สำนักของท่านพาไปกราบทูลพระศาสดา จึงได้เข้าไปหา เพราะความเคารพ
ในพระศาสดา และพระเถระ.
บทว่า นี้บาตรจีวรของท่าน ความว่า พระเถระกราบทูลแต่ละอย่าง
ดังนี้ว่า นี้บาตรสำหรับใช้สอยของท่าน นี้ผ้ากรองน้ำห่อธาตุของท่าน. แต่ใน
บาลีท่านกล่าวเพียงเท่านี้ว่า นี้บาตรจีวรของท่าน.
คำว่า ถ้อยคำอันดั้งเดิม คือ ถ้อยคำที่เป็นต้นทุน. มูล ท่าน
เรียกว่า ต้นทุน ดุจที่ท่านกล่าวไว้ว่า
ผู้มีปัญญา พิจารณาแล้ว ย่อมตั้งตน
ได้ด้วยต้นทุนแม้น้อย เหมือนคนก่อไฟ
น้อยฉะนั้น.
บทว่า เพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ความว่า เพื่อต้องการเฝ้า
พระผู้มีพระภาคเจ้า.
ถามว่า ก็พระจุนทะนี้ ไม่เคยเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าหรือ. ตอบว่า
ไม่เคยเห็นหามิได้ ด้วยว่าท่านผู้นี้ ย่อมไปที่บำรุงนั่นเทียววันละ ๑๘ ครั้ง คือ
กลางวัน ๙ ครั้ง กลางคืน ๙ ครั้ง แต่ท่านประสงค์จะไปวันละร้อยครั้ง
พันครั้งก็ไปหามิได้ เพราะไม่มีเหตุ ด้วยประการฉะนี้ จึงยกปัญหาหนึ่งเป็น
เหตุแล้วไป. วันนั้น ท่านประสงค์จะไปด้วยถ้อยคำซึ่งเป็นมูลเดิม จึง
กราบทูลอย่างนั้นว่า นี้บาตรจีวรของท่าน. ฝ่ายพระเถระ ก็กราบทูลชี้แจง
เฉพาะอย่างๆ ทีเดียวว่า นี้บาตรจีวรของท่าน และนี้ผ้ากรองน้ำห่อธาตุของท่าน.
พระศาสดาทรงเหยียดพระหัตถ์ รับเอาผ้ากรองน้ำห่อธาตุ วางไว้
บนฝ่าพระหัตถ์ ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาว่า ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นใด
วันก่อนทำปาฏิหาริย์หลายร้อยอย่าง ขออนุญาตปรินิพพาน บัดนี้ ธาตุทั้งหลาย
เปรียบด้วยสีสังข์เหล่านี้ของเธอปรากฏอยู่ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้บำเพ็ญบารมี