พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ – หน้าที่ 294 (เล่ม 3)

บุรุษผู้มีชื่อนี้ ภิกษุรับคำ นำไปบอก และกลับมาบอก ต้องอาบัติ
สังฆาทิเสส...ขัณฑจักร...พัทธจักร...
ภาตุรักขิตาจักร จบ
๕. ภคินีรักขิตาจักร
นิกเขปบท
บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไปบอกสตรี
มีพี่น้องหญิงปกครองผู้มีชื่อนี้ว่า ข่าวว่า ขอท่านจงเป็นภรรยาสินไถ่ ของ
บุรุษผู้มีชื่อนี้ ภิกษุรบคำ นำไปบอก และกลับมาบอก ต้องอาบัติ-
สังฆาทิเสส...ขัณฑจักร...พัทธจักร...
ภคินีรักขิตาจักร จบ
๖. ญาติรักขิตาจักร
นิกเขปบท
บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไปบอกสตรี
มีญาติปกครองผู้มีชื่อนี้ว่า ข่าวว่า ขอท่านจงเป็นภรรยาสินไถ่ ของบุรุษ
ผู้มีชื่อนี้ ภิกษุรับคำ นำไปบอก และกลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆา-
ทิเสส...ขัณฑจักร...พัทธจักร...
ญาติรักขิตาจักร จบ

294
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ – หน้าที่ 295 (เล่ม 3)

๗. โคตตรักขิตาจักร
นิกเขปบท
บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไปบอกสตรี
มีโคตรปกครองผู้มีชื่อนี้ว่า ข่าวว่า ขอท่านจงเป็นภรรยาสินไถ่ ของ
บุรุษผู้มีชื่อนี้ ภิกษุรับคำ นำไปบอก และกลับมาบอก ต้องอาบัติ
สังฆาทิเสส...ขัณฑจักร...พัทธจักร...
๘. ธัมมรักขิตาจักร
นิกขปบท
บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไปบอกสตรี
มีธรรมคุ้มครองผู้มีชื่อนี้ว่า ข่าวว่า ขอท่านจงเป็นภรรยาสินไถ่ ของบุรุษ
ผู้มีชื่อนี้ ภิกษุรับคำ นำไปบอก และกลับมานอก ต้องอาบัติสังฆา.
ทิเสส...ขัณฑจักร...พัทธจักร...
ธัมมรักขิตาจักร จบ
๙. สารักขาจักร
นิกเขปบท
บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไปบอกสตรี
มีคู่หมั้นผู้มีชื่อนี้ว่า ข่าวว่า ขอท่านจงเป็นภรรยาสินไถ่ ของบุรุษผู้มีชื่อ

295
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ – หน้าที่ 296 (เล่ม 3)

นี้ ภิกษุรับคำ นำไปบอก และกลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส...
ขัณฑจักร...พัทธจักร...
สารักขาจักร จบ
๑๐. สปริทัณฑาจักร
นิกเขปบท
บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไปบอกสตรี
กฎหมายคุ้มครองผู้มีชื่อนี้ว่า ข่าวว่า ขอท่านจงเป็นภรรยาสินไถ่ ของ
บุรุษผู้มีชื่อนี้ ภิกษุรับคำ นำไปบอก และกลับมาบอก ต้องอาบัติ-
สังฆาทิเสส
บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไปบอกสตรี
กฎหมายคุ้มครองผู้มีชื่อนี้ว่า ข่าวว่า ขอท่านจงเป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความ
เต็มใจ ของบุรุษผู้มีชื่อนี้ ...
...เป็นภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ ของบุรุษผู้มีชื่อนี้ ...
...เป็นภรรยาที่อยู่เพราะผ้า ของบุรุษผู้มีชื่อนี้...
...เป็นภรรยาที่สมรส ของบุรุษผู้มีชื่อนี้ ...
...เป็นภรรยาที่ถูกปลงเทริด ของบุรุษผู้มีชื่อนี้...
...เป็นภรรยาที่เป็นทั้งคนใช้เป็นทั้งภรรยา ของบุรุษผู้มีชื่อนี้...
...เป็นภรรยาที่เป็นทั้งลูกจ้างเป็นทั้งภรรยา ของบุรุษผู้มีชื่อนี้...
...เป็นภรรยาเชลย ของบุรุษผู้มีชื่อนี้ ...
... เป็นภรรยาชั่วคราว ของบุรุษผู้มีชื่อนี้ ภิกษุรับคำ นำไปบอก
และกลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส.

