ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 480 (เล่ม 31)

พ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทุกข์ของบุคคลผู้เป็นอริยสาวก ผู้สมบูรณ์
ด้วยทิฏฐิตรัสรู้แล้ว ผู้รู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินี
ปฏิปทาที่สิ้นไป หมดไปแล้ว มากกว่า ที่ยังเหลือมีประมาณน้อย ย่อมไม่ถึง
ซึ่งการนับ การเปรียบเทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว เมื่อเทียบกับกองทุกข์อันมีใน
ก่อนที่สิ้นไปหมดไปแล้ว อย่างสูงเพียง ๗ ชาติ ฉันนั้นเหมือนกัน ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตาม
ความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขน โรธคามินีปฏิปทา.
จบทุติยสิเนรุสูตรที่ ๑๐
จบปปาตวรรคที่ ๕
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. จินตสูตร ๒. ปปาตสูตร ๓. ปริฬาหสูตร ๔. กูฎสูตร ๕.
วาลสูตร ๖. อันธการีสูตร ๗. ปฐมฉิคคฬสูตร ๘. ทุติยฉิคคฬสูตร ๙.
ปฐมสิเนรุสูตร ๑๐. ทุติยสิเนรุสูตร และอรรถกถา.

480
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 481 (เล่ม 31)

อภิสมยวรรคที่ ๖
๑. นขสิขาสูตร
ว่าด้วยทุกข์ของพระอริยะเท่ากับฝ่ายที่ปลายเล็บ
[๑๗๔๗] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงช้อนฝุ่นเล็กน้อย ไว้
ที่ปลายพระนขาแล้ว ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ฝุ่นเล็กน้อยที่ปลายเล็บที่
เราช้อนขึ้นนี้กับมหปฐพีนี้ อย่างไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ มหาปฐพีมากกว่า ฝุ่นเล็กน้อยที่ปลายพระนขาอันพระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าทรงช้อนขึ้นนี้ มีประมาณน้อย เมื่อเทียบกับมหาปฐพีแล้ว
ฝุ่นเล็กน้อยที่ปลายพระนขาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าช้อนขึ้นแล้ว ย่อมไม่ถึงซึ่งการ
นับ การเปรียบเทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว.
พ. อย่างนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย ทุกข์ของบุคคลผู้เป็น
อริยสาวกผู้สมบูรณ์ด้วยทิฏฐิ ผู้ตรัส รู้ ผู้รู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ
นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ที่สิ้นไป หมดไป มากกว่า ที่ยังเหลือมีประมาณ
น้อย ย่อมไม่ถึงซึ่งการนับ การเปรียบเทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว เมื่อเทียบ
กับกองทุกข์อันมีในก่อนที่สิ้นไป หมดไปแล้ว อย่างสูงเพียง ๗ ชาติ ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตาม
ความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.
จบนขสิขาสูตรที่ ๑

481
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 482 (เล่ม 31)

๒. โปกขรณีสูตร
ว่าด้วยทุกข์ของพระอริยะเท่ากับน้ำปลายหญ้าคา
[๑๗๔๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนสระโบกขรณี โดยยาว
๕๐ โยชน์ โดยกว้าง ๕๐ โยชน์ สูง ๕๐ โยชน์ เต็มด้วยน้ำเปี่ยมฝั่ง กาดื่ม
กินได้ บุรุษเอาปลายหญ้าคาจุ่มน้ำขึ้นจากสระนั้น เธอทั้งหลายจะสำคัญความ
ข้อนั้นเป็นไฉน น้ำที่เขาเลาปลายหญ้าคาจุ่มขึ้น กับน้ำในสระโบกขรณี ไหน
จะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น้ำในสระ-
โบกขรณีมากกว่า น้ำที่เขาเอาปลายหญ้าคาจุ่มขึ้นมีประมาณน้อย เมื่อเทียบกับน้ำ
ในสระโบกขรณีแล้ว น้ำที่เขาเอาปลายหญ้าคาจุ่มขึ้น ย่อมไม่ถึงซึ่งการนับ การ
เปรียบเทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว.
พ. ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย ทุกข์ของบุคคลผู้เป็นอริยสาวก
ฯลฯ เธอทั้งหลายพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ
นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.
จบโปกขรณีสูตรที่ ๒
๓. ปฐมสัมเภชชสูตร
เปรียบทุกข์ที่ยังเหลือเท่ากับหยดน้ำ
[๑๗๔๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนแม่น้ำใหญ่เหล่านี้ คือ
แม่น้ำคงคา ยมุนา อจิรวดี สรภู มหี ย่อมไหลไปไม่ขาดสายในที่ใด บุรุษตัก
น้ำ ๒-๓ หยดขึ้นจากที่นั้น เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้น เป็นไฉน น้ำ

