วังคีสะท่านอย่าชอบใจเฝ้าพระสมณะโคดมเลย เพราะคนใดเห็น
พระสมณะนั้น พระสมณะนั้นก็จะกลับใจบุคคลนั้นด้วยมายากล
วังคีสะไม่เชื่อถือถ้อยคำของพราหมณ์เหล่านั้น ไปเฝ้าพระศาสดา
การทำปฏิสัณฐานด้วยคำอันไพเราะ นั่ง ณ ที่สมควรส่วนหนึ่ง.
ครั้งนั้นพระศาสดาถามเธอว่า วังคีสะ เธอรู้ศิลปอะไร
วังคีสะทูลตอบว่า พระเจ้าข้า ข้าพระองค์รู้ฉวสีสมนต์ พระศาสดา
ตรัสถามว่า มนต์นั้นทำอะไร วังคีสะทูลว่า ร่ายมนต์นั้นแล้วเอาเล็บ
เคาะศีรษะของตนแม้ตายไปแล้วถึง ๓ ปี ก็รู้ที่เขาเกิดพระเจ้าข้า
พระศาสดาทรงแสดงศีรษะของคนที่เกิดในนรกศีรษะหนึ่งแก่
วังคีสะนั้น ของคนเกิดในมนุษย์ศีรษะหนึ่ง ของคนเกิดในเทวโลก
ศีรษะหนึ่ง แสดงศีรษะของผู้ปรินิพพานแล้วศีรษะหนึ่ง วังคีสะนั้น
เคาะศีรษะแรกกราบทูลว่าท่านพระโคดม สัตว์นี้ไปสู่นรก พระ-
ศาสดาตรัสตอบว่า สาธุ สาธุ ท่านเห็นดีแล้ว แล้วตรัสถามว่า
สัตว์นี้ไปไหน วังคีสะ ไปสู่มนุษยโลก ท่านพระโคดม สัตว์นี้ละไปไหน
วังคีสะทูลว่า สัตว์นี้ไปเทวโลก พระเจ้าคะ เขากราบทูลถึงสถานที่ไป
ของคนทั้ง ๓ พวก ด้วยประการฉะนี้ แต่เมื่อเอาเล็บเคาะศีรษะ ของ
ผู้ปรินิพพาน ก็ไม่เห็นทั้งปลายทั้งต้น. ทีนั้นพระศาสดาจึงตรัสถาม
วังคีสะนั้นว่า ท่านไม่อาจเห็นหรือวังคสะ วังคีสะมาณพทูลว่า เห็นซิ
ท่านพระโคดม ข้าพระองค์ของสอบสวนดูก่อน แล้วพลิกกลับไปกลับมา
วังคีสะจักรู้คติของพระขีณาสพด้วยมนต์ของลัทธิภายนอกได้อย่างไร
เมื่อเป็นเช่นนั้น เหงื่อก็ผุดออกจากหน้าผากของเขา เขาละอายแล้วยืนนิ่ง
ครั้งนั้นพระศาสดาตรัสกะเขาว่า ลำบากหรือวังคีสะ วังคีสะมูลว่า
พระเจ้าข้า ท่านโคดมข้าพระองค์ไม่รู้ที่ไปของสัตว์นี้ ถ้าพระองค์ทราบ