296
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ – หน้าที่ 297 (เล่ม 3)

สปริทัณฑาจักร
ขัณฑจักร มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล
[๔๘๘] บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณ เจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไป
บอกสตรีมีกฎหมายคุ้มครองผู้มีชื่อนี้ ข่าวว่า ขอท่านจงเป็นภรรยาสิน-
ไถ่ และเป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความเต็มใจ ของบุรุษผู้มีชื่อนี้ ภิกษุรับคำ
นำไปบอก และกลับมานอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไปบอกสตรี
มีกฎหมายคุ้มครองผู้มีชื่อนี้ว่า ข่าวว่า ขอท่านจงเป็นภรรยาสินไถ่ และ
เป็นภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ ของบุรุษผู้มีชื่อนี้...
...เป็นภรรยาสินไถ่ และเป็นภรรยาที่อยู่เพราะผ้า...
...เป็นภรรยาสินไถ่ และเป็นภรรยาที่สมรส...
...เป็นภรรยาสินไถ่ และเป็นภรรยาที่ถูกปลงเทริด...
...เป็นภรรยาสินไถ่ และเป็นภรรยาที่เป็นทั้งคนใช้เป็นทั้งภรรยา...
...เป็นภรรยาสินไถ่ และเป็นภรรยาที่เป็นทั้งลูกจ้างเป็นทั้งภรรยา...
...เป็นภรรยาสินไถ่ และเป็นภรรยาเชลย...
...เป็นภรรยาสินไถ่ และเป็นภรรยาชั่วคราว ของบุรุษผู้มีชื่อนี้
ภิกษุรับคำ นำไปบอก และกลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
สปริทัณฑาจักร
พัทธจักร มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๑
[๔๕๙] บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไป
บอกสตรีมีกฎหมายคุ้มครองผู้มีชื่อนี้ว่า ข่าวว่า ขอท่านจงเป็นภรรยา

294
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ – หน้าที่ 298 (เล่ม 3)

ที่อยู่ด้วยความเต็มใจ และเป็นภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ ของบุรุษผู้มีชื่อนี้
ภิกษุรับคำ นำไปบอก และกลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไปบอกสตรี
มีกฎหมายคุ้มครองมีชื่อนี้ว่า ข่าวว่า ขอท่านจงเป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความ
เต็มใจ และเป็นภรรยาที่อยู่เพราะผ้า ของบุรุษผู้มีชื่อนี้...
...เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยยความเต็มใจ และเป็นภรรยาที่สมรส...
...เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความเต็มใจ และเป็นภรรยาที่ถูกปลงเทริด...
...เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความเต็มใจ และเป็นภรรยาที่เป็นทั้งคนใช้
เป็นทั้งภรรยา...
...เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความเต็มใจ และเป็นภรรยาที่เป็นทั้งลูกจ้าง
เป็นทั้งภรรยา...
...เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความเต็มใจ และเป็นภรรยาเชลย ...
...เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยยความเต็มใจ และเป็นภรรยาชั่วคราว...
. .. เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความเต็มใจ และเป็นภรรยาสินไถ่ ของ
บุรุษผู้มีชื่อนี้ ภิกษุรับคำ นำไปบอก และกลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆา-
ทิเสส.
มูลย่อ*
สปิทัณฑาจักร
พัทธจักร มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๙
[๔๖๐] บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไป
* พัทธจักรมีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๒-หมวดที่ ๘ ท่านย่อไว้.

