ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 168 (เล่ม 30)

อรรถกถาวิธาสูตร
บทว่า วิธา ได้แก่ ส่วนแห่งมานะ หรือการตั้งไว้ซึ่งมานะ. บทว่า
เสยฺโยหมสฺมีติ วิธา ได้แก่ ส่วนแห่งมานะหรือการตั้งไว้ซึ่งมานะอย่างนี้ว่า
เราเป็นผู้ประเสริฐกว่าเขา.
จบอรรถกถาวิธาสูตรที่ ๙
๑๐. อาสวสูตร*
อาสวะ ๓
[๓๑๕] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อาสวะ ๓ อย่างนี้
๓ อย่างเป็นไฉน คือ กามาสวะ ๑ ภวาสวะ ๑ อวิชชาสวะ ๑ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย อาสวะ ๓ อย่างนี้.
[๓๑๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละอาสวะ ๑ อย่าง
นี้แล ฯลฯ ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๙
จบอาสวสูตรที่ ๑๐
* สูตรที่ ๑๐ - ๑๔ไม่มีอรรถกถาแก้.

168
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 169 (เล่ม 30)

๑๑. ภพสูตร
ภพ ๓
[๓๑๗] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภพ ๓ อย่างนี้ ๓ อย่าง
เป็นไฉน คือ กามภพ ๑ รูปภพ ๑ อรูปภพ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภพ ๓
อย่างนี้แล.
[๓๑๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อกำ หนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละภพ ๓ อย่างนี้แล ฯลฯ
ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยมรรค ๘ นี้ ฯลฯ
จบภวสูตรที่ ๑๑
๑๒. ทุกขตาสูตร
ความเป็นทุกข์ ๓
[๓๑๙] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความเป็นทุกข์ ๓ อย่าง
นี้ ๓ อย่างเป็นไฉน คือ ความเป็นทุกข์เกิดจากความไม่สบายกาย ๑ ความ
เป็นทุกข์เกิดจากสังขาร ความเป็นทุกข์เกิดจากความแปรปรวน ๑ ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย ความเป็นทุกข์ ๓ อย่างนี้แล.
[๓๒๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำ หนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละความเป็นทุกข์
๓ อย่างนี้แล ฯลฯ ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ฯลฯ
จบทุกขตาสูตรที่ ๑๒

169
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 170 (เล่ม 30)

๑๓. ขีลสูตร
เสาเขื่อน ๓
[๓๒๑] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เสาเขื่อน ๓ อย่างนี้ ๒
อย่างเป็นไฉน ได้แก่เสาเขื่อนคือราคะ ๑ โทสะ ๑ โมหะ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้ง
หลาย เสาเขื่อน ๓ อย่างนี้แล.
[๓๒๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละเสาเขื่อน ๓
อย่างนี้แล ฯลฯ ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ฯลฯ
จบขีลสูตรที่ ๑๓
๑๔. มลสูตร
มลทิน ๓
[๓๖๓] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มลทิน ๓ อย่างนี้ ๓
อย่างเป็นไฉน ได้แก่มูลทิน คือ ราคะ ๑ โทสะ ๑ โมหะ ๑ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย มลทิน ๓ อย่างนี้แล. .
[๓๖๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละมลทิน ๓ อย่าง
นี้แล ฯลฯ ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ฯลฯ
จบมลสูตรที่ ๑๔

170
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 171 (เล่ม 30)

๑๕. นิฆสูตร
ทุกข์ ๓
[๓๒๕] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทุกข์ ๓ อย่างนี้ ๓
อย่างเป็นไฉน ได้แก่ทุกข์ คือ ราคะ ๑ โทสะ ๑ โมหะ ๒ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย ทุกข์ ๓ อย่างนี้แล.
[๓๒๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละทุกข์ ๓ อย่างนี้
แล ฯลฯ ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ฯลฯ
จบนิฆสูตรที่ ๑๕
อรรถกถานิฆสูตร
บทว่า นีฆา ได้แก่ทุกข์. ก็ในบทนี้มีคำอธิบายว่า ทุกข์ทั้งหลาย
เกิดแก่บุรุษ ย่อมทำลายบุรุษนั้นเสีย เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า นิฆา. สูตรที่
เหลือในวรรคนี้ง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถานิฆสูตรที่ ๑๕

171
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 172 (เล่ม 30)

๑๖. เวทนาสูตร
เวทนา ๓
[๓๒๗] สาวัตถีนิทาน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เวทนา ๓ อย่างนี้ ๓
อย่างเป็นไฉน คือ สุขเวทนา ๑ ทุกขเวทนา ๑ อทุกขมสุขเวทนา ๑ ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย เวทนา ๓ อย่างนี้แล.
[๓๒๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำ หนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละเวทนา ๓ อย่าง
นี้แล ฯลฯ ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ฯลฯ
จบเวทนาสูตรที่ ๑๖
๑๒. ปฐมตัณหาสูตร
ตัณหา ๓
[๓๒๙] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตัณหา ๓ อย่างนี้ ๓
อย่างเป็นไฉน คือ กามตัณหา ๑ ภวตัณหา ๑ วิภวตัณหา ๑ ดูก่อนภิกษุทั้ง
หลาย ตัณหา ๓ อย่างนี้แล.
[๓๓๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละตัณหา ๓ อย่าง
นี้แล อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ
ในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ

