ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 148 (เล่ม 30)

๗. รุกขสูตร *
ผู้เจริญอริยมรรคน้อมไปสู่นิพพาน เหมือนต้นไม้ล้มลงทางที่โอน
[๒๗๖] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ต้นไม้น้อมไปสู่ทิศ
ปราจีน โน้มไปสู่ทิศปราจีน โอนไปสู่ทิศปราจีน ต้นไม้นั้นเมื่อถูกตัดราก
เสียแล้ว จักล้มลงทางทิศที่มันน้อม โน้ม โอนไป เเม้ฉันใด ภิกษุเจริญ
อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วย
องค์ ๘ ย่อมเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน
ฉันนั้นเหมือนกัน
[๒๗๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วย
องค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ย่อม
เป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูก่อนภิกษุทั้ง
หลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ
อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย้อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก
อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ
เจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล ย่อมเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอน
ไปสู่นิพพาน.
จบรุกขสูตรที่ ๗
* สูตรที่ ๗ ไม่มีอรรถกถาแก้

148
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 149 (เล่ม 30)

๘. กุมภสูตร
ผู้เจริญอริยมรรคย่อมระบายอกุศลธรรม
[๒๗๘] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย หม้อที่คว่ำย่อมทำให้
น้ำไหลออกอย่างเดียว ไม้ท้าให้กลับไหลเข้า แม่ฉันใด ภิกษุเจริญอริยมรรค
อันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อม
ระบายอกุศลธรรมอันลามกออกอย่างเดียว ไม่ให้กลับคืนมาได้ ฉันนั้นเหมือน
กัน.
[๒๗๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วย
องค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า. ย่อม
ระบายอกุศลธรรมอันลามกออกอย่างเดียว ไม่ให้กลับคืนมาได้ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย้อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัย
วิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อัน
อาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอัน
ประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล ย่อมระบายอกุศลธรรมอันลามกออกอย่างเดียว
ไม่ให้กลับคืนมาได้.
จบกุมภสูตรที่ ๘

149
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 150 (เล่ม 30)

อรรถกถากุมภสูตร
บทว่า กุมฺโภ ได้แก่ หม้อน้ำ. บทว่า โน ปจฺจาวมติ คือ
น้ำไม่กลับเข้าไป. อธิบายว่า ไม่ไหลเข้าภายใน.
จบอรรถกถากุมภสูตรที่ ๘
๙. สุกกสูตร*
ทิฏฐิที่ตั้งไว้ชอบย่อมทำงายอวิชชา
[๒๘๐] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เดือยข้าวสาลีหรือเดือย
ข้าวยวะ ตั้งไว้เหมาะ มือหรือเท้าย่ำเหยียบแล้ว จักทำลายมือหรือเท้า หรือ
ว่าจักให้ห้อเลือด ข้อนี้เป็นฐานะที่มีได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะเดือยตั้ง
ไว้เหมาะ แม้ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกัน จักทำลายอวิชชา จักยังวิชชา
ให้เกิด จักกระทำให้แจ้งซึ่งนิทาน เพราะทิฏฐิที่ตั้งไว้ชอบ เพราะมรรค
ภาวนาตั้งไว้ชอบ ข้อนี้เป็นฐานะที่มีได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะทิฏฐิที่
ตั้งไว้ชอบ.
[๒๘๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุย่อมทำลายอวิชชา ย้อมยังวิชชา
ให้เกิด ย่อมทำนิพพานให้แจ้ง เพราะทิฏฐิที่ตั้งไว้ชอบ เพราะมรรคภาวนาที่
ตั้งไว้ชอบอย่างไร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญ
สัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ
* สูตรที่ ๙. ไม่มีอรรถกถาแก้

150
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 151 (เล่ม 30)

ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปใน
การสละ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษาย่อมทำลายอวิชชา ย้อมยังวิชชาให้เกิด
ย่อมทำนิพพานให้แจ้ง เพราะทิฏฐิที่ตั้งไว้ชอบ เพราะมรรคภาวนาที่ตั้งไว้ชอบ
อย่างนี้แล.
จบสุกกสูตรที่ ๙
๑๐. อากาสสูตร
ผู้เจริญอริยมรรคย่อมทำสติปัฏฐานให้บริบูรณ์
[๒๘๒] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลมหลายชนิดพัดไป
ในอากาศคือ ลมตะวันออกบ้าง ลมตะวันตกบ้าง ลมเหนือบ้าง ลมใต้บ้าง
ลมมีธุลีบ้าง ลมไม่มีธุลีบ้าง ลมหนาวบ้าง ลมร้อนบ้าง ลมพัดเบา ๆ บ้าง
ลมพัดแรงบ้าง แม้ฉันใด เมื่อภิกษุเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
เมื่อกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ สติปัฏฐาน ๔ ย้อมถึง
ความเจริญบริบูรณ์บ้าง สัมมัปปธาน ๔ ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์บ้าง
อิทธิบาท ๔ ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์บ้าง อินทรีย์ ๕ ย่อมถึงความเจริญ
บริบูรณ์บ้าง พละ ๕ ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์บ้าง โพชฌงค์ ๗ ย่อมถึง
ความเจริญบริบูรณ์บ้าง ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๘๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า สติ
ปัฏฐาน ๔ จึงถึงความเจริญบริบูรณ์บ้าง สัมมัปปธาน ๔ . . . อิทธิบาท ๔ . . .
อินทรีย์ ๕ . . . พละ ๕ . . . โพชฌงค์ ๗ จึงถึงความเจริญบริบูรณ์บ้าง ดู

151
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 152 (เล่ม 30)

ก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก
อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อัน
อาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่ง
อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล สติปัฏฐาน ๔ ย่อมถึงความเจริญ
บริบูรณ์บ้าง สัมมัปปธาน ๔ . . . อิทธิบาท ๔ . . . อินทรีย์ ๕ . . . พละ ๕ . . .
โพชฌงค์ ๗ ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์บ้าง.
จบอากาสสูตรที่ ๑๐
อรรถกถาอากาสสูตร
บทว่า ปุรตฺถิมา ได้แก่ ลมมาจากทิศตะวันออก. แม้ในทิศตะวัน
ตกเป็นต้น ก็มีนัยนี้เหมือนกัน บทว่า จตฺตาโรปิ สติปฏฺฐานา ความ
ว่า เหมือนอย่างว่า การรวมประเภทของทิศมีทิศตะวันออกเป็นต้นเหล่านั้น
สำเร็จลงได้ในอากาศ ฉันใด โพธิปักขิยธรรมที่ท่านกล่าวไว้โดยนัยมีอาทิว่า
จตฺตาโร สติปฎฺฐานา ดังนี้ แม้ในที่นี้ก็ฉันนั้น ย้อมสำเร็จลงได้ด้วยการ
เจริญอริยมรรค อันเป็นมหาวิปัสสนา. ด้วยเหตุนั้นท่านจึงกล่าวคำนี้ไว้.
จบอรรถกถาอากาสสูตรที่ ๑๐

152
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 153 (เล่ม 30)

๑๑. ปฐมเมฆสูตร
ผู้เจริญอริยมรรคทำอกุศลธรรมให้สงบโดยพลัน
[๒๘๔] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฝุ่นละอองอันตั้งขึ้นใน
เดือนท้ายแห้งฤดูร้อน เมฆก้อนใหญ่ที่เกิดในสมัยมิใช่กาล ย่อมยังฝุ่นละออง
นั้นให้หายราบไปได้โดยพลัน แม้ฉันใด ภิกษุเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมยังอกุศล
ธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้วให้หายสงบไปได้โดยพลัน ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๘๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซี่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า จึง
ให้อกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้ว หายสงบไปได้โดยพลัน ดูก่อนภิกษุทั้ง
หลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ
อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก
อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อ
เจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล จึงให้อกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้ว หายสงบไป
ได้โดยพลัน.
จบปฐมเมฆสูตรที่ ๑๑

153
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 154 (เล่ม 30)

อรรถกถาปฐมเมฆสูตร
บทว่า คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส ได้แก่ ในเดือน ๘. บทว่า
อุปหตํ ได้แก่ ฝุ่นละอองถูกสัตว์สองเท้า สี่เท้าเหยียบย่ำตั้งขึ้นในพื้นดินเป็น
สายตลบไปเบื้องบนงไปในอากาศ. บทว่า รโชชลฺลํ ได้แก่ ฝุ่นละออง.
จบอรรถกถาปฐมเมฆสูตรที่ ๑๑
๑๒. ทุติยเมฆสูตร
ผู้เจริญอริยมรรคทำอกุศลธรรมให้สงบให้ระหว่างโดยพลัน
[๒๘๖] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลมแรงย่อมยังมหา-
เมฆอันเกิดขึ้นแล้วให้หายหมดไปได้ในระหว่างนั่นเอง แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อ
เจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ ย่อมยังอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้ว ให้หายสงบไปในระหว่าง
ได้โดยพลัน ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๘๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอิริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า จึง
ให้อกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้ว หายสงบไปในระหว่างได้ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฎฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัย
วิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อาศัย
วิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอัน

