พ. จรัสตอบว่า เราไม่เป็นเทวดา พราหมณ์.
โทณ. เป็นคนธรรพ์หรือ.
พ. ไม่เป็น.
โทณ. เป็นยักษ์กระมัง.
พ. ไม่เป็น.
โทณ. เป็นมนุษย์สิ.
พ. ไม่เป็น.
โทณ. ข้าพเจ้าถามว่า ท่านเป็นเทวดา...เป็นคนธรรพ์...เป็นยักษ์
เป็นมนุษย์หรือ ท่านก็ตอบว่า ไม่เป็น ๆ ถ้าเช่นนั้นท่านเป็นใครกัน.
พ. พราหมณ์ เราจะพึงเป็นเทวดา...เป็นคนธรรพ์...เป็นยักษ์...
เป็นมนุษย์ เพราะอาสวะเหล่าใดที่เราละไม่ได้ อาสวะเหล่านั้นเราละได้แล้ว
มีมูลอันขาดแล้ว ทำให้เหมือนตาลยอดด้วนแล้ว ทำให้ไม่มีในภายหลังแล้ว
มีอัน ไม่เกิดขึ้นอีกต่อไปเป็นธรรมดา นี่แน่ะพราหมณ์ ดอกอุบลก็ดี ดอก
ปทุมก็ดี ดอกบุณฑริกก็ดี เกิดในน้ำ เจริญในน้ำ แต่ขึ้นมาตั้งอยู่พ้นน้ำ
น้ำไม่กำซาบเข้าไปได้ ฉันใด เราก็ฉันนั้น เกิดในโลก เติบใหญ่มาในโลก
แต่เราอยู่เหนือโลก โลกไม่เข้ามากำซาบ (ใจเรา) ได้ แน่ะพราหมณ์ ท่าน
จงจำเราไว้ว่า เป็นพุทธะ
เราจะพึงได้กำเนิดเป็นเทวดา หรือ
ว่าเป็นคนธรรพ์ผู้เหาะเหินได้ เพราะ
อาสวะใด เราจะพึงได้อัตภาพยักษ์ และ
อัตภาพมนุษย์ เพราะอาสวะใด อาสวะ
เหล่านั้นของเราสิ้นไปแล้ว เราทำลาย ทำ
ให้ขาดสายแล้ว.