ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ – หน้าที่ 567 (เล่ม 35)

อรรถกถาอกตัญญูตาสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในอกตัญญุตาสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อกตญฺญุตา อกตเวทิตา ได้แก่ ด้วยความไม่รู้คุณท่าน
ด้วยความไม่ตอบแทนคุณท่าน. แม้ทั้งสองบทนั้น โดยเนื้อความก็อย่างเดียวกัน
นั้นเอง. แม้ในสุกปักษ์ (ธรรมฝ่ายดี) ก็นัยนี้เหมือนกัน.
จบอรรถกถาอกตัญญุตาที่ ๓
๔. ปาณาติปาตสูตร
ว่าด้วยบุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
[๒๑๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ฯลฯ คือ บุคคลเป็นผู้ทำปาณาติบาต อทิน-
นาทาน กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
นี้แล เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือน
ถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ในสวรรค์ คือบุคคลเป็นผู้เว้นจากปาณาติบาต เว้น
จากอทินนาทาน เว้นจากกาเทสุมิจฉาจาร เว้นจากมุสาวาท บุคคลประกอบ
ด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ในสวรรค์.
จบปาณาติปาตสูตรที่ ๔

567
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ – หน้าที่ 568 (เล่ม 35)

ปาณาติปาตสูตรที่ ๔ ท่านกล่าวด้วยกรรมกิเลส ๔ และธรรมเป็น
ปฏิปักษ์ต่อกรรมกิเลสนั้น.
๕. ปฐมมัคคสูตร
ว่าด้วยบุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
[๒๑๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ฯลฯ คือ บุคคลเป็นผู้มีความเห็นผิด มีความ
ดำริผิด เจรจาผิด ทำการงานผิด บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
นี้แล เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือน
ถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ในสวรรค์ ฯลฯ คือ บุคคลเป็นผู้มีความเห็นชอบ
มีความดำริชอบ เจรจาชอบ ทำการงานชอบ บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔
ประการนี้แล เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ในสวรรค์.
จบปฐมมัคคสูตรที่ ๕
ปฐมมัคคสูตรที่ ๕ ท่านกล่าวด้วยมิจฉัตตะ ๔ เบื้องต้นแห่งสุกปักษ์
(สัมมัตตะ)

568
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ – หน้าที่ 569 (เล่ม 35)

๖. ทุติยมัคคสูตร
ว่าด้วยบุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
[๒๑๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ฯลฯ คือ บุคคลเป็นผู้เลี้ยงชีพผิด เพียรผิด
ตั้งสติผิด ทำสมาธิผิด บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือน
ถูกนำมาโยนลงในนรก.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือน
ถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ในสวรรค์ ฯลฯ คือ บุคคลเป็นผู้เลี้ยงชีพชอบ เพียรชอบ
ตั้งสติชอบ ทำสมาธิชอบ บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูก
เชิญมาประดิษฐานไว้ในสวรรค์.
จบทุติยมัคคสูตรที่ ๖
ทุติยมัคคสูตรที่ ๖ ท่านกล่าวด้วยมิจฉัตตะ ๔ ที่เหลือ.
๗. ปฐมโวหารปถสูตร
ว่าด้วยบุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
[๒๑๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ฯลฯ คือ บุคคลเป็นผู้กล่าวว่าเห็นในสิ่งที่ไม่
ได้เห็น ๑ กล่าวว่าได้ยินในสิ่งที่ไม่ได้ยิน ๑ กล่าวว่าได้ทราบในสิ่งที่ไม่ทราบ ๑
กล่าวว่ารู้ในสิ่งที่ไม่รู้ ๑ บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล
เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ฯลฯ

569
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ – หน้าที่ 570 (เล่ม 35)

บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐาน
ไว้ในสวรรค์ ฯลฯ คือ บุคคลเป็นผู้กล่าวว่าไม่เห็นในสิ่งที่ไม่ได้เห็น ๑
กล่าวว่าไม่ได้ยินในสิ่งที่ไม่ได้ยิน ๑ กล่าวว่าไม่ทราบในสิ่งที่ไม่ทราบ ๑
กล่าวว่าไม่รู้ในสิ่งที่ไม่รู้ ๑ บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล
เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ในสวรรค์.
จบปฐมโวหารปถสูตรที่ ๗
ปฐมโวหารปถสูตรที่ ๗ ท่านกล่าวอนริยโวหารและอริยโวหาร
๘. ทุติยโวหารปถสูตร
ว่าด้วยบุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
[๒๑๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ฯลฯ คือ บุคคลเป็นผู้กล่าวว่าไม่เห็นในสิ่งที่
ได้เห็น ๑ กล่าวว่าไม่ได้ยินในสิ่งที่ได้ยิน ๑ กล่าวว่าไม่ทราบในสิ่งที่ได้ทราบ ๑
กล่าวว่าไม่รู้ในสิ่งที่รู้ ๑ บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือน
ถูกนำมาโยนลงในนรก ฯลฯ
บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐาน
ไว้ในสวรรค์ ฯลฯ คือ บุคคลเป็นผู้กล่าวว่าเห็นในสิ่งที่ได้เห็น ๑ กล่าวว่า
ได้ยินในสิ่งที่ได้ยิน ๑ กล่าวว่าทราบในสิ่งที่ได้ทราบ ๑ กล่าวว่ารู้ในสิ่งที่ได้
รู้ ๑ บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกเชิญมาประ-
ดิษฐานไว้ในสวรรค์.
จบทุติยโวหารปถสูตรที่ ๘