154
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 155 (เล่ม 30)

ประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล จึงให้อกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้วหาย
สงบไปในระหว่างได้โดยพลัน.
จบทุติยเมฆสูตรที่ ๑๒
๑๓. นาวาสูตร
ผู้เจริญอริยมรรคทำให้สังโยชน์สงบหมดไป
[๒๘๘] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อเรือเดินสมุทรที่
ผูกด้วยเครื่องผูกคือหวาย แช่อยู่ในน้ำตลอด ๖ เดือน เขายกขึ้นบกในฤดูหนาว
เครื่องผูกต้องลมและแดดแล้ว อันฝนตกรดแล้ว ย้อมจะเสียไป ผุไป โดย
ไม่ยากเลย แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำ
ให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ สังโยชน์ทั้งหลายย่อมสงบหมดไป
โดยไม่ยากเลย ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๘๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า
สังโยชน์ทั้งหลายจึงจะสงบหมดไป โดยไม่ยากเลย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ
ในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ
น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ
อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรค
อันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
อย่างนี้แล สังโยชน์ทั้งหลายจึงสงบหมดไป โดยไม่ยากเลย.
จบนาวาสูตรที่ ๑๓

155
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 156 (เล่ม 30)

อรรถกถานาวาสูตร
บทว่า สามุทฺทิกาย นาวาย เป็นต้น พิสดารแล้วในวาณิชโกปม
สูตรตอนต้น.
จบอรรถกถานาวาสูตรที่ ๑๓
๑๔. อาคันตุกาคารสูตร
ธรรมที่ควรกำหนดรู้ ควรละ ควรทำให้แจ้ง ควรทำให้เจริญ
[๒๙๐] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนผู้มาจากทิศบูรพา
ก็ดี จากทิศปัจฉิมก็ดี จากทิศอุดรก็ดี จากทิศทักษิณก็ดี ย่อมพักอยู่ที่เรือน
สำหรับรับแขก ถึงกษัตริย์ พราหมณ์. แพทย์ ศูทรก็ดี ที่มาแล้วก็ย่อมพัก
อยู่ที่เรือนสำหรับรับแขกนั้น แม้ฉันใด ภิกษุเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกำ หนดรู้
ธรรมที่ควรกำ หนดรู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง ย่อมละธรรมที่ควรละด้วยปัญญาอันยิ่ง
ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่ง ย่อมเจริญธรรม
ที่ควรให้เจริญด้วยปัญญาอันยิ่ง ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๙๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ควรกำ หนดรู้ด้วยปัญญา
อันยิ่งเป็นไฉน คือ ธรรมที่เรียกว่า อุปาทานขันธ์ ๕ อุปาทานขันธ์ ๕
เป็นไฉน คือ รูปูปาทานขันธ์ ฯลฯ วิญญาณูปาทานขันธ์ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ธรรมเหล่านี้ควรกำ หนดรู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง.

156
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 157 (เล่ม 30)

[๒๙๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ควรละด้วยปัญญาอันยิ่ง
เป็นไฉน คือ อวิชชาและภวตัณหา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้ควรละ
ด้วยปัญญาอันยิ่ง.
[๒๙๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ควรทำให้แจ้วด้วยปัญญา
อันยิ่งเป็นไฉน คือ วิชชาและวิมุตติ ก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้
ควรทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่ง.
[๒๙๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ควรให้เจริญด้วยปัญญาอันยิ่ง
เป็นไฉน คือ สมถะและวิปัสสนา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้ควร
ให้เจริญด้วยปัญญาอันยิ่ง.
[๒๙๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า
จึงกำ หนดรู้ธรรมที่ควรกำ หนดรู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง ฯลฯ จึงเจริญธรรมที่ควร
ให้เจริญด้วยปัญญาอันยิ่ง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อม
เจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปใน
การสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ
น้อมไปในการสละ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบ
ด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล
จึงกำ หนดรู้ธรรมที่ควรกำ หนดรู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง ฯลฯ จึงเจริญธรรมที่ควร
ให้เจริญด้วยปัญญาอันยิ่ง.
จบอาคันตุกาควรสูตรที่ ๑๔

157