ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 490 (เล่ม 31)

๒. ปัจจันตสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้มาเกิดในปัจจันตชนบทมาก
[๑๗๕๘] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงช้อนฝุ่นเล็กน้อยไว้ใน
ปลายพระนขา แล้วตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้ง
หลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ฝุ่นเล็กน้อยที่เราช้อนขึ้นไว้
ในปลายเล็บกับแผ่นดินใหญ่นี้ ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แผ่นดินใหญ่นี้แลมากกว่า ฝุ่นเล็กน้อยที่พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าทรงช้อนไว้ในปลายพระนขามีประมาณน้อย เมื่อเทียบกับแผ่นดินใหญ่
ฝุ่นเล็กน้อยที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงช้อนไว้ในปลายพระนขา ย่อมไม่ถึงซึ่งการ
นับ การเปรียบเทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว.
พ. ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย สัตว์ที่กลับมาเกิดในมัชฌิม
ชนบทมีประมาณน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่กลับมาเกิดในปัจจันตชนบทมีมากกว่า
ที่กลับมาเกิดในพวกมิลักขะ ซึ่งเป็นพวกที่ไม่รู้แจ้ง ฯลฯ
จบปัจจันตสูตรที่ ๒
๓. ปัญญาสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้มีปัญญาจักษุน้อย
[๑๗๕๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้ประกอบ
ด้วยปัญญาจักษุ อันเป็นอริยะ มีประมาณน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ตกไปใน
อวิชชาเป็นผู้งมงาย มีมากกว่า ฯลฯ
จบปัญญาสูตรที่ ๓

490
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 491 (เล่ม 31)

๔. สุราเมรัยสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้งดเว้นการดื่มน้ำเมามีน้อย
[๑๗๖๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้งดเว้นจาก
การดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัยอัน เป็นที่ตั้งแห่งความประมาทมีน้อย โดยที่
แท้ สัตว์ผู้ไม่งดเว้นจากการดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่ง
ความประมาท มีมากกว่า ฯลฯ
จบสุราเมรัยสูตรที่ ๔
๕. อุทกสูตร
ว่าด้วยสัตว์ที่เกิดในน้ำมีมาก
[๑๗๖๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้เกิดบนบก
มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้เกิดในน้ำ มีมากกว่า ฯลฯ
จบอุทกสูตรที่ ๕
๖. มัตเตยยสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เกื้อกูลมารดามีน้อย
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้เกื้อกูลแก่มารดา มี
น้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่เกื้อกูลแก่มารดา มีมากกว่า ฯลฯ
จบมัตเตยยสูตรที่ ๖

491
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 492 (เล่ม 31)

๗. เปตเตยยสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เกื้อกูลบิดามีน้อย
[๑๗๖๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้เกื้อกูลแก่บิดา
มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่เกื้อกูลแก่บิดา มีมากกว่า ฯลฯ
จบเปตเตยยสูตรที่ ๗
๘. สามัญญสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เกื้อกูลสมณะมีน้อย
[๑๗๖๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้เกื้อกูลแก่
สมณะมีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่เกื้อกูลแก่สมณะ มีมากกว่า ฯลฯ
จบสามัญญสูตรที่ ๘
๙. พราหมัญญสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เกื้อกูลพราหมณ์มีน้อย
[๑๗๖๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้เกื้อกูลแก่
พราหมณ์มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่เกื้อกูลแก่พราหมณ์ มีมากกว่า ฯลฯ
จบพราหมัญญสูตรที่ ๙

492
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 493 (เล่ม 31)

๑๐. อปจายิกสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้นอบน้อมต่อผู้เจริญมีน้อย
[๑๗๖๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้นอบน้อม
ต่อบุคคลผู้เจริญในสกุล มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่นอบน้อมต่อบุคคลผู้เจริญ
ในสกุล มีมากกว่า ฯลฯ
จบอปจายิกสูตรที่ ๑๐
จบอามกธัญญเปยยาล ปฐมวรรคที่ ๗
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อัญญตรสูตร ๒. ปัจจันตสูตร ๓. ปัญญาสูตร ๔. สุราเมรัยสูตร
๕. อุทกสูตร ๖. มัตเตยยสูตร ๗. เปตเตยยสูตร ๘. สามัญญสูตร
๙. พราหมัญญสูตร ๑๐. อปจายิกสูตร.

493
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 494 (เล่ม 31)

อามกธัญญเปยยาล ทุติยวรรคที่ ๘
๑. ปาณาติปาตสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เว้นปาณาติบาตมีน้อย
[๑๗๖๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้เว้นจาก
ปาณาติบาตมีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่เว้น จากปาณาติบาต มีมากกว่าข้อนั้น
เพราะเหตุไร ฯลฯ
จบปาณาติปาตสูตรที่ ๑
๒. อทินนาทานสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เว้นอทินนาทานมีน้อย
[๑๗๖๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้งดเว้นจาก
อทินนาทาน มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่งดเว้นจากอทินนาทาน มีมากกว่า ฯลฯ
จบอทินนาทานสูตรที่ ๒
๓. กาเมสุมิจฉาจารสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เว้นกาเมสุมิจฉาจารมีน้อย
[๑๗๖๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้งดเว้นจากกาเม-
สุมิจฉาจาร มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่งดเว้นจากกาเมสุมิจฉาจาร มีมากกว่า ฯลฯ
จบกาเมสุมิจฉาจารสูตรที่ ๓

