ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 473 (เล่ม 36)

ทีฆจาริกวรรคที่ ๓
๑. ปฐมทีฆจาริกสูตร
ว่าด้วยคุณและโทษของการจาริก
[๒๒๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษของภิกษุผู้ประกอบการเที่ยวไปนาน
การเที่ยวไปไม่มีกำหนด ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือย่อมไม่ไค้ฟัง
สิ่งที่ยังไม่เคยฟัง ๑ ย่อมไม่เข้าใจชัดสิ่งที่ได้ฟังแล้ว ๑ ย่อมไม่แกล้วกล้าด้วย
สิ่งที่ได้ฟังแล้วบางประการ ๑ ย่อมได้รับโรคเรื้อรังอย่างหนัก ๑ ย่อมไม่มีมิตร ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษของภิกษุผู้ประกอบการเที่ยวไปนาน การเที่ยว
ไปไม่มีกำหนด ๕ ประการนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการเที่ยวไปมีกำหนไม่พอสมควร ๕
ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ ย่อมได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง ๑ ย่อม
เข้าใจชัดสิ่งที่ได้ฟังแล้ว ๑ ย่อมแกล้วกล้าด้วยสิ่งที่ได้ฟังแล้วบางประการ ๑
ย่อมไม่ได้รับโรคเรื้อรังอย่างหนัก ๑ ย่อมมีมิตร ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
อานิสงส์ในการเที่ยวไปมีกำหนดพอสมควร ๕ ประการนี้แล.
จบปฐมทีฆจาริกสูตรที่ ๑

473
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 474 (เล่ม 36)

ทีฆจาริกวรรควรรณนาที่ ๓
อรรถกถาปฐมทีฆจาริกสูตร
พึงทราบวินิจฉัยใน ปฐมทีฆจาริกสูตรที่ ๑ แห่งวรรคที่ ๓ ดังต่อ
ไปนี้ :-
บทว่า อนวฏฺฐจาริกํ ได้แก่ เที่ยวไปไม่มีกำหนด. บทว่า สุตํ
น ปริโยทเปติ ความว่า ข้อใดที่เธอเคยฟังแล้ว ก็ไม่สามารถจะเข้าใจชัด
ข้อนั้นได้. บทว่า สุเตนเนกจฺเจน อวิสารโท โหติ ความว่า ย่อมไม่ถึง
โสมนัสด้วยข้อที่ได้ฟังมาคือความรู้ที่มีอยู่นิดหน่อย. บทว่า สมวฏฺฐจาเร
ได้แก่ ในการเที่ยวไปมีกำหนด.
จบอรรถกถาปฐมทีฆจาริกสูตรที่ ๑
๒. ทุติยทีฆจาริกสูตร
ว่าด้วยคุณและโทษของการจาริก
[๒๒๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษของภิกษุผู้ประกอบการเที่ยว
ไปนาน การเที่ยวไปไม่มีกำหนด ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ
ย่อมไม่ได้บรรลุคุณวิเศษที่ยังไม่ได้บรรลุ ๑ ย่อมเสื่อมจากคุณวิเศษที่ได้บรรลุ
แล้ว ๑ ย่อมไม่แกล้วกล้าด้วยคุณวิเศษที่ได้บรรลุแล้วบางประการ ๑ ย่อมได้
รับโรคเรื้อรังอย่างหนัก ๑ ย่อมไม่มีมิตร ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษของ
ภิกษุผู้ประกอบการเที่ยวไปนาน การเที่ยวไปไม่มีกำหนด ๕ ประการนี้แล.

474
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 475 (เล่ม 36)

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการเที่ยวไปมีกำหนดพอสมควร ๕
ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ ย่อมได้บรรลุคุณวิเศษที่ยังไม่ได้บรรลุ ๑
ย่อมไม่เสื่อมจากคุณวิเศษที่ได้บรรลุแล้ว ๑ ย่อมแกล้วกล้าด้วยคุณวิเศษที่ได้
บรรลุแล้วบางประการ ๑ ย่อมไม่ได้รับโรคเรื้อรังอย่างหนัก ๑ ย่อมมีมิตร ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการเที่ยวไปมีกำหนดพอสมควร ๕ ประการ
นี้แล.
จบทุติยทีฆจาริกสูตรที่ ๒
๓. อภินิวาสสูตร
ว่าด้วยคุณและโทษของการอยู่อาศัย
[๒๒๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในการอยู่ประจำที่ ๕ ประการนี้
๕ ประการเป็นไฉน ? คือ ภิกษุอยู่ประจำที่ย่อมมีสิ่งของมาก มีการสะสม
สิ่งของมาก ๑ มีเภสัชมาก ๑ มีการสะสมเภสัชมาก ๑ มีกิจมาก มีกรณีย-
มาก ไม่ฉลาดในกิจที่จะต้องทำ ๑ ย่อมอยู่คลุกคลีด้วยคฤหัสถ์และบรรพชิต
ด้วยการคลุกคลีกับคฤหัสถ์อันไม่สมควร ๑ เมื่อจะหลีกไปจากอาวาสนั้น ย่อม
มีความห่วงใยหลีกไป ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในการอยู่ประจำที่ ๕
ประการนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการอยู่มีกำหนดพอสมควร ๕ ประการ
นี้ ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ ภิกษุผู้อยู่มีกำหนดพอสมควร ย่อมไม่มีสิ่งของ
มาก ไม่มีการสะสมสิ่งของมาก ๑ ไม่มีเภสัชมาก ไม่มีการสะสมเภสัชมาก ๑
ไม่มีกิจมาก ไม่มีกรณียมาก ฉลาดในกิจที่จะต้องทำ ๑ ไม่เป็นผู้คลุกคลีด้วย

