ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 158 (เล่ม 30)

อรรถกถาอาคันตุกาคารสูตร
บทว่า อาคนฺตุกาคารํ ได้แก่เรือนรับรองแขกที่ผู้ต้องการบุญสร้างไว้
ท่ามกลางเมือง แม้พระราชาและมหาอำมาตย์ของพระราชาก็สามารถเข้าไปพัก
อาศัยได้. บทว่า อภิญฺญา ปริญฺเญยฺย ความว่า เหมือนอย่างว่า การอยู่
ของกษัตริย์เป็นต้นผู้มาจากทิศ มีทิศตะวันออกเป็นต้นเหล่านั้น ย่อมสำเร็จ
ได้ในเรือนรับรองฉันใด ภิกษุทั้งหลายย่อมสำเร็จด้วยการเจริญอริยมรรคอัน
เป็นสมาธิวิปัสสนา ด้วยการกำหนดรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งเป็นต้นแห่งธรรม
ทั้งหลายมีอาทิว่า อภิญฺญา ปริญฺเญยฺย แม้เหล่านี้ก็ฉันนั้น ด้วยเหตุนั้น
ท่านจึงกล่าวคำนี้ไว้.
จบอรรถกถาอาคันตุกาควรสูตรที่ ๑๔
๑๕. นทีสูตร
ไม่มีผู้สามารถให้ผู้เจริญอริยมรรคกลับเป็นคนเลวได้
[๒๙๖] สาวัตถีนิทาน. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำคงคาไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีน
บ่าไปสู่ทิศปราจีน ครั้งนั้น หมู่มหาชนพากันถือเอาจอบและตะกร้ามาด้วย
ประสงค์ว่า พวกเราจักทำการทดแม่น้ำคงคานี้ให้ไหลกลับ ให้หลั่งกลับ ให้
บ่ากลับ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน

158
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 159 (เล่ม 30)

หมู่มหาชนนั้นจะพึงทาการทดแม่น้ำคงคาให้ไหลกลับ ให้หลงกลับ ให้บ่ากลับ
ได้ละหรือ
ภิกษาเหล่านั้นกราบทูลว่า ไม่ได้ พระเจ้าข้า.
พ. ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร
ภิ. เพราะแม่น้ำคงคาไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีน บ่า-
ไปสู่ทิศปราจีน การที่จะทำการทดแม่น้ำคงคาให้ไหลกลับ ให้หลั่งกลับ ให้
บ่ากลับ มิใช่กระทำได้ง่าย แต่หมู่มหาชนพึงเป็นผู้มีส่วนแห่งความลำบาก
ยากแค้นแน่นอน.
พ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระราชา มหาอำมาตย์ของพระราชา
มิตรสหาย หรือญาติสาโลหิต จะพึงเชื้อเชิญภิกษุผู้เจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ ผู้กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ด้วยโภคะ
ทั้งหลาย เพื่อนำไปตามใจว่า ดูก่อนบุรุษผู้เจริญ เชิญท่านมาเถิด ท่านจะ
นุ่งห่มผ้ากาสายะเหล่านี้ทำไม ท่านจะเป็นคนโล้นถือกระเบื้องเที่ยวไปทำไม
ท่านจงสึกมาบริโภคโภคะและกระทำบุญเถิด ภิกษุผู้เจริญอริยมรรคอัน
ประกอบด้วยองค์ ๘ ผู้กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นั้น
จักลาสิกขาสีกออกเป็นคฤหัสถ์ ข้อนี้มิใช่ฐานะที่จะมีได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร
เพราะว่าจิตที่น้อมไปในวิเวก โน้มไปในวิเวก โอนไปในวิเวก ตลอดกาลนาน
นั้น จักสึกออกมาเป็นคฤหัสถ์ ข้อนี้มิใช่ฐานะที่จะมีได้.
[๒๙๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก
อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ

159
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 160 (เล่ม 30)

อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย ภิกษุย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มาก
ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบนทีสูตรที่ ๑๕
จบพลกรณียวรรคที่ ๑๑
อรรถกถา
นทีสูตร มีนัยดังกล่าวในหนหลังนั้นแล.
จบอรรถกถาพลกณณียวรรค
รวมพระสูตที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปฐมพลกรณียสูตร ๒. ทุติยพลกรณียสูตร ๓. ตติยพลกรณีย
สูตร ๔. จตุตถพลกรณียสูตร ๕. พีชสูตร ๖. นาคสูตร ๗. รุกขสูตร
็๘. กุมภสูตร ๙. สุกกสูตร ๑๐. อากาลสูตร ๑๑. ปฐมเมฆสูตร ๑๒.
ทุติยเมฆสูตร ๑๓. นาวาสูตร ๑๔. อาคันตุกาคารสูตร ๑๕. นทีสูตร
พร้อมทั้งอรรถกถา.

