จงปรินิพพานในบัดนี้เถิด ขอพระสุคตจงปรินิพพานในบัดนี้ เถิด บัดนี้ เป็น
เวลาปรินิพพานของพระผู้มีพระภาคเจ้า.
[๑๑๓๓] เมื่อมารกราบทูลอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัส
ตอบว่า ดูก่อนมารผู้มีบาป ท่านจงมีความขวนขวายน้อยเถิด การปรินิพพาน
แห่งตถาคตจักมีในไม่ช้า แต่นี้ล่วงไปอีก ๓ เดือนตถาคตจักปรินิพพาน.
[๑๑๓๔] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมีพระสติสัมปชัญญะ
ทรงปลงอายุสังขาร ณ ปาวาลเจดีย์ และเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปลง
อายุสังขารแล้ว ได้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ และเกิดขนพองสยองเกล้าน่าพึงกลัว
ทั้งกลองทิพย์ก็บันลือลั่น.
[๑๑๓๕] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว
ทรงเปล่งพระอุทานนี้ในเวลานั้น ความว่า
มุนี เมื่อเทียบเคียงนิพพาน และภพ
ได้ปลงเสียแล้วซึ่งธรรมอันปรุงแต่งภพ
ยินดีแล้วในภายใน มีจิตตั้งมั่นแล้ว ได้
ทำลายแล้วซึ่งข่าย คือกิเลสอันเกิดในตน
เปรียบดังเกราะ.
จบเจติยสูตรที่ ๑๐
จบปาวาลวรรคที่ ๑