475
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 476 (เล่ม 36)

คฤหัสถ์และบรรพชิต ด้วยการคลุกคลีกับคฤหัสถ์อันไม่สมควร ๑ เมื่อจะหลีก
ไปจากอาวาสนั้น ไม่มีความห่วงใยหลีกไป ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์
ในการอยู่มีกำหนดพอสมควร ๕ ประการนี้แล.
จบอภินิวาสสูตรที่ ๓
อรรถกถาอภินิวาสสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในอภินิวาสสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า พหุภณฺโฑ ได้แก่ เป็นผู้มีบริขารมาก. บทว่า พหุเภสชฺโช
ได้แก่ เป็นผู้มีเภสัชมาก เพราะเนยใสและเนยข้นเป็นต้นมีมาก. บทว่า
อพฺยตฺโต คือ เป็นคนไม่ฉลาด. บทว่า สํสฏฺโฐ คือ เป็นผู้คลุกคลีอยู่ด้วย
การคลุกคลี ๕ อย่าง. บทว่า อนนุโลมิเกน ได้แก่ ไม่สมควรแก่ศาสนา.
จบอรรถกถาอภินิวาสสูตรที่ ๓

476
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 477 (เล่ม 36)

๔. มัจฉรสูตร
ว่าด้วยคุณและโทษของการอยู่อาศัย
[๒๒๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในการอยู่ประจำที่ ๕ ประการนี้
๕ ประการเป็นไฉน ? คือ ภิกษุผู้อยู่ประจำที่เป็นผู้ตระหนี่ที่อยู่ ๑ ตระหนี่
สกุล ๑ ตระหนี่ลาภ ๑ ตระหนี่วรรณะ ๑ ตระหนี่ธรรม ๑ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย โทษในการอยู่ประจำที่ ๕ ประการนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการอยู่ที่กำหนดพอสมควร ๕ ประการ
นี้ ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ ภิกษุผู้อยู่มีกำหนดพอสมควร เป็นผู้ไม่ตระหนี่
ที่อยู่ ๑ ไม่ตระหนี่สกุล ๑ ไม่ตระหนี่ลาภ ๑ ไม่ตระหนี่วรรณะ ๑ ไม่
ตระหนี่ธรรม ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการอยู่มีกำหนดพอสมควร
๕ ประการนี้แล.
จบมัจฉรสูตรที่ ๔
อรรถกถามัจฉรสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในมัจฉรสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า วณฺณมจฺฉรี คือ เป็นผู้ตระหนี่คุณ. บทว่า ธมฺมมจฺฉรี คือ
เป็นผู้ตระหนี่ปริยัติ.
จบอรรถกถามัจฉรสูตรที่ ๔

477
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 478 (เล่ม 36)

๕. ปฐมกุลุปกสูตร
ว่าด้วยโทษแห่งการเข้าไปสู่สกุล
[๒๒๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการนี้ มีอยู่ในภิกษุผู้เข้า
ไปสู่สกุล ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ ภิกษุผู้เข้าไปสู่สกุลย่อมต้องอาบัติเพราะ
เที่ยวไปโดยไม่บอกลา ๑ ย่อมต้องอาบัติเพราะนั่งในที่ลับหูกับมาตุคาม ๑
ย่อมต้องอาบัติเพราะนั่งในที่ลับตากับมาตุคาม ๑ เมื่อแสดงธรรมแก่มาตุคาม
เกินกว่า ๕-๖ คำ ย่อมต้องอาบัติ ๑ ย่อมมากด้วยความดำริในกามอยู่ ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการนี้แล มีอยู่ในภิกษุผู้เข้าไปสู่สกุล.
จบปฐมกุลุปกสูตรที่ ๕
อรรถกถาปฐมกุลุปกสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในปฐมกุลุปกสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้:-
บทว่า อนามนฺตจาเร อาปชฺชติ ความว่า ต้องอาบัติ ที่ตรัสไว้ใน
สิกขาบทว่า ภิกษุรับนิมนต์แล้ว มีภัตอยู่แล้ว ไม่บอกลาภิกษุซึ่งมีอยู่ ถึงความ
เป็นผู้เที่ยวไปในตระกูลทั้งหลายก่อนอาหาร หรือทีหลังอาหาร ดังนี้. แม้บท
เป็นต้นว่า รโหนิสชฺชาย พึงทราบตามสิกขาบทเหล่านั้น.
จบอรรถกถาปฐมกุลุปกสูตรที่ ๕

