะอาด
ด้วยมโนกรรมอันไม่สะอาด ย่อมอยู่ร่วมกับบุคคลผู้เสมอกัน เรากล่าวข้อนี้

500
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 501 (เล่ม 36)

เพราะเขาเป็นที่อยู่ของสิ่งร้าย ป่าช้าเป็นที่อยู่ของมนุษย์ร้าย แม้ฉันใด เรา
กล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น.
เพื่อนพรหมจรรย์ผู้มีศีลเป็นที่รัก เห็นเขาผู้ประกอบด้วยกายกรรมอัน
ไม่สะอาด ด้วยวจีกรรมอันไม่สะอาด ด้วยมโนกรรมอันไม่สะอาด แล้วย่อม
รำพันทุกข์ว่า โอ เป็นทุกข์ของพวกเราผู้อยู่ร่วมกับบุคคลเห็นปานนี้ เรา
กล่าวข้อนี้เพราะเขาเป็นที่รำพันทุกข์ ป่าช้าเป็นที่รำพันทุกข์ของชนหมู่มาก
แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในบุคคลผู้เปรียบด้วยป่าช้า ๕ ประการนี้แล.
จบสีวถิกาสูตรที่ ๙
อรรถกถาสีวถิกาสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในสีวถิกาสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า สีวถิกาย คือ ในป่าช้า. บทว่า อาโรทนา คือสถานที่
ร่ำไห้. บทว่า อสุจินา คือ น่าเกลียดชัง.
จบอรรถกถาสีวถิกาสูตรที่ ๙
๑๐. ปุคคลปสาทสูตร
ว่าด้วยโทษของการเลื่อมในที่เกิดขึ้น
[๒๕๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในความเลื่อมใสที่เกิดขึ้นในบุคคล
๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ บุคคลใดย่อมเลื่อมใสในบุคคลใด
บุคคลนั้นต้องอาบัติอันเป็นเหตุให้สงฆ์ยกวัตร เขาจึงคิดอย่างนี้ว่า บุคคลผู้
เป็นที่รักที่ชอบใจของเรานี้ ถูกสงฆ์ยกวัตรเสียแล้ว เขาจึงเป็นผู้ไม่มีความเลื่อม
ใสมากในพวกภิกษุ เมื่อไม่มีความเลื่อมใสมากในพวกภิกษุ จึงไม่คบหาภิกษุ

501
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 502 (เล่ม 36)

เหล่าอื่น เมื่อไม่คบหาภิกษุเหล่าอื่น จึงไม่ฟังสัทธรรม เมื่อไม่ฟังสัทธรรม
จึงเสื่อมจากสัทธรรม นี้เป็นโทษในความเลื่อมใสที่เกิดขึ้นในบุคคลข้อที่ ๑.
อีกประการหนึ่ง บุคคลย่อมเลื่อมใสในบุคคลใด บุคคลนั้นต้องอาบัติ
อันเป็นเหตุให้สงฆ์บังคับให้เขานั่งที่สุดสงฆ์ เขาจึงคิดอย่างนี้ว่า บุคคลผู้เป็น
ที่รักที่ชอบใจของเรานี้ ถูกสงฆ์บังคับให้นั่งในที่สุดสงฆ์เสียแล้ว เขาจึงเป็นผู้
ไม่มีความเลื่อมใสมากในพวกภิกษุ. . . จึงเสื่อมจากสัทธรรม นี้เป็นโทษใน
ความเลื่อมใสที่เกิดขึ้นในบุคคลข้อที่ ๒.
อีกประการหนึ่ง บุคคลย่อมเลื่อมใสในบุคคลใด บุคคลนั้นหลีกไปสู่
ทิศเสีย เขาจึงคิดอย่างนี้ว่า บุคคลผู้เป็นที่รักที่ชอบใจของเรานี้ หลีกไปสู่ทิศ
เสียแล้ว เขาจึงเป็นผู้ไม่มีความเลื่อมใสมากในพวกภิกษุ. . . จึงเสื่อมจาก
สัทธรรม นี้เป็นโทษในความเลื่อมใสที่เกิดขึ้นในบุคคลข้อที่ ๓.
อีกประการหนึ่ง บุคคลย่อมเลื่อมใสในบุคคลใด บุคคลนั้นลาสิกขา
เขาจึงคิดอย่างนี้ว่า บุคคลรู้เป็นที่รักที่ชอบใจของเรานี้ ลาสิกขาเสียแล้ว เขา
จึงไม่คบหาภิกษุเหล่าอื่น. . . จึงเสื่อมจากสัทธรรม นี้เป็นโทษในความเลื่อมใส
ที่เกิดขึ้นในบุคคลข้อที่ ๔.
อีกประการหนึ่ง บุคคลย่อมเลื่อมใสในบุคคลใด บุคคลนั้นกระทำ
กาละเสีย เขาจึงคิดอย่างนี้ว่า บุคคลผู้เป็นที่รักที่ชอบใจของเรานี้ กระทำ
กาละเสียแล้ว เขาจึงไม่คบหาภิกษุเหล่าอื่น จึงไม่ฟังสัทธรรม เมื่อไม่ฟัง
สัทธรรม จึงเสื่อมจากสัทธรรม นี้เป็นโทษในความเลื่อมใสที่เกิดขึ้นในบุคคล
ข้อที่ ๕.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในความเลื่อมใสที่เกิดในบุคคล ๕
ประการนี้แล.
จบปุคคลปสาทสูตรที่ ๑๐
จบทุจริตวรรคที่ ๕

502