พระโมคคัลลานะ และมหาสาวก ๘๐ แทงตลอดซึ่งโลกุตรธรรมได้ด้วย
ความเพียรเท่านั้น ส่วนท่านดำเนินหรือไม่ดำเนินไปตามทางของสพรหมจารี
เหล่านั้น ดังนี้ วิริยสัมโพชฌงค์ก็ย่อมเกิดขึ้น.
แม้เมื่อหลีกเว้นบุคคลเกียจคร้านละความเพียรทางกายและทางจิตเสีย
เช่นงูเหลือมให้ท้องเต็มแล้วก็หยุด แม้คบหาบุคคลผู้ปรารภความเพียร มีใจ
เด็ดเดี่ยว แม้ผู้มีจิตน้อมไป โน้มไปและโอนไป เพื่อความเกิดขึ้นแห่งความ
เพียรในอิริยาบถมีการยืนและการนั่งเป็นต้น วิริยสัมโพชฌงค์ก็ย่อมเกิดขึ้น แต่
วิริยสัมโพชฌงค์นั้นที่เกิดขึ้นแล้วอย่างนั้น ย่อมเจริญเต็มที่ได้ด้วยอรหัตมรรค.
ธรรม ๑๑ ประการ ย่อมเป็นไปเพื่อความเกิดขึ้นแห่งปีติสัมโพชฌงค์
คือ ระลึกถึงพระพุทธคุณ ๑ ระลึกถึงพระธรรมคุณ ๑ ระลึกถึงพระสังฆคุณ ๑
ระลึกถึงศีล ๑ ระลึกถึงการบริจาค ๑ ระลึกถึงเทวดา ๑ ระลึกถึงคุณพระ-
นิพพาน ๑ ความหลีกเว้นคนเศร้าหมอง ๑ ความคบหาคนผ่องใส ๑ ความ
พิจารณาความแห่งพระสูตรอันชวนเลื่อมใส ๑ ความน้อมใจไปในปีตินั้น ๑.
เมื่อระลึกถึงพระพุทธคุณก็ดี ปีติสัมโพชฌงค์ย่อมเกิดขึ้นแผ่ไปทั่วสรีระ
จนถึงอุปจาระ เมื่อระลึกพระธรรมคุณ พระสังฆคุณก็ดี บรรพชิตผู้พิจารณา
เห็นจตุปาริสุทธิศีล ที่ตนรักษาอยู่ ไม่ขาดตลอดกาลนานก็ดี คฤหัสถ์พิจารณา
ศีลอยู่ก็ดี ผู้ถวายโภชนะอันประณีตในคราวทุพภิกขภัยเป็นต้น แก่สพรหมจารี
แล้ว พิจารณาเห็นจาคะว่า เราได้ถวายโภชนะชื่ออย่างนี้อยู่ก็ดี แม้คฤหัสถ์
พิจารณาเห็นทานอันตนถวายแก่ผู้มีศีลทั้งหลาย ในกาลเห็นปานนี้ก็ดี คน
ประกอบด้วยคุณเหล่าใด ถึงความเป็นเทวดา เมี่อพิจารณาเห็นความที่คุณ
เห็นปานนั้นมีอยู่ในคนก็ดี เมื่อพิจารณาเห็นว่า กิเลสที่ข่มไว้ได้ด้วยสมาบัติ
ไม่ฟุ้งซ่านเลยถึง ๖๐ ปี ถึง ๗๐ ปี ดังนี้ก็ดี เมื่อหลีกเว้น บุคคลที่เศร้าหมอง
เหมือนธุลีบนหลังลา โดยไม่มีความเลื่อมใสและเยื่อใยในพระพุทธเจ้าเป็นต้น