482
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 483 (เล่ม 31)

๒-๓ หยดที่เขาตักขึ้น กับน้ำที่ไหลไปประจบกัน ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุ
ทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น้ำที่ไหลไปประจบกันมากกว่า
น้ำ ๒-๓ หยดที่เขาตักขึ้นมีประมาณน้อย เมื่อเทียบกับน้ำที่ไหลไปประจบกัน.
น้ำ ๒-๓ หยดที่เขาตักขึ้น ย่อมไม่ถึงซึ่งการนับ การเปรียบเทียบ หรือแม้ส่วน
เสี้ยว.
พ. ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย ทุกข์ของบุคคลผู้เป็นอริย-
สาวก ฯลฯ เธอทั้งหลายพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์
ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.
จบปฐมสัมเภชชสูตรที่ ๓
๔. ทุติยสัมเภชชสูตร
เปรียบทุกข์ที่หมดไปเท่ากับน้ำในแม่น้ำ
[๑๗๕๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนแม่น้ำใหญ่เหล่านี้ คือ
แม่น้ำคงคา ยมุนา อจิรวดี สรภู มหี ย่อมไหลไปไม่ขาดสายในที่ใด
น้ำนั้นพึงถึงความสิ้นไป หมดไป ยังเหลือน้ำ ๒-๓ หยด เธอทั้งหลายจะ
สำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เมื่อเทียบน้ำที่ไหลไปประจบกันซึ่งสิ้นไป หมดไป
กับน้ำ ๒-๓ หยดที่ยังเหลือ ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น้ำที่ไหลไปประจบกันซึ่งสิ้นไป หมดไป มากกว่า
น้ำ ๒-๓ หยดที่ยังเหลืออยู่ น้อยกว่า เมื่อเทียบกับน้ำที่ไหลไปประจบกัน
ซึ่งสิ้นไปหมดไปแล้ว น้ำ ๒-๓ หยดที่ยังเหลืออยู่ ย่อมไม่ถึงซึ่งการนับ การ
เปรียบเทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว.

483
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 484 (เล่ม 31)

พ. ฉันนั้นเหมือนกันภิกษุทั้งหลาย ทุกข์ของบุคคลผู้เป็นอริยสาวก
ฯลฯ เธอทั้งหลายพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ
นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.
จบทุติยสัมเภชชสูตรที่ ๔
๕. ปฐมปฐวีสูตร
เปรียบทุกข์ที่ยังเหลือเท่ากับก้อนดิน
[๑๗๕๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษเก็บก้อนดิน
ประมาณเท่าเมล็ดกระเบา ๗ ก้อนจากเเผ่นดินใหญ่ เธอทั้งหลายจะสำคัญความ
ข้อนั้นเป็นไฉน ก้อนดินประมาณเท่าเมล็ดกระเบา ๗ ก้อน ที่เขาเก็บไว้
กับแผ่นดินใหญ่ ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์
ผู้เจริญ แผ่นดินใหญ่มากกว่า ก้อนดินเท่าเมล็ดกระเบา ๗ ก้อนที่เขาเก็บไว้
มีประมาณน้อย เมื่อเทียบกับแผ่นดินใหญ่ ก้อนดินประมาณเท่าเมล็ดกระเบา
๗ ก้อนที่เขาเก็บไว้ ย่อมไม่ถึงซึ่งการนับ การเปรียบเทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว.
พ. ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย ทุกข์ของบุคคลผู้เป็นอริย-
สาวก ฯลฯ เธอทั้งหลายพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า
นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.
จบปฐมปฐวีสูตรที่ ๕

484
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 485 (เล่ม 31)

