ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 78 (เล่ม 30)

๘. ทุติยกัลยาณมิตตสูตร
มิตรดีเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค
[๑๓๘] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้น
สิ่งที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน คือ แสงเงินแสงทอง สิ่งที่เป็นเบื้องต้น
เป็นนิมิตมาก่อน เพื่อความบังเกิดแห่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ของ
ภิกษุ คือ ความเป็นผู้มีมิตรดี ฉันนั้นเหมือนกัน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อัน
ภิกษุผู้มีมิตรดี พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘
จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘.
[๑๓๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญอริยมรรค
ประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘
อย่างไรเล่า ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ มีอันกำจัดราคะเป็น
ที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญ
สัมมาสมาธิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัด
โมหะเป็นที่สุด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญอริยมรรค
ประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘
อย่างนี้แล.
จบทุติยกัลยาณมิตตสูตรที่ ๘

78
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 79 (เล่ม 30)

๙. ทุติยสีลสัมปทาสูตร
สีลสัมปทาเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค
[๑๔๐] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้น
สิ่งที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน คือ แสงเงินแสงทอง สิ่งที่เป็นเบื้องต้น
เป็นนิมิตมาก่อน เพื่อความเกิดแห่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ของภิกษุ
คือ ความถึงพร้อมด้วยศีล ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ
จบทุติยสีลสัมปทาสูตรที่ ๙
๑๐. ทุติยฉันทสัมปทาสูตร
ฉันทสัมปทาเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค
[๑๔๑] . . . คือ ความถึงพร้อมแห่งฉันทะ ฯลฯ
จบทุติยฉันทสัมปทาสูตรที่ ๑๐

79
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 80 (เล่ม 30)

๑๑. ทุติยอัตตสัมปทาสูตร
อัตตสัมปทาเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค
[๑๔๒] . . . คือ ความถึงพร้อมแห่งตน ฯลฯ
จบทุติยอัตตสัมปทาสูตรที่ ๑๑
๑๒. ทุติยทิฏฐิสัมปทาสูตร
ทิฏฐิสัมปทาเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค
[๑๔๓] . . . คือ ความถึงพร้อมแห่งทิฏฐิ ฯลฯ
จบทุติยทิฏฐิสัมปทาสูตรที่ ๑๒
๑๓. ทุติยอัปปมาทสัมปทาสูตร
ความไม่ประมาทเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค
[๑๔๔] . . . คือ ความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท ฯลฯ
จบทุติยอัปปมาทสัมปทาสูตรที่ ๑๓

80
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 81 (เล่ม 30)

๑๔. ทุติยโยนิโสมนสิการสัมปทาสูตร
โยนิโสมนสิการเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค
[๑๔๕] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้น
สิ่งที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน คือ แสงเงินแสงทอง สิ่งที่เป็นเบื้องต้น
เป็นนิมิตมาก่อน เพื่อความเกิดแห่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ของภิกษุ
คือ ความถึงพร้อมแห่งการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ฉันนั้นเหมือนกัน
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ถึงพร้อมแห่งความกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย
พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มาก
ซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘.
[๑๔๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ใน
ใจโดยแยบคาย ย่อมเจริญอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มาก
ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อม
เจริญสัมมาทิฏฐิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอัน
กำจัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด
มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ย่อมเจริญอริยมรรค
ประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘
อย่างนี้แล.
จบทุติยโยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๑๔
จบสุริยเปยยาลที่ ๖

81
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 82 (เล่ม 30)

อรรถกถาสุริยเปยยาล
พึงทราบวินิจฉัยใน สุริยเปยยาล.
พึงทราบเนื้อความในที่ทั้งปวงอย่างนี้ว่า ความเป็นผู้มีมิตรดี ดุจการ
ขึ้นไปแห่งอรุณ อริยมรรคพร้อมกับวิปัสสนาอันดำรงอยู่ เพราะความเป็นผู้มี
มิตรดีแล้วทำให้เกิดขึ้น ดุจความปรากฏแห่งพระอาทิตย์. บทว่า สีลสมฺปทา
ได้แก่ จตุปาริสุทธศีล. บทว่า ฉนฺทสมฺปทา ได้แก่ กัตตุกามยตาฉันทะ
อันเป็นกุศล. บทว่า อตฺตสมฺปทา คือความเป็นผู้มีจิตสมบูรณแล้ว. บทว่า
ทิฏฺฐิสมฺปทา ได้แก่ ความถึงพร้อมแห่งญาณ. บทว่า อปฺปมาทสมฺปทา
ได้เเก่ ความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาทอันเป็นตัวการ. บทว่า โยนิโส-
มนสิการสมฺปทา ได้แก่ ความถึงพร้อมแห่งการกระทำไว้ในใจโดยอุบาย.
ท่านกล่าวบทว่า กลฺยาณมิตฺตตา เป็นต้นอีก เพื่อแสดงภาวะโดยอาการแม้อื่น
แห่งสัมมาทิฏฐิเป็นต้น. พระสูตรเหล่านี้ทั้งหมดท่านกล่าวด้วยสามารถแห่ง
อัธยาศัยของบุคคลโดยเฉพาะ.
จบอรรถกถาสุริยเปยยาลที่ ๖
รวมพระสูตรที่มีในเปยยาลนี้
๑. ปฐมกัลยาณมิตตสูตร ๒. ปฐมสีลสัมปทาสูตร
๓. ปฐมฉันทสัมปทาสูตร ๔. ปฐมอัตตสัมปทาสูตร
๕. ปฐมทิฏฐิสัมปทาสูตร ๖. ปฐมอัปปมาทสัมปทาสูตร
๗. ปฐมโยนิโสมนสิการสัมปทาสูตร ๘. ทุติยกัลยาณมิตตสูตร
๙. ทุติยสีลสัมปทาสูตร ๑๐. ทุติยฉันทสัมปทาสูตร
๑๑. ทุติยอัตตสัมปทาสูตร ๑๒. ทุติยทิฏฐิสัมปทาสูตร
๑๓. ทุติยอัปปมาทสัมปทาสูตร. ๑๔. ทุติยโยนิโสมนสิการสัมปทาสูตร
พร้อมทั้งอรรถกถา