160
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 161 (เล่ม 30)

เอสนาวรรคที่ ๑๒
๑. ปฐมเอสนาสูตร
การแสวงหา ๓
[๒๙๘] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้
๒ อย่างเป็นไฉน คือ การแสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การแสวงหา
พรหมจรรย์ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.
[๒๙๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อความรู้ยิ่งซึ่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล อริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย. ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญ
สัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ
ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปใน
การสละ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอัน ประกอบด้วยองค์
๘ นี้ เพื่อรู้ยิ่งซึ่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.
จบปฐมเอสนาสูตรที่ ๑

161
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 162 (เล่ม 30)

เอสนาวรรควรรณนาที่ ๑๒
อรรถกถาปฐมเอสนาสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในเอสนาวรรค. ( ปฐมเอสนาสูตรที่ ๑ )
บทว่า กาเมสนา ได้แก่ การแสวงหา ค้นหา เที่ยวหา ปรารถนา
กามทั้งหลาย. บทว่า ภเวสนา ได้แก่ การแสวงหาภพทั้งหลาย. บทว่า
พฺรหฺมจริเยสนา ได้แก่ การแสวงหาพรหมจรรย์กล่าวคือมิจฉาทิฏฐิ
จบอรรถกถาปฐมเอสนาสูตรที่ ๑
๒. ทุติยเอสนาสูตร*
การแสวงหา ๑
[๓๐๐] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การเเสวงหา ๓ อย่าง
นี้ ๓ อย่างเป็นไฉน คือ การแสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การ
แสวงหาพรหมจรรย์ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลง การแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.
[๓๐๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่งซึ่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล อริยมรรคอันประกอบด้วย
องค์ ๘ เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญ
สัมมาทิฏฐิ มีอันกำ จัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำ จัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำ จัด
โมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอัน
* ตั้งแต่สูตรที่ ๒ - ๘ ไม่มีอรรถกถาแก้

162
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 163 (เล่ม 30)

กำ จัดโมหะเป็นที่สุด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ นี้ เพื่อรู้ยิ่งซึ่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.
จบทุติยเอสนาสูตรที่ ๒
๓. ตติยเอสนาสูตร
การแสวงหา ๓
[๓๐๒] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลง การแสวงหา ๓ อย่าง
นี้ ๓ อย่างเป็นไฉน คือ การแสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การแสวงหา
พรหมจรรย์ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.
[๓๐๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่งซึ่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล อริยมรรคอันประกอบด้วย
องค์ ๘ เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญ
สัมมาทิฏฐิ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด ฯลฯ
ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็น
ที่สุด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้
เพื่อรู้ยิ่งซึ่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.
จบตติยเอสนาสูตรที่ ๓

163
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 164 (เล่ม 30)

๔. จตุตถเอสนาสูตร
การแสวงหา ๓
[๓๐๔] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้
๓ อย่างเป็นไฉน คือ การแสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การแสวงหา
พรหมจรรย์ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.
[๓๐๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์
๘ เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ
อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฯลฯ ย่อมเจริญ
สัมมาสมาธิ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ เพื่อรู้ยิ่ง
ซึ่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.
จบจตุตถเอสนาสูตรที่ ๔
๕. ปัญจมเอสนาสูตร
การแสวงหา ๓
[๓๐๖] สาวัตถีนิทาน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้
๓ อย่างเป็นไฉน คือ การแสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การแสวงหา
พรหมจรรย์ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.

164
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 165 (เล่ม 30)

[๓๐๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อกำหนดรู้ซึ่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ เพื่อกำ หนดรู้ซึ่งการ
แสวงหา ๓ อย่างนี้แล.
จบปัญจมเอสนาสูตรที่ ๕
๖. ฉัฏฐเอสนาสูตร
การแสวงหา ๓
[๓๐๘] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้
๓ อย่างเป็นไฉน คือ การแสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การแสวงหา
พรหมจรรย์ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้แล ฯลฯ
จบฉัฏฐเอสนาสูตรที่ ๖
๗. สัตตมเอสนาสูตร
การแสวงหา ๓
[๓๐๙] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้
๓ อย่างเป็นไฉน คือ การแสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การแสวงหา
พรหมจรรย์ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.

165
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 166 (เล่ม 30)

[๓๑๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อความสิ้นไปแห่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล ฯลฯ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ เพื่อความสิ้น
ไปแห้งการแสวงหา ๓ อย่างนี้ ฯลฯ
จบสัตตมเอสนาสูตรที่ ๗
๘. อัฏฐมเอสนาสูตร
การแสวงหา ๓
[๓๑๑] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่าง
นี้ ๓ อย่างเป็นไฉน คือ การแสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การแสวงหา
พรหมจรรย์ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.
[๓๑๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อละการแสวง ๓ อย่างนี้แล อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ
อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญ
สัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ เพื่อ
ละการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.
จบอัฏฐมเอสนาสูตรที่ ๘

166
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 167 (เล่ม 30)

๙. วิธาสูตร
การถือตัว ๓
[๓๑๓] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การถือตัว ๓ อย่างนี้
๓ อย่างเป็นไฉน คือ การถือตัวว่า เราประเสริฐกว่าเขา ๑ เราเสมอเขา ๑
เราเลวกว่าเขา ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การถือตัว ๓ อย่างนี้แล.
[๓๑๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละการถือตัว ๓
อย่างนี้แล อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัย
นิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัย
ราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจริญ
อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำ หนดรู้ เพื่อความสิ้น
ไป เพื่อละการถือตัว ๓ อย่างนี้แล.
จบวิธาสูตรที่ ๙

167