298
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ – หน้าที่ 299 (เล่ม 3)

บอกสตรีมีกฎหมายคุ้มครองผู้มีชื่อนี้ว่า ข่าวว่า ขอท่านจงเป็นภรรยาชั่ว
คราว และเป็นภรรยาสินไถ่ ของบุรุษผู้มีชื่อนี้ ภิกษุรับคำ นำไปบอก
และกลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไปบอกสตรี
มีกฎหมายคุ้มครองผู้มีชื่อนี้ว่า ข่าวว่า ขอท่านจงเป็นภรรยาชั่วคราว และ
เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความเต็มใจ ของบุรุษผู้มีชื่อนี้.
...เป็นภรรยาชั่วคราว และเป็นภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ ของบุรุษ
ผู้มีชื่อนี้ ...
...เป็นภรรยาชั่วคราว และเป็นภรรยาที่อยู่เพราะผ้า ของบุรุษผู้มี
ชื่อนี้...
...เป็นภรรยาชั่วคราว และเป็นภรรยาที่สมรส ของบุรุษผู้มีชื่อนี้...
...เป็นภรรยาชั่วคราว และเป็นภรรยาที่ถูกปลงเทริด ของบุรุษผู้มี
ชื่อนี้ ...
...เป็นภรรยาชั่วคราว และเป็นภรรยาที่เป็นทั้งคนใช้เป็นทั้งภรรยา
ของบุรุษผู้มีชื่อนี้.. .
...เป็นภรรยาชั่วคราว และเป็นภรรยาที่เป็นทั้งลูกจ้างเป็นทั้งภรรยา
ของบุรุษผู้มีชื่อนี้...
... เป็นภรรยาชั่วคราว และเป็นภรรยาเชลย ของบุรุษผู้มีชื่อนี้
ภิกษุรับคำ นำไปบอก และกลับนาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
ขัณฑจักรและพัทธจักรแห่งสปริทัณฑาจักร
มีภรรยาคนหนึ่งเป็นมูล จบ

299
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ – หน้าที่ 300 (เล่ม 3)

[๔๖๑] ขัณฑจักร และพัทธจักรแห่งสปริทัณฑาจักร มีภรรยา ๒
คนเป็นมูล
ขัณฑจักร และพัทธจักร แห่งสปริทัณฑาจักร มีภรรยา ๓ คน
เป็นมูล
ขัณฑจักร และพัทธจักร แห่งสปริทัณฑาจักร มีภรรยา ๔ คน
เป็นมูล
ขัณฑจักร และพัทธจักร แห่งสปริทัณฑาจักร มีภรรยา ๕ คน
เป็นมูล
ขัณฑจักร และพัทธจักร แห่งสปริทัณฑาจักร มีภรรยา ๖ คน
เป็นมูล
ขัณฑจักร และพัทธจักร แห่งสปริทัณฑาจักร มีภรรยา ๗ คน
เป็นมูล
ขัณฑจักร และพัทธจักร แห่งสปริทัณฑาจักร มีภรรยา ๘ คน
เป็นมูล
ขัณฑจักร และพัทธจักร แห่งสปริทัณฑาจักร มีภรรยา ๙ คน
เป็นมูล
นักปราชญ์พึงทำตามแบบนี้แล.
สปริทัณฑาจักร
พัทธจักร มีภรรยา ๑๐ คนเป็นมูล
[๔๖๒] บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไป
บอกสตรีมีกฎหมายคุ้มครองผู้มีชื่อนี้ว่า ข่าวว่า ขอท่านจงเป็นภรรยา

300
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ – หน้าที่ 301 (เล่ม 3)

สินไถ่ เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความเต็มใจ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ
เป็นภรรยาที่อยู่เพราะผ้า เป็นภรรยาที่สมรส เป็นภรรยาที่ถูกปลงเทริด
เป็นภรรยาที่เป็นทั้งคนใช้เป็นทั้งภรรยา เป็นภรรยาที่เป็นทั้งลูกจ้างเป็น
ทั้งภรรยา เป็นภรรยาเชลย และเป็นภรรยาชั่วคราว ของบุรุษผู้มีชื่อนี้
ภิกษุรับคำ นำไปบอก และกลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส.
สปริทัณฑจักร จบ
อุภโตพัทธจักร
มีสตรีและภรรยารวมกันข้างละหนึ่ง
[๔๖๓] บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไป
บอกสตรีมีมารดาปกครองผู้มีชื่อนี้ว่า ข่าวว่า ขอท่านจงเป็นภรรยาสินไถ่
ของบุรุษผู้มีชื่อนี้ ภิกษุรับคำ นำไปบอก และกลับมาบอก ต้องอาบัติ
สังฆาทิเสส.
อุภโตพัทธกจักร
มีสตรีและภรรยารวมกันข้างละ ๒
บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไปบอกสตรี
มีมารดาปกครองผู้มีชื่อนี้ และสตรีมีบิดาปกครองผู้มีชื่อนี้ว่า ข่าวว่า ขอ
ท่านทั้งหลายจงเป็นภรรยาสินไถ่ และเป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความเต็มใจ
ของบุรุษผู้มีชื่อนี้ ภิกษุรับคำ นำไปบอก และกลับมาบอก ต้องอาบัติ
สังฆาทิเสส.