172
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 173 (เล่ม 30)

น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อภัยวิราคะ
อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูก่อนภิกษุทั้งกลาย ภิกษุย่อมเจริญอริยมรรค
อันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อ-
ละตัณหา ๓ อย่างนี้แล.
จบปฐมตัณหาสูตรที่ ๑๗
๑๘. ทุติยตัณหาสูตร
ตัณหา ๓
[๓๓๑] สาวัตถีนิทาน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตัณหา ๓ อย่างนี้ ฯลฯ
[๓๓๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำ หนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละตัณหา ๓ อย่าง
นี้แล อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ
ในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำ จัด
โทสะเป็นที่สุด มีอันกำ จัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ มีอัน
กำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำ จัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำ จัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ
ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็น
ที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า
มีอมตะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่
นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันน้อมไปสู่นิพพาน

173
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 174 (เล่ม 30)

โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญ
อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อควารมสิ้นไป
เพื่อละตัณหา ๓ อย่างนี้แล ฯลฯ
จบทุติยตัณหาสูตรที่ ๑๘
จบเอสนาวรรคที่ ๑๒
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปฐมเอสนาสูตร ๒. ทุติยเอสนาสูตร ๓. ตติยเอสนาสูตร
๔. จตุตถเอสนาสูตร ๕. ปัญจมเอสนาสูตร ๖. ฉัฏฐเอสนาสูตร ๗. สัตตม-
เอสนาสูตร ๘. อัฏฐมเอสนาสูตร ๙. วิธาสูตร ๑๐. อาสวสูตร ๑๑. ภวสูตร
๑๒. ทุกขตาสูตร ๑๓. ขีลสูตร ๑๔. มลสูตร ๑๕. นิฆสูตร ๑๖. เวทนาสูตร
๑๗. ปฐมตัณหาสูตร ๑๘. ทุติยตัณหาสูตร

174
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 175 (เล่ม 30)

โอฆวรรคที่* ๑๓
๑. โอฆสูตร
โอฆะ ๔
[๓๓๓] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โอฆะ ๔ อย่างนี้ ๔
อย่างเป็นไฉน ได้แก่โอฆะคือกาม ๑ โอฆะคือภพ ๑ โอฆะคือทิฏฐิ ๑
โอฆะคืออวิชชา ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โอฆะ อย่างนี้แล
[๓๓๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละโอฆะ ๔ อย่าง
นี้แล ฯลฯ ภิกษุควรเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ฯลฯ
จบโอฆสูตรที่ ๑
๒. โยคสูตร
โอคะ ๔
[๓๓๕] สาวัตถีนิทาน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โยคะ ๔ อย่างนี้ ๔
อย่างเป็นไฉน. ได้แก่โยคะคือกาม ๑ โยคะคือภพ ๑ โยคะคือทิฏฐิ โยคะ
คืออวิชชา ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โยคะ ๔ อย่างนี้แล.
* อรรถกถาวรรคนี้ แก้ไว้รวมกัน.

175
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 176 (เล่ม 30)

[๓๓๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละประโยคะ ๔ อย่าง
นี้แล ฯลฯ ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ฯลฯ
จบโยคสูตรที่ ๒
๓. อุปาทานสูตร
อุปาทาน ๔
[๓๓๗] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อุปาทาน ๔ อย่างนี้
๔ อย่างเป็นไฉน ได้แก่อุปาทานคือกาม ๑ อุปาทานคือทิฏฐิ ๑ อุปาทาน
คือศีลและพรต ๑ อุปาทานคืออัตตวาทะ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อุปาทาน
อย่างนี้แล.
[๓๓๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำ หนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละอุปาทาน
อย่างนี้แล ฯลฯ ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ฯลฯ
จบอุปาทานสูตรที่ ๓

176
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 177 (เล่ม 30)

๔. คันถสูตร
คันถะ ๔
[๓๓๙] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คันถะ ๔ อย่างนี้ ๔
อย่างเป็นไฉน ได้แก่กายคันถะคืออภิชฌา ๑ กายคันถะคือกาบาท ๑ กาย-
คันถะคือสีลัพพตปรามาส ๑ กายคันถะคืออิทังสัจจาภินิเวส ๑* ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย คันถะ ๔ อย่างนี้.
[๓๔๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำ หนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละคันถะ ๔ อย่าง
นี้แล ฯลฯ ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ฯลฯ
จบคันถสูตรที่ ๔
๕. อนุสยสูตร
อนุสัย ๗
[๓๔๑] สาวัตถีนิทาน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนุสัย ๗ อย่างนี้ ๗
อย่างเป็นไฉน ได้แก่อนุสัยคือกามราคะ อนุสัยคือปฏิฆะ ๑ อนุสัยคือ
ทิฏฐิ ๑ อนุสัยคือวิจิกิจฉา ๑ อนุสัยคือมานะ ๑ อนุสัยคือภวราคะ ๑ อนุสัย
คือวิชชา ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนุสัย ๗ อย่างนี้แล.
* ความยึดมั่นว่าสิ่งนี้จริง.

177