478
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 479 (เล่ม 36)

๖. ทุติยกุลุปกสูตร
ว่าด้วยโทษของการคลุกคลีในสกุลเกินเวลา
[๒๒๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการนี้ ย่อมมีแก่ภิกษุผู้
เข้าไปสู่สกุล คลุกคลีอยู่ในสกุลเกินเวลา ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ การเห็น
มาตุคามเนือง ๆ ๑ เมื่อมีการเห็นย่อมมีการเกี่ยวข้อง ๑ เมื่อมีการเกี่ยวข้อง
ย่อมมีการคุ้นเคย ๑ เมื่อมีการคุ้นเคยย่อมมีจิตจดจ่อ ๑ เมื่อมีจิตจดจ่อแล้ว
พึงหวังผลข้อนี้ คือ เธอย่อมไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ จักต้องอาบัติที่
เศร้าหมอง หรือจักบอกคืนสิกขาลาเพศ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕
ประการนี้แล ย่อมมีแก่ภิกษุผู้เข้าไปสู่สกุล คลุกคลีอยู่ในสกุลเกินเวลา.
จบทุติยกุลปกสูตรที่ ๖
อรรถกถากุลุปกสูตร
ทุติยกุลุปกสูตรที่ ๖ บทว่า อติเวลํ ได้แก่ เกินเวลาที่กำหนดไว้.
จบอรรถกถาทุติยกุลุปกสูตรที่ ๖
๗. โภคสูตร*
ว่าด้วยคุณและโทษของโภคทรัพย์
[๒๒๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะโภคทรัพย์ ๕ ประการนี้
๕ ประการเป็นไฉน ? คือ โภคทรัพย์เป็นของทั่วไปแก่ไฟ ๑ เป็นของทั่วไป
แก่น้ำ ๑ เป็นของทั่วไปแก่พระราชา ๑ เป็นของทั่วไปแก่โจร ๑ เป็นของ
ทั่วไปแก่ทายาทผู้ไม่เป็นที่รัก ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะโภคทรัพย์
๕ ประการนี้แล.
* สูตรที่ ๗ อรรถกถาว่ามีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.

479
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 480 (เล่ม 36)

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะโภคทรัพย์ ๕ ประการนี้ ๕
ประการเป็นไฉน ? คือ เพราะอาศัยโภคทรัพย์ บุคคลจึงเลี้ยงตนให้เป็นสุข
เอิบอิ่ม บริหารให้เป็นสุขได้โดยชอบ ๑ เลี้ยงมารดาบิดาให้เป็นสุข เอิบอิ่ม
บริหารให้เป็นสุขได้โดยชอบ ๑ เลี้ยงบุตรภรรยา คนใช้ คนงาน และบริวาร
ให้เป็นสุข เอิบอิ่ม บริหารให้เป็นสุขได้โดยชอบ ๑ เลี้ยงมิตรและอำมาตย์
ให้เป็นสุข เอิบอิ่ม บริหารให้เป็นสุขได้โดยชอบ ๑ ย่อมบำเพ็ญทักษิณาทาน
ที่มีผลเลิศเป็นทางสวรรค์ มีสุขเป็นผล เป็นไปเพื่อสวรรค์ ในสมณพราหมณ์
ทั้งหลาย ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะโภคทรัพย์ ๕ ประการนี้แล.
จบโภคสูตรที่ ๗
๘. ภัตตสูตร
ว่าด้วยคุณและโทษของการหุงต้ม
[๒๒๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการนี้ มีอยู่ในสกุลที่
หุงต้มอาหารในเวลาสาย ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ ย่อมไม่ได้ต้อนรับแขก
ที่ควรต้อนรับตามเวลา ๑ ไม่ได้บูชาเทวดาผู้รับพลีตามเวลา ๑ ไม่ได้ต้อนรับ
สมณพราหมณ์ผู้ฉันหนเดียว งดการฉันในเวลากลางคืน เว้นการฉันในเวลา
วิกาลตามเวลา ๑ พวกคนใช้ คนงาน และบริวารหลบหน้าทำการงาน ๑
อาหารที่บริโภคตามเวลาที่ไม่ควรเช่นนั้นไม่มีโอชา ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
โทษ ๕ ประการนี้แล มีอยู่ในสกุลที่หุงต้มอาหารในเวลาสาย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ ๕ ประการนี้ มีอยู่ในสกุลที่หุงต้ม
อาหารตามเวลา ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ ย่อมได้ต้อนรับแขกที่ควรต้อนรับ