301
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ – หน้าที่ 302 (เล่ม 3)

อุภโตพัทธกจักร
มีสตรีและภรรยารวมกันข้างละ ๓
บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไปบอกสตรี
มีมารดาปกครองผู้มีชื่อนี้ สตรีมีบิดาปกครองผู้มีชื่อนี้ และสตรีผู้มีมารดา
บิดาปกครองผู้มีชื่อนี้ว่า ข่าวว่า ขอท่านทั้งหลายจงเป็นภรรยาสินไถ่
เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความเต็มใจ และเป็นภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ ของ
บุรุษผู้มีชื่อนี้ ภิกษุรับคำ นำไปบอก และกลับมาบอก ต้องอาบัติ
สังฆาทิเสส.
อุภโตพัทธกจักร มีสตรีและภรรยารวมกันข้างละ ๔
อุภโตพัทธกจักร มีสตรีและภรรยารวมกัน ข้างละ ๕
อุภโตพัทธกจักร มีสตรีและภรรยารวมกัน ข้างละ ๖
อุภโตพัทธกจักร มีสตรีและภรรยารวมกันข้างละ ๗
อุภโตพัทธกจักร มีสตรีและภรรยารวมกัน ข้างละ ๘
อุภโตพัทธกจักร มีสตรีและภรรยารวมกันข้างละ ๙
นักปราชญ์พึงทำตามแบบนี้แล.
อุภโตพัทธกจักร
มีสตรีและภรรยารวมกันข้างละ ๑๐
[๘๖๔] บุรุษวานภิกษุว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงไป
บอกสตรีมีมารดาปกครองผู้มีชื่อนี้ สตรีมีบิดาปกครองผู้มีชื่อนี้ สตรีมี
มารดาบิดาปกครองผู้มีชื่อนี้ สตรีมีพี่น้องชายปกครองผู้มีชื่อนี้ สตรีมีพี่

302
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ – หน้าที่ 303 (เล่ม 3)

น้องหญิงปกครองผู้มีชื่อนี้ สตรีมีญาติปกครองผู้มีชื่อนี้ สตรีมีโคตร
ปกครองผู้มีชื่อนี้ สตรีมีธรรมคุ้มครองผู้มีชื่อนี้ สตรีมีคู่หมั้นผู้มีชื่อนี้ และ
สตรีมีกฎหมายคุ้มครองผู้มีชื่อนี้ว่า ข่าวว่า ขอท่านทั้งหลายจงเป็นภรรยา
สินไถ่ เป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความเต็มใจ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ
เป็นภรรยาที่อยู่เพราะผ้า เป็นภรรยาที่สมรส เป็นภรรยาที่ถูกปลงเทริด
เป็นภรรยาที่เป็นทั้งคนใช้เป็นทั้งภรรยา เป็นภรรยาที่เป็นทั้งลูกจ้างเป็น
ทั้งภรรยา เป็นภรรยาเชลย และเป็นภรรยาชั่วคราว ของบุรุษผู้มีชื่อนี้
ภิกษุรับคำ นำไปบอก และกลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส.
อุภโตพัทธกจักร
ปุริสเปยยาล
๑. ปุริสมาตุจักร
นิกเขปบท
[๔๖๕] มารดาของบุรุษวานภิกษุว่า...ขัณฑจักร...พัทธจักร...
ปุริสมาตุจักร จบ
๒. ปุริสปิตุจักร
นิกเขปบท
บิดาของบุรุษวานภิกษุว่า...ขัณฑจักร...พัทธจักร...
ปุริสปิตุจักร จบ

303