๖. ทุติยปฐวีสูตร
เปรียบทุกข์ที่หมดไปเท่ากับแผ่นดิน
[๑๗๕๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แผ่นดินใหญ่พึงถึงความสิ้นไปหมดไป
ยังเหลือก้อนดินประมาณเท่าเมล็ดกระเบา ๗ ก้อน เธอทั้งหลายจะสำคัญความ
ข้อนั้นเป็นไฉน ความหมดไป สิ้นไป ของแผ่นดินใหญ่ กับก้อนดินประมาณ
เท่าเมล็ดกระเบา ๗ ก้อนที่ยังเหลือ ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูล
ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แผ่นดินใหญ่ที่หมดไป สิ้นไป มากกว่า ก้อนดิน
ประมาณเท่าเมล็ดกระเบา ๗ ก้อนที่ยังเหลืออยู่ มีประมาณน้อย เมื่อเทียบกับ
แผ่นดินใหญ่ที่หมดไป สิ้นไป ก้อนดินประมาณเท่าเมล็ดกระเบา ๗ ก้อนที่ยัง
เหลืออยู่ ย่อมไม่ถึงซึ่งการนับ การเปรียบเทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว.
พ. ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย ทุกข์ของบุคคลผู้เป็นอริยสาวก
ฯลฯ เธอทั้งหลายพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ
ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.
จบทุติปฐวีสูตรที่ ๖
๗. ปฐมสมุททสูตร
เปรียบทุกข์ที่เหลือเท่ากับหยดน้ำ
[๑๗๕๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษตักน้ำมหาสมุทร
๒-๓ หยด เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน น้ำ ๒-๓ หยดที่เขา
ตักขึ้นกับน้ำในมหาสมุทร ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ น้ำในมหาสมุทรมากกว่า น้ำ ๒-๓ หยดที่เขาตักขึ้นมี

485
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 486 (เล่ม 31)

ประมาณน้อย เมื่อเทียบกับน้ำในมหาสมุทร น้ำ ๒-๓ หยดที่เขาตักขึ้น ย่อม
ไม่ถึงซึ่งการนับ การเปรียบเทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว.
พ. ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย ทุกข์ของบุคคลผู้เป็นอริยสาวก
ฯลฯ เธอทั้งหลายพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ
นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.
จบปฐมสมุททสูตรที่ ๗
๘. ทุติยสมุททสูตร
เปรียบทุกข์ที่หมดเท่ากับมหาสมุทร
[๑๗๕๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนมหาสมุทรพึงถึงความ
สิ้นไป หมดไป ยังเหลือน้ำ ๒-๓ หยด เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้น
เป็นไฉน น้ำในมหาสมุทรที่สิ้นไป หมดไป กับน้ำ ๒-๓ หยดที่ยังเหลือ
ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น้ำใน
มหาสมุทรที่สิ้นไปหมดไปมากกว่า น้ำ ๒-๓ หยดที่ยังเหลือมีประมาณน้อย
เมื่อเทียบกับน้ำในมหาสมุทรที่สิ้นไป หมดไป น้ำ ๒ - ๓ หยดที่ยังเหลือ ย่อม
ไม่ถึงซึ่งการนับ การเปรียบเทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว
พ. ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย ทุกข์ของบุคคลผู้เป็นอริยสาวก
ฯลฯ เธอทั้งหลายพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ
นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.
จบทุติยสมุททสูตรที่ ๘

486
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 487 (เล่ม 31)

๙. ปฐมปัพพตูปมสูตร
เปรียบทุกข์ที่เหลือเท่ากับก้อนหิน
[๑๗๕๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษเก็บก้อนหิน
ประมาณเท่าเมล็ดผักกาด ๗ ก้อนแห่งขุนเขาหิมวันต์ เธอทั้งหลายจะสำคัญ
ความข้อนั้นเป็นไฉน ก้อนหินประมาณเท่าเมล็ดผักกาด ๗ ก้อนที่เขาเก็บไว้
กับขุนเขาหิมวันต์ ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ ขุนเขาหิมวันต์มากกว่า ก้อนหินประมาณเท่าเมล็ดผักกาด
๗ ก้อนที่เขาเก็บไว้ มีประมาณน้อย เมื่อเทียบกับขุนเขาหิมวันต์ ก้อนหิน
ประมาณเท่าเมล็ดผักกาด ๗ ก้อนที่เขาเก็บไว้ ย่อมไม่ถึงซึ่งการนับ การเปรียบ
เทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว.
พ. ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย ทุกข์ของบุคคลผู้เป็นอริยสาวก
ฯลฯ เธอทั้งหลายพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ
นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.
จบปฐมปัพพตูปมสูตรที่ ๙
๑๐. ทุติยปัพพตูปมสูตร
เปรียบทุกข์ที่หมดไปเท่ากับขุนเขา
[๑๗๕๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนขุนเขาหิมวันต์พึงถึง
ความสิ้นไป หมดไป ยังเหลือกอันหินประมาณเท่าเมล็ดผักกาด ๗ ก้อน เธอ
ทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ขุนเขาหิมวันต์ที่สิ้นไป หมดไป กับ
ก้อนหินประมาณเท่าเมล็ดผักกาด ๗ ก้อนที่ยังเหลืออยู่ ไหนจะมากกว่ากัน
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขุนเขาหิมวันต์ที่สิ้นไป