82
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 83 (เล่ม 30)

เอกธรรมเปยยาลที่ ๗
๑. ปฐมกัลยาณมิตตสูตร
กัลยาณมิตรมีอุปการะมากแก่อริยมรรค
[๑๔๗] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันหนึ่งมีอุปการะ
มาก เพื่อความเกิดขึ้นแห่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ธรรมอันหนึ่ง
เป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีมิตรดี ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้มีมิตรดี
พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มาก
ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
[๑๔๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญอริยมรรค
อันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
อย่างไรเล่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ
อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญ
สัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วย
องค์ ๘ ย่อมกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบปฐมกัลยาณมิตตสูตรที่ ๑

83
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 84 (เล่ม 30)

๒. ปฐมสีลสัมปทาสูตร
สีลสัมปทามีอุปการะมากแก่อริยมรรค
[๑๔๙] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันหนึ่งมีอุปการะ
มาก เพื่อความเกิดขึ้นแห่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ธรรมอันหนึ่ง
เป็นไฉน คือ ความถึงพร้อมแห่งศีล ฯลฯ
จบปฐมสีลสัมปทาสูตรที่ ๒
๓. ปฐมฉันทสัมปทาสูตร
ฉันทสัมปทามีอุปการะมากแก่อริยมรรค
[๑๕๐] . . . คือ ความถึงพร้อมแห่งฉันทะ ฯลฯ
จบปฐมฉันทสัมปทาสูตรที่ ๓
๔. ปฐมอัตตสัมปทาสูตร
อัตตสัมปทามีอุปการะมากแก่อริยมรรค
[๑๕๑] . . . คือ ความถึงพร้อมแห่งตน ฯลฯ
จบปฐมอัตตสัมปทาสูตรที่ ๔

84
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 85 (เล่ม 30)

๕. ปฐมทิฏฐิสัมปทาสูตร
ทิฏฐิสัมปทามีอุปการะมากแก่อริยมรรค
[๑๕๒] . . . คือ ความถึงพร้อมแห่งทิฏฐิ ฯลฯ
จบปฐมทิฏฐิสัมปทาสูตรที่ ๕
๖. ปฐมอัปปมาทสูตร
ความไม่ประมาทมีอุปการะมากแก่อริยมรรค
[๑๕๓] . . . คือ ความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท ฯลฯ
จบปฐมอัปปมาทสูตรที่ ๖
๗. ปฐมโยนิโสมนสิการสัมปทาสูตร
โยสิโสมนสิการมีอุปการะมากแก่อริยมรรค
[๑๕๔] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันหนึ่งมีอุปการะ
มาก เพื่อความเกิดขึ้นแห่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ธรรมอันหนึ่ง
เป็นไฉน คือ ความถึงพร้อมแห่งการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย อันภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย พึงหวังข้อ

85
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 86 (เล่ม 30)

นี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริย-
มรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
[๑๕๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ใจใน
ใจโดยแยบคาย ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้
มาก ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ อย่างไรเล่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัย
นิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัย
วิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ถึงพร้อม
ด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์
๘ ย่อมกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบปฐมโยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๗
๘. ทุติยกัลยาณมิตตสูตร
กัลยาณมิตรมีอุปการะมากแก่อริยมรรค
[๑๕๖] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันหนึ่งมีอุปการะ
มาก เพื่อความเกิดขึ้นแห่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ธรรมอันหนึ่งเป็น
ไฉน คือ ความเป็นผู้มีมิตรดี ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้มีมิตรดี พึง
หวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มาก
ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.

86
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ – หน้าที่ 87 (เล่ม 30)

[๑๕๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญอริยมรรค
อันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
อย่างไรเล่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ
มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด
ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่
สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อม
เจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอัน
ประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
๙. ทุติยสีลสัมปทาสูตร
สีลสัมปทามีอุปการะมากแก่อริยมรรค
[๑๕๘] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันหนึ่งมีอุปการะ
มาก เพื่อความเกิดขึ้นแห่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ธรรมอันหนึ่งเป็น
ไฉน คือ ความถึงพร้อมแห่งศีล ฯลฯ
จบทุติยสีลสัมปทาสูตรที่ ๙

87