570
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ – หน้าที่ 571 (เล่ม 35)

๙. อหิริกสูตร
ว่าด้วยบุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
[๒๑๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ฯลฯ คือ บุคคลเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑ ทุศีล ๑
ไม่มีหิริ ๑ ไม่มีโอตตัปปะ ๑ บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล
เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ฯลฯ
บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐาน
ไว้ในสวรรค์ ฯลฯ คือ บุคคลเป็นผู้มีศรัทธา ๑ มีศีล ๑ มีหิริ ๑ มีโอต-
ตัปปะ ๑ บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกเชิญมา
ประดิษฐานไว้ในสวรรค์.
จบอหิริกสูตรที่ ๙
๑๐. ทุปัญญาสูตร
ว่าด้วยบุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
[๒๒๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ฯลฯ คือ บุคคลเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑ ทุศีล ๑
เกียจคร้าน ๑ ไม่มีปัญญา ๑ บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล
เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ฯลฯ
บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐาน
ไว้ในสวรรค์ ฯลฯ คือ บุคคลเป็นผู้มีศรัทธา ๑ มีศีล ๑ ทำความเพียร ๑

571
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ – หน้าที่ 572 (เล่ม 35)

มีปัญญา ๑ บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกเชิญมา
ประดิษฐานไว้ในสวรรค์
จบทุปัญญาสูตรที่ ๑๐
จบโสภนวรรคที่ ๒
ในสูตรที่ ๘-๙-๑๐ ท่านกล่าวด้วยอสัทธรรมอันเป็นปฏิปักษ์ต่อสุกก-
ธรรมนั้น. ก็ธรรมเป็นสุกกปักษ์ ท่านกล่าวคละทั้งโลกิยะและโลกุตระในสูตร
ทั้งปวง. ใน ๙ สูตรท่านกล่าวในมรรค ดังนี้ก็จริง ถึงดังนั้นก็ย่อมได้มรรค ๓
และผล ๓.
จบโสภนวรรควรรณนาที่ ๒
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปริสาสูตร ๒. ทิฏฐิสูตร ๓. อกตัญญูสูตร ๔. ปาณาติปาต-
สูตร ๕. ปฐมมัคคสูตร ๖. ทุติยมัคคสูตร ๗. ปฐมโวหารปถสูตร
๘. ทุติยโวหารปถสูตร ๙. อหิริกสูตร ๑๐. ทุปัญญาสูตร และอรรถกถา.

572
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ – หน้าที่ 573 (เล่ม 35)

ทุจริตวรรคที่ ๓
๑. ทุจริตสูตร
ว่าด้วยวจีทุจริต และสุจริต
[๒๒๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วจีทุจริต ๔ อย่างนี้ ๔ อย่างเป็นไฉน
คือ คำเท็จ ๑ คำส่อเสียด ๑ คำหยาบ ๑ คำเพ้อเจ้อ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
วจีทุจริต ๔ อย่างนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วจีสุจริต ๔ อย่างนี้ ๔ อย่างเป็นไฉน คือ
คำจริง ๑ คำไม่ส่อเสียด ๑ คำอ่อนหวาน ๑ คำพอประมาณ ๑ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย วจีสุจริต ๔ อย่างนี้.
จบทุจริตสูตรที่ ๑
๒. ทิฏฐิสูตร
ว่าด้วยคนพาลและบัณฑิต
[๒๒๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
เป็นผู้ไม่ฉลาด เป็นอสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ถูกขจัดถูกทำลาย เป็นคน
มีโทษ วิญญูชนติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก ธรรม
๔ ประการเป็นไฉน คือ กายทุจริต ๑ วจีทุจริต ๑ มโนทุจริต ๑ มิจฉาทิฏฐิ ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เป็นผู้
ไม่ฉลาด เป็นอสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ถูกขจัด ถูกทำลาย เป็นคนมีโทษ
วิญญูชนติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก.

