บทว่า กายปริยนฺติกํ ได้แก่ เวทนามีกายเป็นที่สุด คือกำหนด
ด้วยกาย อธิบายว่า เวทนาเป็นไปในทวาร ๕ ยังเป็นไปอยู่ตราบเท่าที่กาย คือ
ทวาร ๕ ยังเป็นไปอยู่. บทว่า ชีวิตปริยนฺติกํ ได้แก่เวทนามีชีวิตเป็นที่สุด
คือ กำหนดด้วยชีวิต อธิบายว่า เวทนาอันเป็นไปในมโนทวาร ยังเป็นไปอยู่
ตราบเท่าที่ชีวิตยังเป็นไปอยู่. ในเวทนาเหล่านั้น เวทนาอันเป็นไปในทวาร ๕
เกิดทีหลังแต่ดับก่อน. เวทนาอันเป็นไปในมโนทวารเกิดก่อนแต่ดับทีหลัง
เพราะเวทนานั้นตั้งอยู่ในวัตถุรูปในขณะปฏิสนธิ. เวทนาอันเป็นไปในทวาร ๕
ยังเป็นไปอยู่ด้วยอำนาจปัญจทวารในปัจจุบัน คราวมีอายุ ๒๐ ปี ในปฐมวัย
ยังมีกำลังแข็งแรงด้วยอำนาจความรัก ความโกรธและความหลง คราวมีอายุ
๕๐ ปี ยังคงที่อยู่ จะลดลงตั้งแต่อายุ ๖๐ ปี คราวอายุ ๘๐ - ๙๐ ปี ก็น้อย
เต็มที. ด้วยว่าในครั้งนั้นสัตว์ทั้งหลาย แม้เมื่อมีผู้กล่าวว่า พวกเรานั่งนอน
ร่วมกันมานานแล้ว ก็พูดว่า เราไม่รู้ดังนี้ก็มี พูดว่า เราไม่เห็นอารมณ์มีรูป
เป็นต้น แม้มีประมาณมาก เราไม่ได้ยิน เราไม่รู้กลิ่นหอม กลิ่นเหม็น รสอร่อย
รสไม่อร่อย หรือแข็งอ่อน ดังนี้ก็มี. เวทนาเป็นไปในทวาร ๕ ของสัตว์
เหล่านั้น ถึงจะดับไป . แต่เวทนาเป็นไปในมโนทวาร ก็ยังเป็นไปอยู่ด้วย
ประการฉะนี้. เวทนานั้นเสื่อมไปโดยลำดับ ในเวลาใกล้ตายอาศัยส่วนของ
หทยวัตถุเท่านั้นยังเป็นไปอยู่ได้. ก็เวทนานั้นยังเป็นไปอยู่ได้เพียงใด ท่าน
กล่าวว่าสัตว์ยังมีชีวิตอยู่ได้เพียงนั้น. เมื่อใดเวทนาเป็นไปไม่ได้ เมื่อนั้น
ท่านกล่าวว่า สัตว์ตายแล้ว ดับแล้ว ดังนี้. พึงเปรียบความข้อนี้นั้นด้วยหนองน้ำ.
เหมือนอย่างว่า บุรุษพึงทำหนองน้ำให้มีทางน้ำ ๕ ทาง เมื่อฝนตก
ครั้งแรก พึงให้น้ำเข้าไปโดยทางน้ำทั้ง ๕ แล้วขังน้ำไว้ในบ่อ ภายในหนองน้ำ
ให้เต็ม เมื่อฝนตกบ่อย ๆ น้ำเต็มในทางของน้ำ แล้วท่วมล้นออกไปประมาณ
คาวุตหนึ่งหรือกึ่งโยชน์ น้ำยังขังอยู่ น้ำเมื่อไหลออกจากนั้น เมื่อชาวนาเปิด