480
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 481 (เล่ม 36)

ตามเวลา ๑ ย่อมได้บูชาเทวดาผู้รับพลีตามเวลา ๑ ย่อมได้ต้อนรับสมณ-
พราหมณ์ผู้ฉันหนเดียว งดการฉันในเวลากลางคืน เว้นการฉันในเวลาวิกาล
ตามเวลา ๑ คนใช้ คนงาน และบริวารย่อมไม่หลบหน้าทำการงาน ๑ อาหาร
ที่บริโภคตามเวลาที่ควรเช่นนั้นย่อมมีโอชา ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์
๕ ประการนี้แล มีอยู่ในสกุลที่หุงต้มอาหารตามเวลา.
จบภัตตสูตรที่ ๘
อรรถกถาภัตตสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในภัตตสูตรที่ ๘ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อุสฺสูรภตฺเต ได้แก่ ในตระกูลที่หุงต้มอาหารสาย. บทว่า
น กาเลน กฏิปูเชนฺติ ความว่า พวกเขาไม่หุงต้มยาคูในเวลายาคู ของ-
ขบเคี้ยวในเวลาขบเคี้ยว อาหารในเวลาอาหาร จึงไม่บูชาตามเวลา เพราะ
เวลาที่ประกอบขวนขวายล่วงเลยไปแล้ว. ชื่อว่า ให้ด้วยจิตของตนเท่านั้น.
ต่อมา เมื่อพวกชนเหล่านั้น มาสู่เรือนของตน เขาก็ย่อมกระทำอย่างนั้นเหมือน
กัน. แม้เทวดาผู้คอยรับพลีมาแล้ว ตามประเพณีแห่งตระกูล ต่อได้ลาภตามกาล
อันเหมาะอันควรจึงรักษาคุ้มครอง. แต่เมื่อได้รับความบีบคั้นไม่ได้ตามเวลา
ไม่ทำอารักขาด้วยคิดว่า พวกเหล่านี้เป็นผู้ไม่เอื้อเฟื้อในพวกเรา ดังนี้. แม้
สมณพราหมณ์ ย่อมไม่ทำกิจที่ควรทำในงานมงคลและอวมงคล ด้วยคิดว่า
ในเรือนของคนเหล่านั้น ไม่มีอาหารในเวลาอาหาร เขาให้ในเวลาเที่ยงตรง
ดังนี้. บทว่า วิมุขา กมฺมํ กโรนฺติ ความว่า พวกคนใช้เป็นต้น ละงาน
นั่งอยู่ด้วยคิดว่า ในเวลาเช้า พวกเรายังไม่ได้อะไรเลย. พวกเราหิวเหลือเกิน

481
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ 482 (เล่ม 36)

แล้ว ไม่สามารถจะทำการงานได้ดังนี้. บทว่า อโนชวนฺตํ โหติ ได้แก่
อาหารที่บริโภคไม่เป็นไปตามเวลา ย่อมไม่สามารถจะแผ่โอชะไปได้. ธรรม
ที่เป็นสุกกปักข์ฝ่ายดี พึงทราบตรงกันข้ามกับที่กล่าวแล้ว.
จบอรรถกถาภัตตสูตรที่ ๘
๙. ปฐมสัปปสูตร
ว่าด้วยโทษของงูเห่าและมาตุคาม
[๒๒๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในงูเห่า ๕ ประการนี้ ๕ ประการ
เป็นไฉน ? คือ เป็นสัตว์ไม่สะอาด ๑ มีกลิ่นเหม็น ๑ มีความน่ากลัวมาก ๑
มีภัยเฉพาะหน้า ๑ มักประทุษร้ายมิตร ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในงูเห่า
๕ ประการนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในมาตุคาม ๕ ประการ ฉันนั้นเหมือนกัน
๕ ประการเป็นไฉน ? คือ เป็นผู้ไม่สะอาด ๑ มีกลิ่นเหม็น ๑ มีความ
น่ากลัวมาก ๑ มีภัยเฉพาะหน้า ๑ มักประทุษร้ายมิตร ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
โทษในมาตุคาม ๕ ประการนี้ แล.
จบปฐมสัปปสูตรที่ ๙

482