487
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 488 (เล่ม 31)

หมดไป มากกว่า ก้อนหินประมาณเท่าเมล็ดผักกาด ๗ ก้อนที่ยังเหลืออยู่ มี
ประมาณน้อย เมื่อเทียบกับขุนเขาหิมวันต์ที่สิ้นไป หมดไป ก้อนหินประมาณ
เท่าเมล็ดผักกาด ๗ ก้อนที่ยังเหลืออยู่ ย่อมไม่ถึงซึ่งการนับ การเปรียบเทียบ
หรือแม้ส่วนเสี้ยว.
พ. ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย ทุกข์ของบุคคลผู้เป็นอริยสาวก
ผู้สมบูรณ์ด้วยทิฏฐิ ผู้ตรัสรู้ ผู้รู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกข-
นิโรธคามินีปฏิปทา ที่สิ้นไป หมดไป มากกว่า ที่ยังเหลือมีประมาณน้อย
ย่อมไม่ถึงซึ่งการนับ การเปรียบเทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว เมื่อเทียบกับกองทุกข์
อันมีในก่อนที่สิ้นไปหมดไป อย่างสูงเพียง ๗ ชาติ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า
นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.
จบทุติยปัพพตูปมสูตรที่ ๑๐
จบอภิสมยวรรคที่ ๖
อรรถกถาอภิสมยวรรคที่ ๖
อภิสมยวรรค ท่านให้พิสดารแล้ว ในอภิสมยสังยุต ในนิทาน
วรรคแล.
จบอรรถกถาอภิสมยวรรคที่ ๖
รวมพระสูตรที่มีในวรรคที่ คือ
๑. นขสิขาสูตร ๒. โปกขรณีสูตร ๓ . ปฐมสัมเภชชสูตร ๔
ทุติยสัมเภชชสูตร ๕. ปฐมปฐมวิสูตร ๖. ทุติยปฐวีสูตร ๗. ปฐมสมุททสูตร
๘. ทุติยสมุททสูตร ๙. ปฐมปัพพตูปมสูตร ๑๐. ทุติยปัพพตูปมสูตร

488
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 489 (เล่ม 31)

อามกธัญญเปยยาล ปฐมวรรค* ที่ ๗
๑. อัญญตรสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้เกิดในมนุษย์มีน้อย
[๑๗๕๗] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงช้อนฝุ่นเล็กน้อยไว้ใน
ปลายพระนขา แล้วตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้ง
หลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญ ความข้อนั้นเป็นไฉน ฝุ่นเล็กน้อยที่เราช้อนขึ้นไว้
ในปลายเล็บกันแผ่นดินใหญ่นี้ ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แผ่นดินใหญ่นี้แลมากกว่า ฝุ่นเล็กน้อยที่พระผู้มีพระ
ภาคเจ้าทรงช้อนไว้ในปลายพระนขามีประมาณน้อย เมื่อเทียบกับแผ่นดินใหญ่
ฝุ่นเล็กน้อยที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงข้อนั้นไว้ในปลายพระนขา ย่อมไม่ถึงซึ่งการ
นับ การเปรียบเทียบ หรือแม้ส่วนเสี้ยว.
พ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์กลับมาเกิดในหมู่
มนุษย์มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ลับมาเกิดนอกจากมนุษย์มีมากกว่า ข้อนั้น
เพราะเหตุไร เพราะไม่ได้เห็นอริยสัจ ๔ อริยสัจ ๔ เป็นไฉน คือ ทุกขอริยสัจ
ฯลฯ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแหละ
เธอทั้งหลายพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ
นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.
จบอัญญตรสูตรที่ ๑.
* อามกธัญญเปยยาล วรรคที่ ๗-๘-๙-๑๐ มีอรรถกถาแก้รวมกันไว้ตอนจบมหาวรรคสังยุต

489