494
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 495 (เล่ม 31)

๔. มุสาวาทสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เว้นจากมุสาวาทมีน้อย
[๑๗๖๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้งดเว้นจาก
มุสาวาท มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่งดเว้นจากมุสาวาท มีมากกว่า ฯลฯ
จบมุสาวาทสูตรที่ ๔
๕. เปสุญญสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เว้นคำส่อเสียดมีน้อย
[๑๗๗๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้งดเว้นจาก
คำส่อเสียด มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่งดเว้นจากคำส่อเสียด มีมากกว่า ฯลฯ
จบเปสุญญสูตรที่ ๕
๖. ผรุสสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เว้นจากคำหยาบมีน้อย
[๑๗๗๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้งดเว้นจาก
คำหยาบมีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่งดเว้นจากคำหยาบมีมากกว่า ฯลฯ
จบผรุสสูตรที่ ๖

495
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 496 (เล่ม 31)

๗. สัมผัปปลาปสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เว้นการเพ้อเจ้อมีน้อย
[๑๗๗๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้งดเว้นจาก
คำเพ้อเจ้อ มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่งดเว้นจากคำเพ้อเจ้อมีมากกว่า ฯลฯ
จบสัมผัปปลาปสูตรที่ ๗
๘. พีชสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เว้นการพรากพืชคามมีน้อย
[๑๗๗๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้งดเว้นจาก
การพรากพืชคามและภูตคาม มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่งดเว้นจากการ
พรากพืชคามและภูตคาม มีมากกว่า ฯลฯ
จบพีชสูตรที่ ๘
๙. วิกาลโภชนสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เว้นบริโภคในเวลาวิกาลมีน้อย
[๑๗๗๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้งดเว้นจาก
การบริโภคอาหารในเวลาวิกาล มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่งดเว้นจากการ
บริโภคอาหารในเวลาวิกาล มีมากกว่า ฯลฯ
จบวิกาลโภชนสูตรที่ ๙

496
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 497 (เล่ม 31)

๑๐. คันธวิเลปนสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เว้นเครื่องลูบไล้มีน้อย
[๑๗๗๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้งดเว้นจาก
การทัดทรง ประดับ และตกแต่งร่างกายด้วยดอกไม้ ของหอมและเครื่อง
ประเทืองผิวอันเป็นฐานะแห่งการแต่งตัว มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่งดเว้น
จากการทัดทรง ประดับ และตกแต่งร่างกายด้วยดอกไม้ ของหอม และ
เครื่องประเทืองผิวอันเป็นฐานะแห่งการแต่งตัว มีมากกว่า ฯลฯ
จบคันธวิเลปนสูตรที่ ๑๐
จบอามกธัญญเปยยาล ทุติยวรรคที่ ๘
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปาณาติปาตสูตร ๒. อทินนาทานสูตร ๓. กาเมสุมิจฉาจารสูตร
๔. มุสาวาทสูตร ๕. เปสุญญสูตร ๖. ผรุสสูตร ๗. สัมผัปปลาปสูตร
๘. พีชสูตร ๙ . กาลโภชนสูตร ๑๐. คันธวิเลปนสูตร.

497
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 498 (เล่ม 31)

อามกธัญยเปยยาล ตติยวรรคที่ ๙
๑. นัจจสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เว้นจากการฟ้อนรำมีน้อย
[๑๗๗๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉั้นนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้งดเว้นจาก
การฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี และดูการเล่นอันเป็นข้าศึก มีน้อย
โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่งดเว้น จากการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี และดู
การเล่นอันเป็นข้าศึก มีมากกว่า ข้อนั้น เพราะเหตุ ไร ฯลฯ
จบนัจจสูตรที่ ๑
๒. สยนสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เว้นการนั่งนอนในที่นั่งนอนสูงใหญ่มีน้อย
[๑๗๗๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้งดเว้นจาก
การนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่ มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่งดเว้นจาก
การนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่ มีมากกว่า ฯลฯ
จบสยนสูตรที่ ๒
๓. รชตสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เว้นการรับเงินทองมีน้อย
[๑๗๗๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้งดเว้นจาก
การรับทองและเงิน มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่งดเว้นจากการรับทองและเงิน
มีมากกว่า ฯลฯ
จบรชตสูตรที่ ๓

498
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 499 (เล่ม 31)

๔. ธัญญสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เว้นจากการรับธัญญชาติดิบมีน้อย
[ ๗๗๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้งดเว้นจาก
การรับธัญญชาติดิบ มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่งดเว้นจากการรับธัญญชาติดิบ
มีมากกว่า ฯลฯ
จบธัญญสูตรที่ ๔
๕. มังสสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เว้นการรับเนื้อดิบมีน้อย
[๑๗๘๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้งดเว้นจาก
การรับเนื้อดิบ มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่งดเว้นจากการรับเนื้อดิบ มี
มากกว่า ฯลฯ
จบมังสสูตรที่ ๕
๖. กุมาริกาสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เว้นการรับเด็กหญิงมีน้อย
[๑๗๘๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ผู้งดเว้นจาก
การรับสตรีและกุมารี มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ผู้ไม่งดเว้นจากการรับสตรีและ
กุมารีมีมากกว่า ฯลฯ
จบกุมาริกาสูตรที่ ๖

499