ส่วนภิกษุรูปใด เมื่อพูด ย่อมพูดมีสติสัมปชัญญะว่า ชื่อว่า เสียงนี้
ย่อมเกิดเพราะอาศัยริมฝีปาก เพราะอาศัยฟัน ลิ้นและเพดาน และเพราะ
อาศัยความประกอบแห่งจิต อันสมควรแก่เสียงนั้น ก็หรือทำการสาธยายหรือ
กล่าวธรรม ให้เปลี่ยนกัมมัฏฐาน หรือตอบปัญหาตลอดกาลนานแล้ว ในกาล
ต่อมา ก็นิ่งพิจารณาเห็นอยู่อย่างนี้ว่า รูปธรรมและอรูปธรรมอันเกิดขึ้นแล้ว
ในเวลาพูด ก็ดับในที่นี้แล้ว ดังนี้. นี้ชื่อว่า ทำความรู้สึกตัวในการพูด.
ภิกษุรูปใดนิ่ง ทำในใจถึงธรรม หรือกัมมัฏฐานแล้วตลอดกาลนาน
ในกาลย่อมา ย่อมพิจารณาเห็นอย่างนั้นว่า รูปธรรมและอรูปธรรมอันเป็นไปแล้ว
ในเวลานิ่ง ก็ดับในที่นี้แล้ว ดังนี้. เมื่อความเป็นไปแห่งอุปาทารูปมีอยู่
ชื่อว่า พูด. เมื่อไม่มีอยู่ ชื่อว่า เป็นผู้นิ่ง ดังนี้. นี้ชื่อว่า ทำความรู้สึกตัว
ในความนิ่งด้วยประการฉะนี้. ในข้อนี้เป็นอสัมโมหสัมปชัญญะ ความรู้สึกตัว
พึงทราบด้วยสามารถแห่งอสัมโมหสัมปชัญญะนั้นแล. ในพระสูตรนี้ พระผู้มี
พระภาคเจ้าตรัสสัมปชัญญะคลุกเคล้าด้วยสติปัฏฐานว่า เป็นบุพภาค ดังนี้.
จบอรรถกถาสติสูตรที่ ๒.