573
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ – หน้าที่ 574 (เล่ม 35)

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้ประกอบด้วยธรรม ประการ เป็น
ผู้ฉลาด เป็นสัปบุรุษ ย่อมบริหารคนไม่ให้ถูกขจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีโทษ
วิญญูชนไม่ติเตียน และย่อมได้ประสบบุญเป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการ
เป็นไฉน คือ กายสุจริต ๑ วจีสุจริต ๑ มโนสุจริต ๑ สัมมาทิฏฐิ ๑ ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เป็นผู้ฉลาด
เป็นสัปบุรุษ ย่อมบริหารคนไม่ให้ถูกขจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีโทษ วิญญูชน
ไม่ติเตียน และย่อมได้ประสบบุญเป็นอันมาก.
จบทิฏฐิสูตรที่ ๒
๓. อกตัญญูสูตร
ว่าด้วยคนพาล และบัณฑิต
[๒๒๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
เป็นผู้ไม่ฉลาด เป็นอสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ถูกขจัด ถูกทำลาย เป็นผู้
มีโทษ วิญญูชนติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก ธรรม
๔ ประการเป็นไฉน คือ กายทุจริต ๑ วจีทุจริต ๑ มโนทุจริต ๑ ความ
เป็นคนอกตัญญูอกตเวที ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ประกอบด้วยธรรม
๔ ประการนี้แล เป็นผู้ไม่ฉลาด เป็นอสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ถูกขจัด
ถูกทำลาย เป็นผู้มีโทษ วิญญูชนติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็น
อันมาก.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เป็น
คนฉลาด เป็นสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกขจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีโทษ

574
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ – หน้าที่ 575 (เล่ม 35)

วิญญูชนไม่ติเตียน และย่อมประสบบุญเป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน
คือ กายสุจริต ๑ วจีสุจริต ๑ มโนสุจริต ๑ ความเป็นคนกตัญญูกตเวที ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เป็นคน
ฉลาด เป็นสัปบุรุษ ย่อมบริหารคนไม่ให้ถูกขจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีโทษ
วิญญูชนไม่ติเตียน และย่อมประสบบุญเป็นอันมาก.
จบอกตัญญูสูตรที่ ๓
๔. ปาณาติปาตสูตร
ว่าด้วยคนพาลและบัณฑิต
[๒๒๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
เป็นคนพาล ฯลฯ และย่อมประสบกรรมอันไม่เป็นบุญมาก ธรรม ๔ ประการ
เป็นไฉน คือ บุคคลเป็นผู้ทำปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุ-
มิจฉาจาร มุสาวาท บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เป็น
คนพาล ฯลฯ และย่อมประสบกรรมอันไม่เป็นบุญมาก
บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เป็นบัณฑิต ฯลฯ และได้บุญ
มากด้วย ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ บุคคลเป็นผู้เว้นจากปาณา-
ติบาต ฯลฯ เว้นจากมุสาวาท บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล
เป็นบัณฑิต ฯลฯ และได้บุญมาก.
จบปาณาติบาตสูตรที่ ๔

575
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ – หน้าที่ 576 (เล่ม 35)

๕. ปฐมมัคคสูตร
ว่าด้วยคนพาลและบัณฑิต
[๒๒๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการเป็นคน
พาล ฯลฯ และได้ประสบสิ่งอันไม่เป็นบุญมากด้วย ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน
คือ บุคคลเป็นผู้มีความเห็นผิด ๑ ดำริผิด ๑ เจรจาผิด ๑ ทำการ
งานผิด ๑ บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เป็นคนพาล ฯลฯ
และได้ประสบสิ่งอันไม่เป็นบุญมาก
บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เป็นบัณฑิต ฯลฯ และได้บุญ
มากด้วย ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ บุคคลเป็นผู้มีความเห็นชอบ ๑
ดำริชอบ เจรจาชอบ ทำการงานชอบ ๑ บุคคลประกอบด้วยธรรม
๔ ประการนี้แล เป็นบัณฑิต ฯลฯ และได้บุญมาก.
จบปฐมมัคคสูตรที่ ๕
๖. ทุติยมัคคสูตร
ว่าด้วยคนพาลและบัณฑิต
[๒๒๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
เป็นคนพาล ฯลฯ และได้ประสบสิ่งอัน ไม่เป็นบุญมาก ธรรม ๔ ประการเป็น
ไฉน คือ บุคคลเป็นผู้เลี้ยงชีพผิด ๑ เพียรผิด ๑ ตั้งสติผิด ๑ ทำ
สมาธิผิด ๑ บุคคลประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เป็นคนพาล ฯลฯ
และได้ประสบสิ่งอันไม่เป็นบุญมาก

576